.

.

ข้อสอบ สสวท. ปี 2555 ข้อที่ 1

 

ข้อที่ 1.

 

วัฏจักรชีวิตของสัตว์ชนิดใดคล้ายคลึงกับวัฏจักรชีวิตของแมลงปอ ดังภาพ

  1. นก
  2. กบ
  3. ปลา
  4. ผีเสื้อ

 


ว่ากันว่า ข้อสอบข้อแรกนี่มักจะเป็นข้อที่ชี้เป็นชี้ตายในการสอบแต่ละครั้งเลยนะครับ เพราะถ้าทำข้อแรกได้ ใจจะมาเป็นกองเลย แต่ถ้าทำข้อแรกไม่ได้เมื่อไร มักจะเกิดอาการวิตกจริต ฟุ้งซ่าน สับสน จิตตก ใจเสีย ขาดความมั่นใจ ฯลฯ  จนอะไรๆ ที่เคยคิดได้เคยทำได้ ก็มักจะคิดไม่ได้ทำไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ

 

ซึ่งในฐานะที่เคยผ่านพบประสบเหตุแบบนี้มาบ้างแล้วนั้น ใคร่ขอแนะนำทางแก้ไข โดยการท่องคาถาสั้นๆ ที่สุดแสนจะเรียบง่าย แต่สำคัญอย่างยิ่งเลยครับ…

 

คาถาที่ว่า คือคำว่า “สติ” ครับ

 

“สติ” นี่ อาจแปลง่ายๆแบบเด็กประถมว่า คือการ “ระลึกได้ หรือนึกได้” ครับ เช่น :

 

ถ้าเราทำสีหกใส่สมุด เราก็ไม่ต้องร้องห่มร้องไห้ เพราะเพียงแต่เรามีสติหรือระลึกได้ว่า ต้องรีบหาผ้าหรือกระดาษทิชชูมาซับ ก็จะไม่ทำให้สมุดหน้าอื่นๆ  เลอะสีไปด้วย

 

หรือ พอครูดุว่า เราทำลืมเอาการบ้านมาส่ง เราก็ไม่ต้องโกรธครู เพราะเรามีสติหรือระลึกได้ว่า ก็เป็นเพราะเราลืมเอง จึงต้องถูกครูดุเป็นธรรมดา

 

หรือ พอทำข้อสอบข้อแรกไม่ได้ ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเราเพียงแต่มีสติหรือระลึกได้ว่า ข้อสอบยังเหลืออีกตั้ง 49 ข้อ เราอาจทำได้เยอะแยะ ก็ได้  หรือไม่งั้น เราอาจจะค่อยๆ คิดเทียบเคียงกับความรู้ที่เคยมีก็ได้ว่าถึงแม้จะทำข้อแรกนี้ไม่ได้โดยตรง แต่พอเปรียบเทียบกับความรู้ที่เคยมีแล้ว ต้องตอบข้อ ข. แน่ๆเลย...

อย่างงี้เป็นต้น

 

อย่างนี้แหละครับ เค้าเรียกกันว่า “สติมาปัญญาเกิด” ครับ

 

ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าพอมี “สติ” แล้วก็จะมีปัญญาฉลาดหลักแหลมนะครับ

แต่คำว่า “สติมาปัญญาเกิด” นั้น หมายถึงว่า ถ้าเรามีสติ หรือมีความระลึกได้แล้ว เราก็จะได้ใช้ความรู้(เท่าที่มีอยู่)ในสมองของเราแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งก็คือการใช้ปํญญา นั่นเอง

 

 

ดังนั้น เราถ้าเรามีสติ ปัญหาหนักอาจกลายเป็นเบา ก็เป็นได้

(โปรดทราบ : นี่คือการเฉลยข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์อยู่นะครับ ไม่ใช่การอบรมในวิชาพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน)

 

อ้าว...ยังไม่ได้เริ่มเฉลยข้อสอบเลยนะนี่

มาเริ่มกันดีกว่านะครับ...



 

ความรู้ข้อที่หนึ่ง  : ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง


เมื่อครั้งผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่สุดแสนจะฉลาด(น้อย)นั้น ผมมักจะประหลาดใจและตื่นเต้นใจไปกับโปสเตอร์รณรงค์กำจัดยุงลายที่คุณครูนำมาแปะไว้ที่ข้างๆประตูห้องเรียน

โปสเตอร์ในสมัยนั้น มีหน้าตาและสาระส่วนหนึ่งคล้ายแบบนี้แหละครับ

     

 

เห็นไหมครับ

ช่างน่าประหลาดใจอะไรเช่นนี้


ยุงสามารถกลายร่างจากไข่มาเป็นลูกน้ำได้ แล้วหลังจากนั้น ลูกน้ำก็กลายร่างมาเป็นตัวโม่ง ที่หน้าตาแทบไม่เหมือนเดิมเลย

แล้วก็น่าประหลาดใจขึ้นไปอีก ก็คือตัวโม่งสามารถแปลงร่างกลายเป็นยุงขึ้นมาได้ โดยที่ลักษณะหน้าตาที่เราเห็นๆกันอยู่นั้น ไม่มีเค้าว่า ก่อนจะมาเป็นยุงที่แสนดุร้ายนั้น แท้จริงแล้วก็คือตัวโม่งที่เคยลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำมาก่อนนั่นเอง

 

เมื่อยุงสามารถแปลงร่างได้

 

หนังทีวีชื่อดัง(ในสมัยนู้น น น ) ที่ชื่อเรื่องไอ้มดแดง

ที่พระเอกที่เป็นคนธรรมดา แต่สามารถแปลงร่างเป็นไอ้มดแดง แล้วคอยกำจัดเหล่าคนเลวที่จะยึดครองโลกอย่างกล้าหาญนั้น ต้องไม่ใช่เรื่องหลอกเด็กอย่างที่ผู้ใหญ่ว่า

 

เรื่องไอ้มดแดงนี่...ต้องเป็นเรื่องจริงแน่ๆ

         

 

การต่อสู้ของพระเอกในหนังทีวีเรื่องไอ้มดแดงที่แสนจะโด่งดัง รวมตัวเข้ากับจิตนาการที่เพริศแพร้วของผมในตอนนั้น ช่างน่าตื่นเต้น น่าติดตาม และชวนให้อินไปกับการแปลงร่างของพระเอกในหนังทีวีชื่อดัง


และอยากที่จะแปลงร่างเป็นไอ้มดแดงบ้าง

 

โดยพยายามดัดแปลงเข็มขัดลูกเสือ เลียนแบบเป็นเข็มขัดที่ใช้แปลงร่างของพระเอกอยู่หลายครั้งหลายหน

แต่แปลงเท่าไร ก็ไม่สำเร็จ

จนชักเริ่มท้อใจ

(แต่ก็ไม่วายลองทำอยู่บ่อยๆ เมื่อมีโอกาส)

 

ย้อนกลับมาเรื่องยุงลายอีกที…

 

มันช่างน่าตื่นเต้นที่ไอ้มดแดงนั้นสามารถแปลงร่างกลับเป็นมนุษย์ได้ เมื่อจัดการกับเหล่าร้ายสำเร็จแล้ว

แต่ยุงลายกลับน่าตื่นเต้นและเก่งยิ่งกว่า


เพราะพอกินเลือดมนุษย์แล้ว ถ้าไม่ถูกตีตายไปซะก่อน ก็สามารถกลับกลายร่างกลายเป็นไข่ได้อีกครั้ง วนเวียนไปได้เรื่อยๆ ตามรูปในโปสเตอร์

 

ผมทึ่งกับความสามารถของยุงตามโปสเตอร์ที่ครูเอามาแปะไว้อยู่นานเป็นเดือน

และค่อยๆซาลง เมื่อครูเอาโปสเตอร์เรื่องใหม่มาแปะแทน


แต่อาการทึ่งในความสามารถของยุงที่กลายร่างเป็นไข่ได้นั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในสมองของผมมาอีกหลายปี...




 

ความรู้ข้อที่สอง : ความไม่รู้ ไม่ใช่สิ่งน่าอาย   ความสงสัย เป็นบ่อเกิดของปัญญา

  

หลังจากวันเวลาผ่านไปอีกหลายปี

ผมก็ค้นพบความเป็นจริงที่ว่า มีคนที่ไม่ปกติอย่างผมเพียงคนเดียวเท่านั้น(มั๊ง) ที่เข้าใจเอาเองตามรูปในโปสเตอร์ว่า “ยุงกลายร่างเป็นไข่” ได้

 

ซึ่งผู้ที่ทำให้ผมได้รู้ว่าผมฉลาดน้อยกว่าที่คิด ก็คือเด็กหญิงข้าวหอมครับ


“หาอะไรนะ แกคิดว่า ยุงแปลงร่างเป็นไข่ได้เหรอ”

ข้าวหอมทำตาโต พร้อมกับอุทานเสียงดังลั่นทุ่ง

 

ซึ่งผมก็ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น เพราะภาพในโปสเตอร์กำจัดยุงลายนั้น ติดตาตรึงใจผมอย่างแน่นหนาจนไม่มีวันลืม


“แกนี่ โง่กว่าที่ชั้นคิดอีกว่ะ”

ยัยข้าวหอมพูดไปหัวเราะไป

 

“แกลองคิดถึงไก่ดูซิวะ แม่ไก่แปลงร่างกลายเป็นไข่ได้หรือเปล่า คิดซิ คิด”

ข้าวหอมเอามือซ้ายป้องปากที่เปื้อนยิ้ม แล้วเอานิ้วชี้ของมือที่เหลืออยู่มาจิ้มที่หัวของผมถี่ๆ เลียนแบบคุณครูที่มักเอานิ้วมาจิ้มที่หัวของผมตอนที่ผมคิดเลขไม่ออก

 

“แม่ไก่ออกลูกเป็นไก่นะโว้ย ไม่ได้แปลงร่างเป็นไข่  นี่ชั้นจะเขียนวงจรชีวิตของไก่ให้ดู”

ข้าวหอม วาดวงจรชีวิตของไก่ลงบนกระดาษให้ผมดู

 

“ดูรูปแล้วเข้าใจรึยัง ไก่ออกลูกเป็นไข่ แล้วยุงก็ออกลูกเป็นไข่เหมือนกัน ไม่ได้แปลงรงแปลงร่างอย่างที่แกเข้าใจ  ”


“โปสเตอร์ที่เค้าวาดนี่ คนปกติทุกคนดูแล้วก็น่าจะเข้าใจได้ดี”

“คงยกเว้นคนไม่ปกติอย่างแกคนเดียว ที่ไปเข้าใจอย่างที่ไม่ควรเข้าใจ 555”

ข้าวหอมหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับลากแขนเสื้อผมให้ตามไปที่ห้องสมุดของโรงเรียน เพื่อจะหารูปวงจรชีวิตของยุงแบบชัดๆให้ผมดู

 

ครับ ผมเข้าใจแล้วว่า ยุงไม่ได้แปลงร่างเป็นไข่ แต่ออกลูกเป็นไข่แบบเดียวกับไก่ตามที่ยัยข้าวหอมว่า

 

แต่ผมชักสงสัยว่า ทำไม ลูกไก่โตขึ้นมาก็เป็นไก่เลย แต่ทำไมยุงนั้นกว่าจะโตเป็นยุงได้จะต้องเป็นลูกน้ำ แล้วก็เป็นตัวโม่งเสียก่อน

 

“เอ...เค้าก็ไม่รู้แหะ”

ยัยข้าวหอมตอบผมตรงๆ



 

ความรู้ข้อที่สาม : ชีวิตที่คร่ำ กลางน้ำเวียนวน ลอยล่องกลางชลไม่พ้น...ทนไป

 

“สัตว์บางชนิดมีแบบแผนการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน หรืออาจพูดได้ว่ามีวงจรชีวิตที่แตกต่างกัน”

หนังสือชีววิทยาในห้องสมุด มักจะเกริ่นนำว่าอย่างงี้ครับ

 

วงจรชีวิตของสัตว์ เป็นเรื่องที่อยู่ในหมวดหมู่ของวิชาชีววิทยา ซึ่งจะเชื่อหรือไม่ครับถ้าจะบอกว่าเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ ตั้งแต่ชั้นประถมต้นจนถึงวัยรุ่น(วุ่นรัก)ในระดับมัธยมปลาย มักจะมีโอกาสแวะเวียนมาเรียนเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ต่ำกว่า 4 รอบ

 

เราลองมาฟังสรุปฉบับย่อ ดูนะครับ

 

หากจะแบ่งกลุ่มของสัตว์ตามรูปแบบการเจริญเติบ จะสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ

     - กลุ่มที่เจริญเติบโตโดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง หรือมีชื่อเรียกเท่ๆ ตามภาษาต่างดาวว่า Metamorphosis

     - กลุ่มที่เจริญเติบโตโดยไม่เปลี่ยนรูปร่าง (เปลี่ยนแต่เพียงขนาด) อันนี้ ในภาษาต่างดาว จะมีการเติม A ที่แปลว่า “ไม่” เข้าไปข้างหน้าคำว่า metamorphosis กลายเป็น  Ametamorphosis  ซึ่งแปลว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั่นเองครับ

 

ความรู้ระหว่างบรรทัด :

ภาษาไทย(ที่เราไปยืมชาวบ้านมาใช้จนเข้าใจว่าเป็นภาษาไทยของเราเอง) กับภาษาอังกฤษนั้น มีหลายๆอย่างที่คล้ายๆ กัน เช่นการเติมอักษรบางอย่างเข้าไปข้างหน้าคำเพื่อให้ความหมายของคำนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไป  เช่นคำว่า “มนุษย์” ที่แปลว่า คน นั้น ถ้าเติม “อ” เข้าไปข้างหน้า ให้กลายเป็น “อมนุษย์” ก็จะแปลว่า ไม่ใช่คน


ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ถ้าเติมคำว่า a หรือ an หรือ un หรือ dis เข้าไปหน้าคำ ก็จะทำให้คำนั้นๆ มีความหมายตรงกันข้ามเช่นเดียวกัน เช่น  :


คำว่า happy ที่แปลว่ามีความสุข   ถ้าเติม un เข้าไป เป็น unhappy ก็จะกลายเป็น ไม่มีความสุข


คำว่า like ที่แปลว่าชอบ ถ้าเติม dis เข้าไป เป็น dislike ก็จะมีความหมายว่า ไม่ชอบ


คำว่า aerobic ที่อ่านออกเสียงว่าแอโรบิคนั้น  ในทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้หมายถึงการเต้นแอโรบิคนะครับ แต่หมายถึง การต้องใช้อากาศ(ออกซิเจน)  ซึ่งพอเติม an เข้าไปกลายเป็น anaerobic (อ่านว่าแอนาโรบิค) ก็แปลว่าการไม่ต้องใช้อากาศนั้นเองครับ


ทีนี้ คำว่า metamorphosis ที่แปลว่า การเจริญเติบโตโดยมีการเปลี่ยแปลงรูปร่างนั้น พอเติม a เข้าไปกลายเป็น  ametamorphosis ก็เลยแปลว่า การเจริญเติบโตโดยไม่มีการเปลี่ยแปลงรูปร่างนั่นไงครับ

 

อ้าวไปเรื่องอื่นอีกแล้วครับ...


 

สำหรับ Metamorphosis นั้น ยังแบ่งย่อยๆ ออกไปได้อีก 3 แบบ คือ

 

  1. Complete Metamorphosis
  2. Incomplete Metamorphosis
  3. Gradual Metamorphosis

 

มาถึงตรงนี้ อาจมีบางท่านแอบบ่นว่า...

ทำไมใช้แต่ภาษาต่างด้าว(วะ)

ทำไมไม่ใช้ภาษาไทยบ้าง(วะ)

 

แหม...ก็ในวิชาชีวะนี่ ศัพท์แสงที่ใช้เรียกชื่อนั้น เกือบจะร้อยทั้งร้อยมักจะเป็นภาษาต่างดาวทั้งหมดเลยครับ ซึ่งถึงแม้บางทีอาจมีการแปลเป็นภาษาบ้านเราไว้บ้าง แต่ก็ต้องวงเล็บเป็นภาษาต่างดาวไว้อยู่ดีนั่นแหละครับ

 

เว้นไว้แต่คำที่เรียกกันจนคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่นคำว่า “เบาหวาน” อย่างงี้ นักเรียนบ้านนอกอย่างเราที่ไม่ใช่นักศึกษาแพทย์ ก็ใช้คำว่าเบาหวานไปเลย ซึ่งคงไม่ต้องไปวงเล็บว่า Diabetes Mellitus นะครับ นะ

 

แต่เคยสงสัยเหมือนผมบ้างไหมครับ ว่าทำไมถึงเรียกกันว่า “โรคเบาหวาน”

 

ทั้งๆ ที่ โรคเบาหวานนั้น คือโรคที่เกี่ยวข้องกับการมีน้ำตาลมากเกินไป ดังนั้นควรจะเรียกกว่า “โรคหนักหวาน” น่าจะเหมาะกว่าคำว่า “โรคเบาหวาน” ว่าไหมครับ

 

“นี่ ไอ้หนู นั่งลงก่อน ลุงหมอจะเล่าให้ฟัง”

ลุงหมอ(เถื่อน) แถวบ้าน บอกให้ผมนั่งลงเมื่อผมถามว่าทำไมถึงเรียกว่า “เบาหวาน”

 

“คำว่า ”เบา” ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า “น้อย” อย่างที่แกเข้าใจนะเว้ยเจ้าหนู”

ลุงหมอ พูดเหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่

 

“คำว่า “เบา” เป็นคำสุภาพในภาษาโบราณ ซึ่งแปลว่า “ฉี่” ในภาษาพูดของพวกเราในปัจจุบัน”

ลุงหมอ(เถื่อน) อธิบายสั่นๆ แบบตรงประเด็น ไม่เหมือนทุกทีที่ต้องวกวนอ้อมโลกซะสามรอบก่อน

 

“เบาหวาน ก็เลยแปลได้ตรงๆ ว่า ฉี่หวาน ซึ่งก็คือภาวะที่มีน้ำตาลปนอยู่ในฉี่เป็นจำนวนมาก เข้าใจไหม?”

ลุงหมอ สรุปประเด็น

 

“แล้วอย่าไปคิดว่าควรจะเรียกว่า “โรคหนักหวาน” เชียวนา

เพราะคำว่าหนักในภาษาโบราณ แปลว่า “อึ” นะเว้ย  ถ้าบอกว่า “หนักหวาน” ก็จะแปลว่าอึหวาน เสียชิบ 555 555”

ลุงหมอ(เถื่อน) พูดพลางหัวเราะพลางแบบไม่เห็นจะน่าขำตรงไหน…

 


ความรู้ข้อที่สี่ : วัฏจักรชีวิต

 

วัฏจักรชีวิต บางทีก็เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า วงจรชีวิตนะครับ

 

วัฏจักรชีวิต หมายถึง การเจริญเติบโตที่ต่อเนื่องกันมาอย่างเป็นระเบียบและมีแบบแผนที่แน่นอน โดยสัตว์บางชนิดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างมากในระหว่างการเจริญเติบโต ในขณะที่สัตว์บางชนิดอาจมีลักษณะการเติบโตที่ไม่การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเลยก็ได้ (เปลี่ยนแต่ขนาดอย่างเดียว เหมือนอย่างพวกเราไงครับ แบบไม่มีอวัยวะใดอะไรงอกขึ้นมาเพิ่ม หรือไม่มีอะไรหดหายไป ยกเว้นตัวจะค่อยๆ โตขึ้นเท่านั้น)


ซึ่งในตอนแรกๆ ก็ได้เล่าให้ฟังแล้วใช่ไหมครับว่า การเจริญเติบโตของสัตว์นั้น มี 2 แบบคือ Ametamorphosis  กับ Metamorphosis


โดย Ametamorphosis  ก็คือการเติบโตที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณในระหว่างเจริญเติบโต  ซึ่งก็หมายความว่า ตัวอ่อนจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนตัวเต็มวัยทุกประการเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า ยกตัวอย่างเช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยนคลาน สัตว์ปีก แมลงบางชนิด เช่น ตัวสองง่าม ตัวสามง่าม แมลงหางดีด เป็นต้นครับ


ลองมาดูรูปประกอบความเข้าใจกันสักนิดนะครับ โดย นก หรือหนู หรือคน เราคงเคยเห็นกันอยู่แล้ว

ลองมาดูตัวที่เราไม่ค่อยจะเคยเห็นกันดีกว่า นะครับ...

 

อันนี้ คือตัวสองง่ามนะครับ จะเห็นได้ว่าพอออกจากไข่ได้ ก็ค่อยๆ โตขึ้นโดยลักษณะยังคงเหมือนเดิมทุกประการ


ส่วนนี่คือ ตัวสามง่ามนะครับ

ซึ่งก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ : ตัวสามง่ามนี่ เราจะพบเห็นโดยทั่วไปนะครับ โดยเฉพาะตามกองหนังสือเก่าๆ หรือตามกองผ้าเก่าๆ ซึ่งหากน้องๆหนูๆ คนไหนไปเจอเข้า ก็ไม่ต้องตกใจอะไรนะครับ ให้ทำเพียงแต่เดินไปบอกคุณแม่เบาๆ ว่า...

บ้านเราชักจะเริ่มไม่สะอาดแล้วนะแม่...


 แมลงหางดีด  จาก : www.colonialpest.com



 

ทีนี้ มาดูเรื่องของ Metamorphosis กันนะครับ


Metamorphosis  หมายถึง การเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะเป็นขั้น ๆ ในระหว่างเจริญเติบโต ได้แก่ สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก และแมลงเกือบทุกชนิด


การเปลี่ยนแปลงรูปร่างนี้ ยังแยกย่อยได้อีก 3 แบบ ครับ คือ...

 

แบบที่หนึ่ง Complete Metamorphosis

คือการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างครบ 4 ชั้น ซึ่ง 4 ขั้นนี้ ก็คือ

ขั้นที่ 1 ไข่  

ขั้นที่ 2 ตัวอ่อน

ขั้นที่ 3 ดักแด้

ขั้นที่ 4 ตัวเต็มวัย

 

พวก Complete Metamorphosis  นี่ เราๆ มักจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ ก็เช่น ยุง ผีเสื้อ ผึ้ง มด ต่อ แตน ไหม แมลงวัน และด้วง นั่นไงครับผม


มาดูภาพประกอบความเข้าใจ กันนะครับ

รูปวงจรชีวิตของผีเสื้อ จาก : www.myfirstbrain.com



ที่มา : Sericulture training manual ,1990

สำหรับรูปข้างบนนี้ คือไหมนะครับ (ต้องขออภัยที่ภาพไม่ค่อยชัดนิดนึง แต่เอาเป็นว่าเราจะเห็นว่าวงจรชีวิต มี 4 ขั้น นะครับ)


 

ที่มา : www.surin1.js.ac.th

ด้วงก็มี 4 ขั้นเช่นเดียวกันนะครับ


 

แบบที่สอง Incomplete Metamorphosis

คือ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างไม่ครบขั้น หรือพูดง่ายๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพียง 3 ขั้น คือ…

 

ขั้นที่ 1 ไข่

ขั้นที่ 2 ตัวอ่อน

ขั้นที่ 3 ตัวเต็มวัย


หากสังเกตุซักนิด จะเห็นได้ว่า Incomplete Metamorphosis  นี่ จะไม่มีขั้นของดักแด้นะครับ


ยกตัวอย่างเช่น  แมลงปอ ชีปะขาว และจิงโจ้น้ำ...

 

แมลงปอ ที่มา : www.maceducation.com


นี่ไงครับ...

หากย้อนกลับไปดูที่โจทย์ จะพบว่ารูปตามโจทย์ข้อ 1. นี้ เป็นรูปของแมลงปอนะครับ

(เสียงโห่เบาๆ ดังมา ทำนองว่า โจทย์เค้าบอกไว้แล้วหล่ะลุง ว่าเป็นแมลงปอ...)



 

ชีปะขาว ที่มา : http://blogs.nd.edu/

 

จิงโจ้น้ำ ที่มา :   www.atom.rmutphysics.com

 


 

แบบที่สาม Gradual Metamorphosis 

คือการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบค่อยเป็นค่อยไป ทีละเล็กทีละน้อย (แต่ไม่ครบขั้น) โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพียง 3 ขั้น เช่นเดียวกับแบบ Incomplete Metamorphosis คือ

 

ขั้นที่ 1 ไข่

ขั้นที่ 2 ตัวอ่อน

ขั้นที่ 3 ตัวเต็มวัย

 

ยกตังอย่าง เช่น แมลงสาบ ตั๊กแตน จิ้งหรีด จักจั่น เหา ปลวก ไร เรือด เพลี้ย มวนต่าง ๆ เหา ปลวก ไร เรือด เพลี้ย


 

รูปตั๊กแตน ที่มา : www.saburchill.com



 

 

พอมีความรู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว

 

ทีนี้ ก็กลับมาดูโจทย์กันอีกทีนะครับ

โจทย์ถามว่า...


วัฏจักรชีวิตของสัตว์ชนิดใดคล้ายคลึงกับวัฏจักรชีวิตของแมลงปอ ดังภาพ

  1. นก
  2. กบ
  3. ปลา
  4. ผีเสื้อ

 

เราได้ทราบกันแล้วจากความรู้เบื้องต้น ที่ผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า…

 

พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยนคลาน สัตว์ปีก แมลงบางชนิด เช่น ตัวสองง่าม ตัวสามง่าม และแมลงหางดีด เป็นสัตว์ที่เติบโตโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะในระหว่างเจริญเติบโตเลย (Ametamorphosis)  ซึ่งก็หมายความว่า ตัวอ่อนจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนตัวเต็มวัยทุกประการเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น


ซึ่งถ้าทราบกันตรงนี้แล้วก็จะพบว่า คำตอบตามตัวเลือกที่ 1. นก   ตัวเลือกที่  2.กบ   และตัวเลือกที่ 3.ปลา นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์ในกลุ่มที่อยู่กลุ่ม Ametamorphosis ทั้งนั้นเลย


ดังนั้น ก็สามารถตอบได้ในทันทีเลยว่า เมื่อ 3 ตัวเลือกแรกไม่ถูกต้อง ตัวเลือกสุดท้ายย่อมต้องถูกต้องอย่างแน่นอน


จึงเลือกคำตอบข้อที่ 4. ผีเสื้อ เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดได้เลยครับ

ฟันธง!!!

 

 

     เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน…

     ผีเสื้อมีวงจรชีวิตแบบ Complete Metamorphosis ที่มีขั้นของดักแด้

     แต่แมลงปอ มีวงจรแบบ Incomplete Metamorphosis  ที่ไม่มีขั้นของดักแด้

     ซึ่งไม่เหมือนกัน


     ดังนั้น การเลือกคำตอบว่า ข้อ 4. เป็นคำตอบที่ถูกต้อง

     จะใช่ได้อย่างไร?


     เสียงทักท้วงดังมาจากด้านหลัง ทำเอาผมสดุ้งสุดตัว


หันไปมองตามที่มาของเสียง

ก็เห็นพี่จุ๊บจิ๊บกับยัยป้าจุผู้รู้มาก หิ้วข้าวของพะรุงพะรัง แต่ยิ้มอย่างมีความสุข

ราวกับว่า การช้อปปิ้งที่ตลาดนัดยามบ่ายนั้น เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ


เสียงของพี่จุ๊บจิ๊บนี่เอง

ผมคิดและแอบนืนทาในใจ


"ทำข้อสอบของเด็กปอสาม ยังทำผิดอีก"

"มียัยจุที่ทั้งเก่ง ทั้งน่ารักอยู่ทั้งคน ยังไม่คิดจะจีบ เอ้ย...ยังไม่คิดจะถาม"


"เฮ้อ พ่อขวัญอ่อน"

พี่จุ๊บจิ๊บยืนท้าวเอว พูดเสียงดังลั่นทุ่งตามเคย ส่วนยัยป้าจุก็ก้มหน้าก้มตาล้วงข้าวของในถุง แอบซ่อนหน้าแดงเอาไว้


ชักจะยาวไปนิด ขึ้นหน้าใหม่ดีกว่า นะครับ...

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช