.

.

ยัยตัวเล็ก กับวิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ (ตอน 8)

 

ทีนี้แหละ การแข่งขันในภาคปฏิบัติ ก็จะเริ่มขึ้น…
ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ จะวัดทั้งเชาว์ ไหวพริบ การคิดทั้งในกรอบ และนอกกรอบ
การนำความรู้ที่มีอยู่ หรือที่เคยพบเห็น หรือคิดขึ้นมาใหม่เอง มาผสมผสานกัน

เรียกว่า เด็กทั้งสามคน ต้องนำศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่ ออกมาใช้ให้หมด

“อืม...มันคงเป็นการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นจริงๆ”
ป้าขายข้าวแกงชักคล้อยตาม

“เห็นไหมแม่ เห็นไหมแม่ ตื่นเต้น ตื่นเต้น”
ยัยตัวเล็กทำท่าจะลุกขึ้นกระโดดไป กระโดดมา อีกครั้ง

 

การแข่งขัน จะเริ่มโดยกรรมการจะแจกซองโจทย์ ให้นักเรียนแต่ละทีม พร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละทีมจะได้โจทย์เหมือนกันทุกประการ และอุปกรณ์ก็เหมือนกันทุกประการด้วย

นักเรียนแต่ละทีม จะถูกแยกให้สอบภาคปฏิบัติคนละที่ ทำให้ไม่สามารถใช้วิชายีราปคอยาว แอบดูวิธีของทีมอื่นๆ ได้ รวมทั้งไม่มีการแนะ ไม่มีการไกด์ ไม่มีการตอบคำถามใดๆ ที่จะเป็นการชี้นำในการทำภาคปฏิบัติ

ดังนั้น นักเรียนแต่ละทีมก็ต้องอ่านโจทย์ ทำความเข้าใจ ตรวจดูอุปกรณ์ที่มี
แล้วเริ่มคิด... คิด... คิด... คิด.... และคิด

“โห... อย่างงี้ก็ยากซิคะลุง”
ยัยตัวเล็กเริ่มมีสีหน้าวิตกเล็กน้อย

 

การแข่งภาคปฏิบัติ โดยไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนนี่ ต้องถือว่ายาก เพราะอาจเป็นการแข่งที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สาขาไหนก็ได้

 

แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะเกินความสามารถของเด็กนะ เพียงแต่ที่สำคัญ เด็กที่จะทำภาคปฏิบัติได้ดี จะต้องเป็นเด็กที่ชอบลองผิดลองถูก เคยเห็น เคยอ่าน ดัดแปลงเป็น ประยุกต์เป็น ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของเด็กบ้านเรา

“ปัญหาไง”
ป้าขายข้าวแกงชักเริ่มสนใจ

ปัญหาใหญ่ ในมุมมองของผมคือ เด็กบ้านเรามักจะถูกสอน ”ให้รู้” แต่ไม่ได้ถูกสอนให้”เรียนรู้” ครับป้า

 

ขบวนการการ”เรียนรู้” ที่ขาดหายไป

 

ทำให้เด็กส่วนมาก มักจะรอคอยคนที่จะมาสอน “ให้รู้” เพิ่มเติม ซึ่งหากไม่มีใครมาสอนเพิ่ม เด็กก็จะ “รู้” แค่เท่าที่เคยรู้ เพราะไม่เคยถูกสอนให้ “เรียนรู้”

 

ทำให้เด็กจำนวนมาก “ต่อยอด” ความรู้เองไม่ได้ ต้องรอให้มีคนมา”ป้อน”ความรู้ใหม่ให้ ซึ่งผมเห็นว่า นี่คือ “ปัญหา”

ผมบอกป้าแบบผ่านๆ แต่ในใจคิดอย่างจริงจัง


“อืม ม ม... เมื่อตอนเด็กๆ แม่สอนวิธีทำกับข่าวให้อิชั้น และพี่น้อง ของอิชั้น

พี่น้องของอิชั้น ทำกับข้าวที่แม่เคยสอนได้ทุกคน

 

แต่อิชั้นไม่ได้ "รู้" แค่วิธีทำกับข้าวจากแม่อย่างเดียว อิชั้นได้ “เรียนรู้” เพิ่มเติมจากคนโน้น คนนี้ รวมทั้งได้ “เรียนรู้” จากการลองทำเองอีกมากมาย

 

ได้ “เรียนรู้” ว่าใส่อะไร ทำให้รสชาติเป็นอย่างไง ไฟแรง ไฟอ่อน แค่ไหน เหมาะกับอาหารแบบไหน...

 

จนแม่บอกว่า อิชั้นทำกับข้าวได้หลายอย่าง โดยที่แม่ไม่ต้องคอยสอนเพิ่มเติม

ไม่เหมือนพวกพี่ๆ ที่ทำได้เฉพาะที่แม่เคยสอน ที่แม่มักจะพูดว่า "รู้ แค่เท่าที่เคยรู้"

 

พอโตขึ้นมา อิชั้น ก็เปิดร้านขายข้าวแกง ทำกับข้าวได้หลายร้อยเมนู

โดยดัดแปลง เพิ่มเติม จากที่แม่เคยสอน

ประเภทว่า อาหารแบบแปลกๆ ใหม่ๆ หากอยากให้อิชั้นเลียนแบบ ก็แสนง่าย ขอแค่ได้ลองชิมดูซักครั้ง อิชั้นก็ทำได้แล้ว

นอกนั้น อิชั้นยังคิดค้นเมนูใหม่ ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ได้อีกเยอะแยะ

อย่างนี้ เรียกว่า หากเราได้”เรียนรู้” ก็ทำให้เราสามารถ “ต่อยอด” ได้อย่างไม่สิ้นสุด ใช่มั้ยคุณ”

ป้า คุยโม้แกมถามแบบโอ้อวดตามประสา แต่ก็ทำให้ผมพยักหน้ารับ และนึกถึงเมนูใหม่ๆ ที่ป้าชอบทำ (แต่ไม่ค่อยมีคน ลองสั่งมาชิม)

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช