.

.

ยัยตัวเล็ก กับวิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ (ตอน 7)

 

ทีนี้ มาดูบรรยากาศตอนสอบกันดีกว่า

ผมเริ่มประเด็นใหม่ ก่อนที่ยัยตัวเล็กจะซักไซ้ประเด็นปลีกย่อยมากเกินไป

เมื่อใกล้ถึงวันสอบ ที่บริเวณถนน และสะพานลอย หน้าโรงเรียน

ที่เป็นสถานที่สอบ จะมีการติดป้าย ประดับธง ประดับลูกโป่ง เต็มไปหมด

ดูบรรยากาศแล้ว ชวนให้ตื่นเต้น เร้าใจ

ส่วนข้างในโรงเรียนก็จะมีการประดับตกแต่ง เพิ่มเติม เป็นพิเศษ

“....”
ยัยตัวเล็กทำตาโตอย่างสนใจ

 

พอถึงเช้าวันสอบ นักเรียน ผู้ปกครอง ครู จำนวนมาก
ก็จะมาจากทั่วประเทศ

“ทั่วประเทศเลยหรือคะ”
ยัยตัวเล็กทำตาโตอีกครั้ง

ใช่แล้วลูก....
เด็กๆ ที่เป็นตัวแทนโรงเรียน โรงเรียนละ 1 ทีม จะมาเข้าร่วมการแข่งขันวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ที่ยิ่งใหญ่ รายการหนึ่งของประเทศ

“โห...ตื่นเต้น ตื่นเต้น”
ยัยตัวเล็กชูมือสองข้างขึ้น-ลง ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
พร้อมทำท่าจะลุกขึ้นกระโดดไป-มา

“ตื่นเต้น อะไรกันยะ ยัยตัวเล็ก”
ป้าขายข้าวแกงส่งเสียงดังลั่นมา กดบ่าลูกสาวไว้

ก่อนที่ยัยตัวเล็กจะได้ทันกระโดด

เล่นโผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียงก่อน ทำเอาตกใจ
ผมคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร

“ลุงเล่าต่อ ลุงเล่าต่อ”
ยัยตัวเล็ก อยากรู้จนอดไม่อยู่

 

ส่วนหนึ่งของรถที่มาส่งเด็ก เป็นรถตู้ของโรงเรียน

ลงรถได้...
ครูก็ต้องคอยต้อนเด็กๆ
โดยเฉพาะเด็กรุ่น ปอ.ต้น
ที่บางคน กำลังงัวเงี่ยแบบเพิ่งตื่น
สองแขนครู ต้องคอยจูงมือไว้
ส่วนปากก็ตะโกนดุ เด็กปอ.ปลาย
ที่คุยกัน จนจะเดินชนเสาไฟฟ้าข้างถนน

ส่วนเด็กที่ พ่อ-แม่ ขับรถมาส่ง...

พ่อก็ต้องปล่อยให้ลงใกล้ๆ โรงเรียน
มือข้างนึงของแม่ ก็จะจูงลูก
มืออีกข้าง ก็หิ้วถุงอาหาร ขนม นมเนย กระเป๋าหนังสือ พร้อมทั้งหนีบร่มไว้ที่รักแร้ เป็นที่น่ารัก แบบพลุงพลัง

ที่น่าเห็นใจ ก็ พ่อ-แม่ ที่มาคนเดียว

จะจอดรถก็ไม่มีที่จอด
จำต้องปล่อยให้ลูกลงจากรถแบบละล้าละลัง
ส่วนลูกก็ลงจากรถแบบตื่นๆ
รถคันหลังก็จอดรอ

เกรงใจ ก็เกรงใจ
ห่วงลูก ก็ห่วงลูก
กลัวไม่ทัน ก็กลัว

“เข้าไปลงทะเบียนก่อน เดี๋ยวแม่ไปหาที่จอดรถก่อน....”
ปากก็ตะโกนบอกลูก ผ่านหน้าต่างด้านซ้ายมือของรถ

“เดี๋ยวแม่มา...”
ค่อยๆ เคลื่อนรถไปหน่อยเดียว ก็ยังเหลียวหลังมาบอกลูกอีก

“.....”
คราวนี้ ป้านั่งฟังนิ่ง ไม่พูดอะไร

นี่แหละ....ความรักของแม่
ผมคิดในใจ

เจอใครทำอย่างงี้ ก็อย่าไปบ่นเขาเลยครับ
หากมีโอกาส ก็ช่วยดูแลลูกเขาด้วยครับ
คิดซะว่า เป็นลูกหลานของเรา...คนหนึ่ง

 

ทีนี้
หลังจากการลงทะเบียน เด็กๆ ก็จะได้สติกเกอร์เลขประจำตัวสอบ

ไว้ติดที่หน้าอกเสื้อ พร้อมกับหนังสือแสดงรายละเอียดการแข่งขัน

และผลการสอบครั้งที่ผ่านๆ มา รวมทั้งรายชื่อผู้เข้าสอบในปีปัจจุบัน

“จะมีชื่อหนูอยู่ในหนังสือด้วย หรือคะลุง”
ยัยตัวเล็กทำตาโตด้วยความตื่นเต้น

“ทั้งเด็กที่มาสอบ ทั้งผู้ปกครอง ทั้งครู รวมแล้วคงร่วมพันคน”
ป้าขายข้าวแกง เปรยขึ้นมาลอยๆ แบบไม่มีที่มา ที่ไป

“แล้วข้าว ปลา อาหาร ขนม น้ำท่า มันจะมีพอกิน พอใช้มั้ยนี่”
ป้าขายข้าวแกงเปรยต่อ

ก็พอมีครับป้า แต่อากาศในช่วงเที่ยงจะค่อนข้างร้อนอบอ้าว
ผมตอบป้า แบบงงๆ พลางคิดว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกับการสอบตรงไหน

“งั้น ถ้าเราไปตั้งร้านขายน้ำก็คงจะเข้าท่าดี”
นั่นไง ป้าเริ่มเฉลยความคิดแล้ว

“แล้วถ้าอากาศร้อน น่าจะหาพัดไปขายด้วย คงแจ๋ว”
เห็นไหมครับ ผู้ที่แสวงหา ย่อมพบโอกาสเสมอ

แต่โรงเรียนเค้า คงมีเจ้าประจำอยู่แล้วมั้ง ป้า
ผมแย้ง

“ก็ลองไปถามดูก่อน ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร คุณนี่ สงสัยจะเป็นลูกจ้างถาวร จนเคยตัว”

ป้าพูดตรง จนผมเถียงไม่ออก

 

“ลุงคะ ลุง”
ยัยตัวเล็กดึงแขนเสื้อผม ให้หันไปหา

“พอสอบเสร็จแล้วไงต่อคะ ลุง”

พอหมดเวลาสอบแล้ว โรงเรียนก็จะเริ่มตรวจข้อสอบ เรียงคะแนน และประชุมเพื่อตัดสิน ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้น ก็ใช้เวลาพอสมควร

ทั่วๆ ไป ก็ประมาณหลังเที่ยงนั่นแหละ ถึงจะประกาศผลสอบ



“โห...ประกาศผลสอบวันนั้นเลย ตื่นเต้น ตื่นเต้น”
ยัยตัวเล็กพูดเสียงดัง โดยมีแม่คอยกดบ่าไว้ ไม่ให้ลุกกระโดดไป กระโดดมา

ในตอนที่รอประกาศผล
เราก็หาข้าว หาปลากิน ให้เรียบร้อย

พอกินเสร็จ เด็กส่วนหนึ่งก็ไปวิ่งเล่น เดินเล่นกับเพื่อนๆ
อีกส่วนหนึ่งก็ไปเดินซื้อของเล่น ซื้อหนังสือ
แต่อีกส่วนหนึ่ง ก็นั่งรออยู่กับผู้ปกครอง

“นั่นไง มีร้านขายของด้วย เดี๋ยววันพรุ่งนี้ ต้องไปติดต่อโรงเรียนดู ซักหน่อย”
ป้าผู้เห็นแต่โอกาส มีสีหน้าแห่งความหวัง

 

“แล้วไงต่อ แล้วไงต่อ”
ยัยตัวเล็กรบเร้า

พอใกล้ๆ ถึงเวลา กรรมการก็จะเริ่มมาจัดการเรื่องบอร์ดประกาศผล
การจราจล ก็จะเริ่มขึ้น

“ไง”
ป้าขายข้าวแกงถามทันที

เด็กๆ ทั้งหมดก็จะไปรุมดูบอร์ดประกาศผล จะเบียดกัน จะแทรกกัน จะดันกัน คนนั้นจะเข้าไปดู คนนี้จะออกมา

บางคนวิ่งออกมาแล้ว ก็วิ่งกลับเข้าไปดูใหม่ บางคนดูแล้ว ก็ดูซ้ำ ไม่ยอมออกมาจากบอร์ด

 

ผู้ปกครอง กับครู บางส่วน อดใจไว้ไม่ได้ ก็ต้องเข้าไปรุมดูด้วยคน เป็นที่โกลาหล

มองให้วุ่นวาย ก็ดูจะวุ่นวายไปหน่อย
แต่หากมองให้สนุก ก็สนุกดี

เด็กที่สอบผ่าน ก็สนุกสนานกันไป
แต่ยังไม่เคยเห็นเด็กที่ไม่ผ่าน “ร้องไห้” ซักคน
ผมบอกยัยตัวเล็ก แบบอยากให้ทำใจไว้ล่วงหน้า

“สอบผ่าน สอบไม่ผ่าน ใช้เกณฑ์ อย่างไงคะลุง”
ยัยตัวเล็กถามแบบไม่ลดละ

 

เกณฑ์การสอบผ่าน หรือไม่ผ่าน ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน
ผมบอกยัยตัวเล็ก ที่นั่งรอคำตอบอย่างกระหายหิว

เมื่อตรวจคำตอบของนักเรียนแต่ละทีมแล้ว
ก็เอามาเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย

สิบอันดับแรก ก็จะเข้าผ่านเข้ารอบ เพื่อไปแข่งรอบต่อไป

ส่วนประมาณ 40 อันดับถัดมา ก็จะได้รับรางวัลชมเชย
และอีกประมาณ 80 อันดับถัดมา ก็จะได้รับรางวัล ผ่านเกณฑ์

 
“ทำไมลงต้องใช้ คำว่า “ประมาณ” ด้วยคะ”
ยัยตัวเล็กผู้ช่างสงสัย ซักต่อ

ก็บางทีคะแนนของหลายๆ ทีม เท่ากัน ดังนั้น จำนวนอันดับจึงอาจยืดหยุ่น

เล็กน้อย ลุงจึงพูดคำว่า “ประมาณ” ไงลูก
ผมบอกยัยตัวเล็ก แบบเอ็นดู

“นี่คุณ ได้สิบอันดับแรกแล้ว ยังต้องไปแข่งรอบต่อไปอีกเรอะ

แข่งอะไรไม่รู้จักจบสิ้น”
ป้าขายข้างแกง ถามแบบกึ่งสงสัย กึ่งบ่น

“แล้ว สิบอันดับแรก แข่งอะไรกันอีกล่ะคะลุง”
ยัยตัวแรก ยิงคำถามติดๆ กับคำถามของแม่ แบบไม่เว้นที่ให้ผมหายใจ

 

สิบทีมที่เข้ารอบ จะต้องไปแข่งภาคปฏิบัติในตอนบ่าย
ผมเริ่มต้นอธิบาย

“โห... แข่งทันทีอีกแล้ว ตื่นเต้น ตื่นเต้น”
ยัยตัวเล็ก ชักจะตื่นเต้นมากไปน้อย ผมคิดในใจ
ส่วนป้าขายข้าวแกงผู้เป็นแม่ หันไปจ้องหน้าเชิงดุ

“โธ่แม่...หนูตื่นเต้น จริงๆ นะแม่”
ยัยตัวเล็กพูดเสียงอ่อยๆ

ในตอนที่ติดประกาศผลสอบ ทางโรงเรียนก็จะเริ่มเรียกทีม 10 อันดับแรกเข้าแถว เพื่อไปแข่งขันรอบต่อไป ซึ่งจะเป็นการแข่งในภาคบปฏิบัติ

เด็ก ๆ ที่ถูกเรียกชื่อ ครู ผู้ปกครอง ก็จะตื่นเต้น รีบพากันไปเข้าแถว รายงานตัว
ผมอธิบายต่อ

“เห็นไหมแม่ ตื่นเต้น ตื่นเต้น”
ยัยตัวเล็ก ตื่นเต้นไม่เลิก

 

ทีนี้แหละ การแข่งขันในภาคปฏิบัติ ก็จะเริ่มขึ้น….

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช