.

.

ยัยตัวเล็ก กับวิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ (ตอน 2)

 

“นั่งก่อนป้า นั่งก่อนเจ้าตัวเล็ก”
ผมกล่าวเชื้อเชิญให้ป้าขายข้าวแกง กับลูกสาว เข้ามานั่งในบ้าน พลางออกตัวขอโทษ ที่บ้านดูรกไปหน่อย

“อืม...บ้านคุณ รกกว่าที่ชั้นคิดไว้ เยอะ”

อ้าว...ปากป้านี่ ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นน้องผมละก็ สูสีกัน ชนิดกรรมการตัดสินใจลำบากเชียว

ผมนึงในใจ และพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้พูดตามที่ใจคิด แล้วรีบวกเข้าเรื่อง


คืองี้นะเจ้าตัวเล็ก...
การแข่งขันเพชรยอดมงกุฏ วิชาวิทยาศาสตร์ จะเป็นการแข่งแบบเป็นทีม

ยัยตัวเล็กลูกสาวป้าพยักหน้ารับรู้ แววตาสดใส

ในการสอบแข่งขัน เค้าจะให้นักเรียนในทีมช่วยกันคิดหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุด แล้ว “ฝน” เลือกข้อที่คิดว่าถูก ลงบนกระดาษคำตอบ

“หมายถึง ทั้งสามคนคิดด้วยกัน แล้วตอบลงบนกระดาษคำตอบใบเดียว ใช่มั้ยค่ะ”
ยัยตัวเล็กถามเพื่อความเข้าใจ

ใช่ลูก
ผมตอบ พลางมองดูแววตาสดใสของยัยตัวเล็กอีกครั้ง

“งั้นก็ตีกันตาย กว่าจะได้คำตอบซักข้อ”
ป้าขายข้าวแกง พูดขึ้นมาบ้าง แต่สายตาไม่ละไป จากการสำรวจบ้านผม

 

“งั้นก็ตีกันตาย กว่าจะได้คำตอบซักข้อ”
ป้าขายข้าวแกงพูดซ้ำประโยคเดิม

ไม่หรอกครับป้า
นี่คือการแข่งขันทางวิชาการ คำตอบจะอิงอยู่บนหลักวิชาการ

ถูกคือถูก ผิดคือผิด

 

ไม่มีแบบถูกก็ไม่ใช่ ผิดก็ไม่เชิง

อีกอย่างนะครับป้า เด็กๆ เค้าไม่เป็นแบบที่ผู้ใหญ่กังวลหรอก

แต่คุณครูที่โรงเรียน ก็ต้องสอนการทำข้อสอบร่วมกัน การแบ่งปัน การช่วยกัน การเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และสุดท้าย คือรักใคร่กัน

รวมแล้ว เรียกกันง่ายๆ คือ ต้องสอนเรื่อง “ทีม” นั่นแหละป้า

เด็กๆ เค้าเรียนรู้การอยู่ร่วมกันได้ จริงมั้ยลูก
ผมหันไปกึ่งพูดกึ่งถามยัยตัวเล็กของป้า

ที่สำคัญ ผู้ใหญ่ต้องไม่ไปเสี้ยม ให้เด็กๆ ทะเลาะกัน หรือคอยเอาเปรียบกัน
คราวนี้ ผมหันไปบอกป้า อย่างตั้งใจ

 

 

การสอบแบบนี้ เป็นโอกาสดี ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ระบบทีมที่ดี
นี่ถ้าเป็นเรียนโรงเรียนดังๆ ที่ในเมือง
ไม่รู้ ยัยตัวเล็กของป้า จะได้รับคัดเลือก รึเปล่าไม่รู้

ฉะนั้น เมื่อโอกาสมาถึง ก็ต้องคว้าไว้ แพ้ - ชนะ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สู้ไหมลูก

“สู้ค่ะ”
ยัยตัวเล็กตอบ ทันที

ดี งั้นเรามาเริ่มต้นกัน...
ผมบอกด้วยความยินดี

 

“แล้วคุณ จะเริ่มติวให้ยัยตัวเล็กเมื่อไหร่”
ป้าถามไป แต่เหลือบตามองดูนาฬิกาไป

ผมติวให้ไม่ได้หรอกครับป้า ผมไม่มีความรู้ขนาดนั้น
ผมคงเพียงแต่แนะนำได้ ส่วนเรื่องติว คุณครูที่โรงเรียนคงจะเหมาะกว่าครับ

“อ้าว....แล้วไงดีหล่ะทีนี้”
สีหน้าของป้าขายข้าวแกงแสดงความผิดหวังเล็กน้อย เมื่อได้ยินผมตอบ

คืองี้ครับป้า
ข้อสอบเพชรยอดมงกุฏวิชาวิทยาศาสตร์ จะมีจำนวนข้อมาก
ในขณะที่ให้เวลาค่อนข้างน้อย

ดังนั้น เราต้องวางแผนการทำข้อสอบ
ฝึกคิด ฝึกทำข้อสอบร่วมกับเพื่อน ส่วนเรื่องติว ครูคงดูแลอยู่แล้ว ใช่มั้ยลูก

ผมบอกทั้งป้า และถามทั้งเจ้าตัวเล็กไปพร้อมๆ กัน

“คุณครูนัดติวช่วงก่อนขึ้นเรียนตอนเช้าทุกวันอยู่แล้ว ค่ะ”

"จริงๆ หนูอยากรู้ว่า รอบแรกแข่งขันกันแบบไหน แล้วถ้าเข้ารอบแล้วจะแข่งแบบไหนต่อ จะได้ไปเล่าให้เพื่อนในทีมฟัง ส่วนเรื่องติว หนูไม่กวนคุณลุงหรอค่ะ”

ยัยตัวเล็กของป้าตอบเสียงใส แจ้งวัตถุประสงค์ชัดเจน ตรงประเด็น



งั้นลุงจะอธิบายให้ฟัง
ผมบอก

 

ป้าเหลือบตามองดูนาฬิกาอีกครั้ง ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
“เออ...อิชั้นว่า วันนี้ก็ค่ำแล้ว ไว้วันพรุ่งนี้ ค่อยมาปรึกษาคุณอีกที ดีกว่า”

พูดเสร็จ ก็ลุกขึ้นยืน ทำท่าจะไป โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

ยัยตัวเล็กลุกขึ้นตาม ยกมือไหว้ลา แล้วแอบป้องปากกระซิบ

“แม่ติดละครทีวี วันไหนไม่ได้ดู แม่บอกว่ามันเหมือนใจจะขาด
วันนี้หนูขอกลับบ้านก่อน ไว้วันหลังหนูมาหาคุณลุงอีกที ได้ไหมคะ”

ผมพยักหน้ารับคำ พลางนึกถึงเจ้าเพื่อนรุ่นน้องที่ติดละครทีวีงอมแงม ไม่แพ้กัน

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช