.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560 ข้อที่ 3.


ข้อที่ 3.


พิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้

ก. ปักก้านดอกกุหลาบสีขาวลงในน้ำสีน้ำเงิน กลีบดอกกุหลาบเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำเงิน

ข. กล้วยหอมดิบใส่ในภาชนะปิดที่มีมะม่วงสุก กล้วยหอมจะเป็นสีเหลือง

ค. หยดทิงเจอร์ไอโอดีนลงในแอลกอฮอล์ จะได้สารสีน้ำตาล

ง. นำไข่ขาวดิบมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะได้ไข่สีขาว


สถานการณ์ในข้อใดทำให้เกิดสารใหม่

1. ก แล ะค

2. ข และ ง

3. ก ข และ ค

4. ข ค และ ง



ข้อสอบถามว่า "สถานการณ์ในข้อใดทำให้เกิดสารใหม่"

ซึ่งในเบื้องต้น เด็กๆ คงรู้กันอยู่แล้วว่าการเกิดสารใหม่นั้น หมายถึงการเกิดปฏิกิริยาเคมี แต่สำหรับพี่ป้าน้าอาที่อาจลืมๆ ไปแล้ว ผู้น้อยใคร่เล่าให้ฟังแบบง่ายๆว่า การเกิดสารใหม่นั้นหมายถึง การได้สารใหม่ที่มีสมบัติต่างไปจากเดิม ไม่สามารถทำกลับให้คืนสภาพเดิมได้โดยง่าย ซึ่งสารใหม่นั้น อาจเปลี่ยนสี เปลี่ยนสถานะ หรือไม่ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น...

- การที่ใบไม้ร่วงลงมาจากต้นแล้วเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล อย่างนี้คือการเกิดปฏิกิริยาเคมี ซึ่งไม่สามารถทำให้กลับคืนได้โดยง่าย

- การแช่น้ำให้เป็นน้ำแข็ง อย่างนี้ไม่ใช่ปฏิกิริยาเคมี เพราะพอเราเอามาวางทิ้งไว้ น้ำแข็งก็กลับคืนเป็นน้ำเหมือนเดิม

- การละลายเกลือในน้ำ อย่างนี้ก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาเคมี เพราะเราสามารถเอาไปต้มให้น้ำระเหยไป เราก็จะได้เกลือเหมือนเดิม

อย่างนี้แหละครับ คือความแตกต่างของการเกิดสารใหม่ หรือไม่เกิดสารใหม่ครับพี่น้อง...


ทีนี้เราก็มาพิจาณาสถานการณ์ต่างๆ ที่โจทย์ระบุ แล้วดูว่าข้อใดที่เกิดสารใหม่บ้าง ซึ่งถ้าจะให้ดี หากเรามีความรู้รอบตัวซักนิดหน่อย ก็น่าจะพอที่จะทำโจทย์ข้อนี้ได้โดยไม่ยากนักนะครับ




สถานการณ์ ก. ปักก้านดอกกุหลาบสีขาวลงในน้ำสีน้ำเงิน กลีบดอกกุหลาบเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำเงิน


ด้วยกลไกหลายอย่างซึ่งเรายังไม่จำเป็นต้องทราบตอนนี้ จะทำให้น้ำถูกลำเลียงขึ้นไปยังส่วนต่างๆของพืช โดยลำเลียงผ่านท่อน้ำที่ที่มีชือว่า "ไซเลม" ดังนั้นเมื่อปักก้านดอกกุหลาบลงในน้ำสีน้ำเงินแล้วทิ้งไว้สักพัก น้ำสีน้ำเงินก็จะถูกลำเลียงผ่านท่อไซเลมขึ้นไปยังส่วนต่างๆ จึงทำให้ดอกกุหลาบเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

ดังนั้น การที่ดอกกุหลาบเปลี่ยนสีในที่นี้ ไม่ใช่ขบวนการที่ทำให้เกิดสารใหม่นะครับ เป็นเพียงแค่การเคลื่อนของน้ำธรรมดาๆเท่านั้น




สถานการณ์ ข. กล้วยหอมดิบใส่ในภาชนะปิดที่มีมะม่วงสุก กล้วยหอมจะเป็นสีเหลือง


จริงๆ แล้ว กล้วยหอมนั้น หากวางทิ้งไว้ก็จะเหลืองสุกเองอยู่แล้วครับ  และยิ่งถ้าเอามาวางไว้รวมกับมะม่วงแล้วมีผ้าคลุมเอาไว้ ก็ยิ่งจะสุกเร็วขึ้นอีกครับ ที่เป็นอย่างนี้เพราะมะม่วงสุกจะสร้างแก๊สที่ชื่อว่าเอทิลีนขึ้นเป็นจำนวนมาก และแก๊สนี้แหละครับเป็นตัวที่ทำให้กล้วยสุก

ซึ่งกรณีอย่างนี้ สำหรับเด็กที่อยู่ในเมืองอาจจะนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าเป็นเด็กต่างจังหวัด หรืออยู่ต่างอำเภอที่ไม่ใช่อำเภอเมืองแล้วจะรู้จักวิธีการทำนองนี้เป็นอย่างดี ซึ่งก็คือการบ่มผลไม้นั่นเองครับ เช่นการเก็บผลมะม่วงจากต้น เราสามารภเก็บมะม่วงที่แก่จัดแต่ยังไม่สุข แล้วเอามาบ่มรวมๆกันไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด มะม่วงก็จะสุกอย่างรวดเร็ว ในทางตรงกันข้ามหากเรายังไม่อยากให้มะม่วงสุกเร็วเกินไป เราต้องไม่เอามาเก็บรวมกันไว้ครับ

แต่ก็อย่าเข้าใจว่าผลไม้จะสุกได้หลังการเก็บได้ทุกชนิดนะครับ เพราะผลไม้บางชนิดเช่น ลำใย ส้ม แตงโม สัปะรด จะมีการสุกเพิ่มเติมภายหลังการเก็บเกี่ยวน้อยมาก ดังนั้น เวลาที่เราไปตลาดแล้วเจอแม่ค้าบอกว่าซื้อไปเลยคุณ เก็บไว้ซักพักเดี๋ยวก็สุกหวานหอมอร่อยเอง อย่างนี้พี่ๆต้องฟังหูไว้หูนะครับว่าจริงไหม เพราะผลไม้ไม่ทุกชนิดนะครับที่สุกได้เองหลังการเก็บเกี่ยว


ว่าแต่ว่า เราสรุปกันไปแล้วใช่ไหมครับว่า การที่กล้วยหอมเป็นสีเหลืองคือการเกิดสารใหม่นะครับ




สถานการณ์ ค. หยดทิงเจอร์ไอโอดีนลงในแอลกอฮอล์ จะได้สารสีน้ำตาล 


ทิงเจอร์ไอโอดีน นี่ มาจากคำสองคำนะครับ ก็คือคำว่า ทิงเจอร์ กับคำว่า ไอโอดีน โดยคำว่าทิงเจอร์ หมายถึงสารที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย ส่วนคำว่าไอโอดีนก็คือธาตุไอโอดีนซึ่งไม่ละลายในน้ำแต่ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ครับ ดังนั้น ทิงเจอร์ไอโอดีน ก็คือสารละลายไอโอดีนที่มีตัวทำละลายคือแอลกอฮอล์นั่นเองครับ


การหยดทิงเจอร์ไอโอดีนลงในแอลกอฮอล์ จึงเป็นการทำให้สารละลายนั้นเจือจางลงเท่านั้นเองนะครับ ไม่ได้เป็นการทำให้เกิดสารใหม่แต่อย่างใดครับ




สถานการณ์ ง. นำไข่ขาวดิบมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะได้ไข่สีขาว

ไข่ขาวเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่สามารถแปลงสภาพได้ด้วยการให้ความร้อน ซึ่งก็คือการนำต้ม หรือเจียว นอกจากนั้นยังแปลงสภาพได้จากการปฏิกิริยากับสารเคมีเช่น กรด หรือเบสก็ได้ครับ การนำไข่ขาวดิบมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะได้ไข่สีขาว ก็คือการแปลงสภาพจากการเกิดปฏิกิริยาเคมีนั่นเองครับ

ซึ่งหากน้องๆหนูๆ ไม่ทราบจริงๆ ว่าอย่างนี้ใช่การเกิดสารใหม่หรือไม่ ก็อาจดูที่สีที่เปลี่ยนไปก็ได้ครับ เช่นกรณีนี้ทั้งน้ำส้มสายชู ทั้งไข่ขาว ก็ล้วนแล้วแต่ใสๆไม่มีสีทั้งคู่ แต่พอเอามาผสมกันแล้วเกิดสีใหม่เป็นสีขาว อย่างนี้ก็เดาไว้ก่อนเลยครับ ว่าต้องมีการเกิดปฏิกิริยาเคมี หรือมีสารใหม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนเลยครับ




เมื่อเราพิจารณาสถานการณ์ทั้ง 4 แล้ว เราก็สามารถสรุปได้ว่าการเกิดสารใหม่ก็คือสถานการณ์ในข้อ ข. กับ ง.

ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องก็คือคำตอบข้อ 2. ครับ





เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช