.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ข้อที่ 5

 

ข้อ 5.

ถ้าพิจารณาในเรื่องการทำงาน กระเพาะอาหารเทียบได้กับเครื่องบดเนื้อ  หัวใจเทียบได้กับเครื่องสูบน้ำ ดังนั้นไตเทียบได้กับเครื่องใช้ในข้อใด

1. เครื่องฟอกอากาศ                                    2. เครื่องกรองน้ำ

3. เครื่องผสมอาหาร                                    4. เครื่องปั่นไฟ

 

นี่ครับ ข้อสอบวิทยาศาสตร์ขนานแท้ และดั่งเดิม...

คือ ท่องได้อย่างเดียวยังไม่พอ ต้องเข้าใจ และเปรียเทียบได้ด้วย

... ลองมาค่อยๆ ดูด้วยกันนะครับ

 

 

ความรู้ข้อที่หนึ่ง ร่างกาย รถยนต์ พลังงาน และของเสีย

 

ช่างตุ้ย ผู้มีนามเต็มๆว่า ตุ้ยนุ้ย บรรจงวางประแจเบอร์ 22 ลงบนฝากล่องเครื่องมือ ถอดถุงมือ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน หยิบคุกกี้นมส่งเข้าปาก แล้วบอกว่า...

 

“รู้ รู้กันอยู่แล้วใช่มั้ยครับว่า รถยนต์นั้นจะวิ่งได้ต้องมีน้ำมัน

แต่รู้อีกหรือไม่ครับว่า...

นอกจากน้ำมันที่คุณๆ ต้องซื้อหามาเติมใส่รถแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องซื้อมา

แต่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด”

 

ช่างตุ้ย เว้นระยะรอให้ผมตอบ

 

 “ใช่แล้วครับ ก็...อากาศไงครับ”

 นั่น...คิดไม่ผิด ว่าช่างตุ้ยต้องถามเอง ตอบเองเป็นแน่แท้

  

“การจุดระเบิด หรือการเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์นั้น  จะต้องมีอากาศ (ออกซิเจน) เป็นปัจจัยสำคัญ

 แรงจุดระเบิดของน้ำมันนั้น จะผลักดันให้ลูกสูบทำงาน และลูกสูบที่ทำงานนั้น ก็จะส่งกำลังผ่านไปยังล้อรถ ซึ่งจะหมุนพาให้รถเคลื่อนที่ไปตามที่เราต้องการ”

 ช่างตุ้ย เปิดการบรรยายพิเศษให้นักเรียนจำเป็นอย่างผมฟัง

  

“แต่ผลที่เกิดจากการเผาไหม้นั้น นอกจากจะได้พลังงานแล้ว ยังมีของเสียแถมมาด้วย ซึ่งรถยนต์ก็จะต้องระบายทิ้งไปทางท่อไอเสีย ให้พวกเราได้สูดดม...”

 พี่ชัย สมาชิกถาวรชมรมผู้รักสุขภาพประจำหมู่บ้านโผ่ลมาแจมอย่างเงียบๆ

  

ช่างตุ้ย : เราต้องการพลังงาน เพื่อให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปมาได้

พี่ชัย : แต่พลังงานที่เกิดขึ้น เกิดมาพร้อมๆ กับของเสีย

  

ช่างตุ้ย : ก็ไม่ต่างกับร่างกายของมนุษย์หรอก มนุษย์ต้องการพลังงานเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งการทำให้เกิดพลังงานก็ก่อให้เกิดของเสียเหมือนกัน

 

แย่แล้วครับพี่น้อง ดูท่าวันนี้ จะมีมวยคู่พิเศษให้ดูซะแล้วครับ

 

พี่ชัย : ไอเสียจากรถยนต์เกิดจากขบวนการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์

ช่างตุ้ย : การสร้างพลังงานของเซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ ที่เรียกกันว่า เมแทบอริซึม (metabolism) นั้น ถึงแม้จะเป็นขบวนการทางชีวเคมี ซึ่งไม่ใช่การเผาไหม้แบบเชื้อเพลิง แต่ก็เกิดของเสียที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกัน

 

พี่ชัย : แต่มนุษย์มีไต ไว้กรองของเสีย แล้วเก็บไว้รอทิ้งเป็นที่เป็นทาง

ช่างตุ้ย : รถยนต์ ก็มีกรองไอเสียเพื่อลดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน

 

พี่ชัย : แต่กรองไอเสียของรถ ไม่ช้าไม่นานก็เสีย

ช่างตุ้ย : ไตของมนุษย์ก็เหมือนกัน ถ้าใช้ไม่ถนอมก็เสียได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าไตเสีย เจ้าของไตคนนั้น มีแต่ตาย กับตายลูกเดียว...

 

ดูท่าทางแล้ว

เพื่อไม่ต้องเป็นกรรมการห้ามมวยจำเป็น

ผมเลยเฉไฉแกล้งจับโน่น หยิบนี่ แล้วค่อยๆ ถอยทีละก้าว ทีละก้าว

พอพ้นรัศมีอำมหิตของทั้งสองผู้รู้ได้ ก็รีบจ่ำอ้าวหนีโดยเร็ว

ปล่อยให้ทั้งสองจอมยุทธ์ ถกกันไปก่อน

ไว้วันหลัง ค่อยไปถามผลลัพท์อีกที...

 

 แต่อย่างน้อย ในวันนี้ ผมได้ความรู้เพิ่มเติมว่า ขบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ เป็นขบวนการชีวเคมี ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดพลังงานแล้ว ยังเกิดของเสียขึ้นอีกด้วย โดยไตของเราจะเป็นผู้กรองของเสียนั้นๆไว้

  

แต่เจ้าไตตามที่ว่า กรองของเสียอย่างไงน้อ อ อ อ อ

 

 

ความรู้ข้อที่สอง ขบวนการกำจัดของเสียของร่างกาย

 

จากการอ่านหนังสือของยัยป้าจุผู้รู้(มาก) สรุปความแบบง่าย อย่างนี้ครับ...

ขบวนการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย มีได้หลายทางคือ ทางผิวหนัง (เหงื่อ) ทางลำไส้ใหญ่ (ก็อึไงครับ) ทางปอด(อากาศ)  และทางไต

แต่หากจะพูดอธิบายทั้งหมดตามที่ว่า ก็คงออกอาการแย่ทั้งคนเขียน และคนอ่าน !!

เลยขอเล่าให้ฟังเฉพาะการกำจัดของเสียทางไต เท่านั้นนะครับ

 

 

คืองี้ครับ...

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ไตจะขับของเสียออกมาด้วยวิธีการฉี่ออกมา จากท่อปัสสาวะ ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนง่ายๆ

แต่จริงๆ แล้วไม่ง่ายเลยซักนิดเดียว

 

เพราะก่อนที่จะกลายเป็นน้ำปัสสาวะได้นั้น ร่างกายต้องลำเลียงของเสียที่เกิดจากเซลล์ ผ่านมาตามหลอดเลือดทั่วร่างกาย  

แล้วหลอดเลือดนั้นๆ ก็จะวิ่งเข้าสู่ไต โดยขณะที่วิ่งผ่านวนไปวนมาอยู่ในไตนั้น ของเสียที่อยู่ในเลือดก็จะวิ่งผ่านออกจากหลอดเลือดไปยังไต  เลือดที่วิ่งออกจากไตจึงเป็นเลือดที่ไสสะอาดอีกครั้งหนึ่ง...

 

ส่วนของเสียที่ไตกรองไว้ ก็จะถูกลำเลียงมาเก็บไว้ แล้วฉี่ออกมาในที่สุด

 

ทีนี้ หากมาดูกันลึกๆ อีกนิด จะเห็นได้ว่าไตของเราคงทำงานหนักไม่เบาเลยทีเดียว ถ้านึกไม่ออก ให้ลองนึกอย่างงี้ครับว่า ในแต่ละวันจะมีเลือดไหลผ่านมาในไตถึงกว่าหนึ่งพันสี่ร้อยลิตร

ซึ่งถ้านึกไม่ออกอีกว่าเยอะแค่ไหน ก็ลองนึกถึงขวดโค้กลิตรจำนวน 1,400 ขวด ดูซิครับ ว่าจะเยอะแค่ไหน?

 

หากไตของเราไม่ทำงาน ก็จะกรองของเสียไม่ได้ ของเสียในเลือดซึ่งไม่ถูกกำจัดทิ้งไป ก็จะสะสมเพิ่มมากขึ้น เพิ่มมากขึ้น จนในที่สุด...ก็ตาย

แต่หากไม่อยากตาย ก็ต้องล้างไต ซึ่งต้องทำทุกบ่อย ทุกบ่อย และไม่สนุกเลยซักนิดเดียว

 

ฟังแล้วน่ากลัวไม่เบาเลยนะครับ

เพราะฉะนั้น ต้องถนุถนอนไตไว้ให้ดีๆ นะครับ...

 

ทีนี้มาดูโจทย์กันอีกทีนะครับ...

 

โจทย์ถามว่า...ถ้าพิจารณาในเรื่องการทำงาน กระเพาะอาหารเทียบได้กับเครื่องบดเนื้อ  หัวใจเทียบได้กับเครื่องสูบน้ำ ดังนั้นไตเทียบได้กับเครื่องใช้ในข้อใด

 

1. เครื่องฟอกอากาศ                                    2. เครื่องกรองน้ำ

3. เครื่องผสมอาหาร                                    4. เครื่องปั่นไฟ

 

จากความรู้ที่เราได้ยินมาตามข้างต้น ก็สามารถตอบได้เลยว่า ต้องเป็นเครื่องกรองน้ำ แน่ๆ เลย

พราะเครื่องกรองน้ำจะทำหน้าที่กรองสิ่งที่ปนเปื้อนมากับน้ำออก ซึ่งพอผ่านเครื่องกรองน้ำแล้ว น้ำก็จะใสปิ้งอย่างใจหวัง ซึ่งมีหลักการทำงานละม้ายคล้ายคลึงกับไตอย่างแพะกะแกะเลยทีเดียว

 

ดังนั้นจึงเลือกตอบข้อ 2. ครับผม.

 

หมายเหตุ : จริง ๆ แล้วไตทำหน้าที่อีกหลายอย่างเลยนะครับ ซึ่งหากสนใจใคร่รู้ ขอเสนอให้ลองหาอ่านเพิ่มเติมใน http://www.thaiclinic.com/renalfail.html ครับผม.

 

 

แล้วเรารีบไปดูข้อต่อไปกันดีกว่า นะครับ...

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช