.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ข้อที่ 9

 

ข้อสอบ ข้อที่ 9

  

กำหนดรูปดังนี้

 

 พืชที่ขึ้นอยู่บริเวณป่าชายเลนบางชนิดมีรากดังรูป  เพราะต้องการปัจจัยใดในการดำรงชีวิตมากที่สุด

 1. แสง                                                       2. อากาศ

 3. น้ำ                                                         4. แร่ธาตุ

 

 

การจะทำข้อสอบข้อนี้ได้ เด็กๆ ควรต้องมีความรู้เกี่ยวกับรากของพืชกันสักเล็กน้อย ดังนี้ครับ

 

ความรู้ข้อที่หนึ่ง  : หน้าที่ของราก

หน้าที่หลักที่สำคัญของราก ที่เด็กระดับประถมควรรู้ ก็คือ

          1.  หน้าที่ดูด รากจะดูดน้ำและแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำจากดิน

          2.  หน้าที่ลำเลียง รากจะลำเลียงน้ำและแร่ธาตุขึ้นสู่ส่วนต่างๆของลำต้น

          3.  หน้าที่ยึด รากจะยึดลำต้นให้ติดกับพื้นดิน

 

เอาหลักๆ สั้นๆ 3 ข้อแค่นี้ก็พอนะครับ 

แต่หากอยากรู้หน้าที่เพิ่มเติมอีก เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที...

 

 

ความรู้ข้อที่สอง : หน้าที่พิเศษของราก

เด็กๆ คงรู้กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ว่ารากของพืชบางชนิดทำหน้าที่พิเศษบางอย่างด้วย  ลองมาย้ำทบทวนความจำกันอีกซักทีนะครับ ว่ารากทำหน้าที่พิเศษอะไรได้บ้าง

 

 

หนึ่ง : รากค้ำจุน 

รากค้ำจุนเป็นรากที่แตกออกจากลำต้นที่อยู่ใต้ดินหรือเหนือดินเล็กน้อย แล้วพุ่งทะแยงลงไปในดินเพื่อช่วยพยุงและค้ำจุนลำต้น ซึ่งที่คุณครูมักยกตัวอย่างให้ฟังเสมอคือต้นโกงกาง

แต่พอตอนออกข้อสอบมักไม่ยักจะยอมออกต้นที่ยกตัวอย่าง !

ดังนั้นเราจึงควรรู้เพิ่มเติมอีกสักนิดนะครับว่า ต้นไม้ที่มีรากค้ำจุนนั้น อาจรวมไปถึง เตย  ลำเจียก  ข้าวโพด  ยางอินเดีย และไทรย้อย ด้วยนะครับ

 

 

สอง : รากหายใจ

เป็นรากที่เกิดจากรากที่อยู่ใต้ดินงอกและตั้งตรงขึ้นมาเหนือดินเพื่อช่วยในการหายใจ พบในพืชชายน้ำหรือป่าชายเลน เช่น ลำพู โกงกาง แสม (อ่านว่า สะ-แหม)

บางทีข้อสอบที่พลิกแพลงมากๆ อาจพูดถึงต้นแพงพวยน้ำ  และผักกระเฉด ซึ่งก็ทำหน้าที่เป็นรากหายใจด้วย  (แต่เรียกว่ารากทุ่นลอย) ครับ

 

 

สาม : รากยึดเกาะ

เป็นรากที่แตกตามข้อหรือลำต้น รากทำหน้าที่ยึดเกาะ เสาหรือหลักเพื่อพยุงลำต้นให้ติดแน่นและชูส่วนของลำต้นให้สูงขึ้นไป เพื่อให้ส่วนต่างๆได้รับแสงมากขึ้น เช่นพวก  พลูด่าง  พริกไทย  กล้วยไม้  พริกไทย ตีนตุ๊กแก ฯลฯ

 

 

สี่ : รากสะสมอาหาร

เป็นรากที่คุณครูสอนแล้ว-สอนอีกจนจำกันได้ขึ้นใจ (ใช้ไหมครับ?) ซึ่งรากประเภทนี้จะทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารไว้ เช่น รากแครอท หัวไชเท้า มันเทศ มันสำปะหลัง เป็นต้น

หรือบางทีรากที่แตกออกบริเวณโคนต้นเป็นกระจุกๆ เช่น รากกระชาย รากต้อยติ่ง ก็เป็นรากสะสมอาหารแบบหนึ่งนะครับ แต่เรียกว่ารากกลุ่มหรือรากพวง

แต่เนื่องจากเด็กๆ มักจะท่องจำชื่อรากสะสมอาหารกันจนขึ้นใจแล้ว บางทีครูก็เลย(แกล้ง)ถามซะเลยว่ารากของแครอท กับรากของมันเทศ เป็นรากแก้วหรือรากฝอย

ซึ่งเด็กๆ บางคนอาจตะโกนอยู่ในใจว่า

“ไรวะ...ไม่เคยสอนซักคำ มาออกข้อสอบเฉยเลย”

 

ดังนั้น เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งจากคุณครู(ผู้ใจร้าย) เราก็ควรรู้เป็นเกล็ดเล็ก-เกล็ดน้อย เพิ่มเติมซักนิดว่า...

พวกรากแก้วสะสมอาหาร  ก็เช่น แครอท บีท  มันแกว

ส่วนพวกรากฝอยสะสมอาหาร ก็เช่น หัวมันเทศ มันสำปะหลัง กระชาย

 

ทีนี้ พอเจอข้อสอบทำนองนี้อีก ก็เชิดหน้าเล็กน้อย แล้วตะโกนดังๆ (ในใจ) ได้เลยว่า...

“เชอะ...เมื่อก่อนอาจใช่  แต่เดี๋ยวนี้ไม่หมูแล้วนะเว้ย ย ย ย”

 

 

ห้า : รากสังเคราะห์แสง

รากสังเคราะห์แสง เป็นรากที่แตกออกจากข้อของลำต้นหรือกิ่งแล้วห้อย

ลงมาในอากาศ มีสีเขียวของคลอโรฟิลล์จึงสังเคราะห์แสงได้ ได้แก่  รากกล้วยไม้  ไทร  เป็นต้น

 

 

 

ป็นไงครับ...

พอมีความรู้เรื่องรากแล้ว ก็ตอบได้เลยใช่มั้ยครับว่า รากของพืชตามรูปในโจทย์นั้น

ต้องจัดอยู่ในกลุ่มรากหายใจแน่ๆ

ดังนั้นคำตอบข้อที่ถูกต้องที่สุดคือ ข้อ 2. นั่นเอง

 

 

(ทีนี้ ไปดูข้อต่อไปด้วยกัน นะครับ)

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช