.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560 ข้อที่ 33.


ข้อที่ 33.


ในคืนหนึ่ง ผู้สังเกตที่ประเทศไทยสังเกตเห็นดวงจันทร์ในวันขึ้น 4 ค่ำ ดังรูป

 

ผมเคยเล่าให้พ่อแม่พี่น้องฟังหลายหนแล้วครับ ว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์นั้น เราต้องใช้จินตนาการประกอบค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยครับ จึงจะทำให้เข้าใจได้

หากจะใช้วิธีท่องจำอย่างเดียวโดยไม่มีความเข้าใจ ก็มักจะงงๆ ทุกครั้งที่เจอโจทย์ที่ไม่เหมือนกับที่ท่องมา 

งั้น เราลองมาใช้จินตนาการเกี่ยวกับการมองเห็นดวงจันทร์กันซักนิดนะครับ...


ก่อนอื่นนั้น เราคงทราบแล้วว่าดวงจันทร์โครจรรอบโลกช้ามากๆ (ประมาณ 1 เดือนต่อรอบ) แต่โลกหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าเยอะเลยครับ (24 ชั่วโมงต่อรอบ)

ดังนั้น ในคืนหนึ่งๆ นั้น อาจพูดได้ว่าดวงจันทร์ก็เกือบจะลอยนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น แต่ที่เราเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่ขึ้นและตก ก็เป็นเพราะโลกหมุนรอบตัวเองครับพี่น้อง

ซึ่งก็เหมือนกับดวงอาทิตย์นั่นแหละครับ ที่เราเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นให้ตอนเช้าและตกในตอนเย็นก็เป็นเพราะการหมุนรอบตัวเองของโลกนั่นไงครับ

เอาล่ะครับ งั้นเรามาสรุปร่วมกันเลยนะครับว่า ในวันและคืนหนึ่งๆ ดวงจันทร์เกือบไม่ได้เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมซักเท่าไร

และด้วยความที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ทำให้ในบางช่วงดวงจันทร์จะลอยอยู่บนท้องฟ้าในตอนกลางวันเลยนะครับ  และด้วยความที่ดวงจันทร์ไม่ได้มีแสงสว่างในตนเองเหมือนกับดวงอาทิตย์ เราจึงไม่เห็นดวงจันทร์ในตอนกลางวัน


แต่พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป ดวงจันทร์ซึ่งลอยนิ่งๆ อยู่ก็ปรากฏโฉมให้เราเห็น ซึ่งบางทีก็ลอยอยู่กลางท้องฟ้าไปซะแล้ว ด้วยเหตุนี้เองครับ ในบางช่วงเวลาเราจึงไม่ได้เห็นดวงจันทร์ขึ้นที่ริมขอบฟ้าทางทิศตะวันออกครับพี่น้อง พอแสงจากดวงอาทิตย์หมดลง บางทีเราก็เลยเห็นดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้าไปซะแล้ว


แต่ต้องไม่งงนะครับ ว่าดวงจันทร์ขึ้นและตกอย่างไร

เพราะดวงจันทร์ก็ขึ้นทางขอบฟ้าด้านตะวันออก และตกทางด้านทิศตะวันตกเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ เพียงแต่บางช่วงเราไม่เห็นการขึ้นกับการตก เพราะแสงจากดวงอาทิตย์บดบังไว้นั่นเอง


เอาล่ะครับ

ทีนี้เราก็มาทำความเข้าใจกันเกี่ยวกับเรื่องของข้างขึ้น-ข้างแรมกัน

โดยดูภาพประกอบคำอธิบายที่ผม(พยายาม)วาดให้ดูนะครับ แต่เนื่องจากฝีมือวาดภาพของผู้น้อยคนนี้อาจจะดูยากนืดหน่อย ดังนั้นพ่อแม่พี่น้องต้องพยายามจินตนาการให้ได้นะครับว่า รูปที่ผมวาดนั้นเป็นภาพ 3 มิตินะครับ...

จากรูปเราจะเห็นได้ว่า ดวงจันทร์ที่อยู่ตำแหน่งซ้ายมือสุดที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ผู้สังเกตที่อยู่บนโลกก็จะมองเห็นแสงที่ดวงจันทร์สะท้อนอย่างเต็มๆ เป็นวงกลมทั้งวง จึงถือว่าเป็นวันขึ้น 15 ค่ำนะครับ

ทีนี้หากดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่ง ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ดวงจันทร์จะหันด้านที่ไม่โดนแสงมาหาเรา เราจึงมองไม่เห็นดวงจันทร์ ซึ่งเรียกว่าเป็นแรม 15 ค่ำครับ

ส่วนขึ้น 8 ค่ำ กับแรม 8 ค่ำ ก็จะอยู่ในตำแหน่งตามที่ผมวาดให้ดูนะครับ

และพอมาถึงตรงนี้ เราก็สามารถบอกได้แล้วนะครับว่าขึ้น 4 ค่ำ ตามที่โจทย์ถามนั้น ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่ง กึ่งกลางระหว่างขึ้น 8 ค่ำ กับแรม 15 ค่ำ ซึ่งหากใช้จินตนาการแบบภาพ 3 มิติเข้ามาประกอบ ดวงจันทร์ก็จะกำลังลอยอยู่โดยหันสีข้างเข้าหาโลก เราจึงจะเห็นดวงจันทร์เป็นเสี้ยวๆนะครับ


ทีนี้ ก็มาถึงจุดที่เราต้องใช้จินตนาการขั้นสูงสุดกันแล้วล่ะครับ

โดยจากรูปนี้ 

เราจะพบว่าคนที่อยู่ที่ประเทศไทยกับคนที่อยู่ที่ขั้วโลกเหนือจะมองเห็นดวงจันทร์เป็นรูปที่แตกต่างกัน

โดยคนที่อยู่ที่ประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้ๆ เส้นศูนย์สูตร จะเห็นด้านนูนๆ ของดวงจันทร์หันเข้าหาตัวเอง ดวงจันทร์จึงมีลักษณะคล้ายๆ เขาควายหงาย แต่คนที่อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ จะมองเห็นปลายแหลมของเขาควายก่อน คนที่อยู่ตรงนั้น จึงเห็นดวงจันทร์เป็นรูปเขาควายตะแคง โดยด้านเว้าอยู่ด้านซ้ายมือ และด้านนูนอยู่ทางขวามือ

เป็นไงครับ งงไหมครับพี่น้อง...

ซึ่งถ้ายังงงอยู่ ก็ค่อยๆ ลองใช้จินตนาการอีกทีนะครับ โดยต้องเน้นอีกทีนะครับว่า ณ วัน 4 ค่ำ ดวงจันทร์ตามรูปจะอยู่ตำแหน่งลึกเข้าไปข้างใน หรือพูดง่ายๆว่า ดวงจันทร์กำลังหันสีข้างในตำแหน่งประมาณ 45 องศาเข้าหาโลก หรือไม่งั้นก็ลองนึกถึงรูป 3 เหลี่ยม โดยโลกกับดวงอาทิตย์เป็นมุมอยู่ที่ฐานสามเหลี่ยม โดยมีดวงจันทร์อยู่ที่จุดยอดของสามเหลี่ยมที่อยู่ลึกเข้าไปนะครับ

และถ้ายังงงอยู่อีก คราวนี้ อาจต้องลองปิดไฟในห้อง แล้วเอาไฟฉายมาส่องดูลูกบอลดูว่า แต่ละมุมนั้น จะเห็นแสงสะท้องของลูกบอลเป็นอย่างไรบ้าง


เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อเกินไป ผมขอทึกทักเอาเองว่าพ่อแม่พี่น้องได้เข้าใจทั่วทุกคนแล้ว

ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องสำหรับโจทย์ข้อนี้ ก็ต้องเป็นคำตอบข้อ 1. นะครับพี่น้อง...

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช