.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560 ข้อที่ 39.


ข้อที่ 39.


การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำของพืช โดยใช้โปโตมิเตอร์ (Potometer) ที่มีลักษณะเป็นหลอดรูปตัวยูที่บรรจุน้ำจนเต็ม ด้านหนึ่งปักกิ่งไม้ที่มีใบ อีกด้านหนึ่งมีหลอดแก้วที่มีขีดวัดระดับน้ำ ดังรูป

 

ข้อใดระบุตัวแปรต้นที่ศึกษาในชุดที่ 2 3 และ 4 ได้ถูกต้องตามลำดับ

1. ปริมาณออกซิเจน  ความชื้น อุณหภูมิ

2. แสง  กระแสลม  ความชื้น

3. ความชื้นอากาศ  กระแสลม  แสง

4. อุณหภูมิ อุณหภูมิ แสง


 

ว่ากันว่า การสอบที่ชี้เป็นชี้ตายในแต่ละครั้ง นักเรียนส่วนมากมักจะเกิดอาการวิตกจริต ฟุ้งซ่าน สับสน จิตตก ใจเสีย ขาดความมั่นใจ ฯลฯ  จนอะไรๆ ที่เคยคิดได้เคยทำได้ ก็มักจะคิดไม่ได้หรือทำไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ


ซึ่งในฐานะที่เคยผ่านพบประสบเหตุแบบนี้มาบ้างแล้วนั้น ใคร่ขอแนะนำทางแก้ไข โดยการท่องคาถาสั้นๆ ที่สุดแสนจะเรียบง่าย แต่สำคัญอย่างยิ่งเลยครับ…


คาถาที่ว่า คือคำว่า “สติ” ครับ


“สติ” นี่ อาจแปลง่ายๆแบบเด็กประถมว่า คือการ “ระลึกได้ หรือนึกได้” ครับ 

ดังนั้น เมื่อเราเจอกับโจทย์ที่ดูเหมือนจะยากเมื่ออ่านแว๊ปแรก เราต้องมีสติ ค่อยๆ คิดเทียบเคียงกับความรู้ที่เคยมี ถ้าดูข้อมูลที่โจทย์ให้มาแล้วเกิดอาการมึนงง เราก็ต้องพินิจพิเคราะห์ว่าโจทย์ต้องการถามอะไร และคำตอบในแต่ละช้อยส์เป็นอย่างไร บางทีเราอาจจะพบทางสว่างก็ได้ครับ 


อย่างนี้แหละครับ เค้าเรียกกันว่า “สติมาปัญญาเกิด” ครับ


ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าพอมี “สติ” แล้วก็จะมีปัญญาฉลาดหลักแหลมนะครับ

แต่คำว่า “สติมาปัญญาเกิด” นั้น หมายถึงว่า ถ้าเรามีสติ หรือมีความระลึกได้แล้ว เราก็จะได้ใช้ความรู้(เท่าที่มีอยู่)ในสมองของเราแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งก็คือการใช้ปัญญา นั่นเอง


งั้นตอนนี้ เราๆ ทุกคนตั้งสติได้แล้วนะครับ

ทีนี้ เราลองมาดูว่าโจทย์ถามเกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วเราพอจะใช้ความรู้ที่มีอยู่มาทำโจทย์ข้อนี้ได้หรือไม่...


โจทย์ถามว่าอะไรบ้างตามชุดการทดลองเป็นตัวแปรต้น

ซึ่งเรื่องตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมนี้ ก็เป็นเรื่องที่เด็กๆ ล้วนแล้วแต่เชี่ยวชาญกันอยู่แล้ว

แต่สำหรับพี่ป้าน้าอาที่อาจหลงๆลืมๆไปบ้าง ผมจะทบทวนโดยจะเล่าเรื่องของพี่เก่งลูกน้าอำให้ฟังว่า...


ครอบครัวของน้าอำเป็นชาวสวนครับ

น้าอำมีลูกอยู่คนนึงที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกับผม ชื่อว่า เก่ง ครับ ซึ่งบางทีผมก็เรียกว่าพี่เก่ง เพราะแกอายุมากกว่าผม

แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักเรียกกันโดยไม่มีคำนำหน้า หรือถ้าจะมีก็มักจะเป็นคำว่า "ไอ้" มากกว่า


พี่เก่ง แกเป็นคนช่างสงสัยครับ

เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังก็เกี่ยวกับความเป็นคนช่างสงสัยนี่แหละครับ


มีอยู่วันนึง แกมาเล่าให้ผมฟังว่า...

ที่ครูอ้อยบอกว่า ของที่มีสีเข้มจะดูดความร้อนได้มากกว่าสีอ่อนนั้น แกไม่เชื่อซักเท่าไร

เพราะน้าอำพ่อของแก ก็ใส่เสื้อหม้อฮ่อมสีกรมท่าออกไปสวนทุกวัน ไม่เห็นแกบ่นว่าร้อนเลย ถ้าเสื้อสีกรมท่าดูดความร้อนมากกว่า พ่อคงหยิบเสื้อสีขาวที่ใช้เวลาไปวัดในวันพระมาใส่แทนแล้ว

ผมฟังแล้วก็ดูมีเหตุผลดี เพราะชาวสวนชาวไร่แถวบ้านก็ใส่เสื้อที่กรมท่าหรือสีออกดำๆกันทุกคน


ในที่สุด ความสงสัยของแกก็ถึงขีดสุดครับพี่น้อง

แกบอกให้ผมไปยืมเทอร์โมมิเตอร์จากครูอ้อยมาซักอัน วันเสาร์ที่จะถึงจะได้เอาไปทดลองกันให้เห็นกับตา


การยืมเทอร์โมมิเตอร์จากครูอ้อยเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยครับ

โดยเฉพาะพอบอกว่าจะเอาไปทดลองว่าเสื้อสีไหนดูดความร็อนมากกว่าสีไหน ครูบอกว่าได้ผลอย่างไงแล้วมาบอกครูด้วยนะ


สายๆ วันเสาร์ผมก็แวะไปบ้านน้าอำ พร้อมกับเทอร์โมมิเตอร์ และสมุดกับดินสอเผื่อต้องจดนู่นจดนี่

พี่เก่งกระวีกระวาดพาผมออกไปท้ายสวนพร้อมกับเสื้อของน้าอำตัวที่ใช้ออกสวนกับตัวที่ใช้ออกงานบุญไปด้วย


แกออกไปกลางแดด พร้อมกับเอาเทอร์โมมิเตอร์วางใต้เสื้อสีกรมท่าของน้าอำแล้วบอกให้ผมนับหนึ่งถึงร้อย

หมายหดระหว่างบรรทัด : ที่ต้องนับเลขเอาก็คือใช้แทนการจับเวลานั่นแหละครับ เพราะในสมัยนั้นเด็กๆไม่ได้มีนาฬิกาใส่กันทุกคนแบบเด็กยุคใหม่หรอกครับ


พอนับถึงร้อยเสร็จก็จดอุณหภูมิเอาไว้

แล้วก็ลองเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปไว้ใต้เสื้อขาวบ้าง ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามรอบ

แล้วมานั่งดูผลการทดลองที่ผมจดไว้กัน

พบว่าบางทีอุณหภูมิเสื้อสีกรมท่าก็มากกว่าเสื้อสีขาว

บางครั้งอุณหภูมิเสื้อสีขาวก็มากกว่าเสื้อสีกรมท่า ซึ่งไม่เป็นไปตามที่แกคิดเอาไว้


แกชวนผมทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ซึ่งก็ได้ผลที่มั่วๆ เหมือนเดิมเลยครับ

ในที่สุด การทดลองในวันนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า 


ตัวแปรต้น ซึ่งก็คือสีของเสื้อ ก็เปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ทำไมตัวแปรตามซึ่งก็คืออุณหภูมิ ไม่เปลี่ยนไปตามตัวแปรต้น

ที่หนักกว่านั้นคือตัวแปรตามกลับมีผลที่มั่วจนไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับตัวแปรต้นเลย

นั่นคือสิ่งที่เราสองคนค้างคาใจ


โดยไม่ลดละหรอกครับ

ผมกับพี่เก่ง ง่วนอยู่กับการหาข้อมูลจากหนังสือในห้องสมุดในเที่ยงวันจันทร์ โดยงดการเล่นเตะฟุตบอลชั่วคราว

ซึ่งจริงๆแล้วก็อยากไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆนั่นแหละครับ แต่เป็นเพราะห้องสมุดจะเปิดเฉพาะตอนเที่ยงเท่านั้น พี่เก่งกับผมจึงจำใจต้องเลือกกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง


เราพบข้อบกพร่องในการทดลองของเราตั้งหลายอย่างเลยครับ


สิ่งที่เราค้นพบจากหนังสือเรื่องนึงคือการควบคุมสภาพแวดล้อมครับ

ในหนังสือบอกว่าการทดลองที่ถูกต้อง ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้คงที่ ซึ่งหนังสือเรียกสิ่งที่ต้องควบคุมว่า "ตัวแปรคุม"

แต่ในการทดลองของเรานั้น เราอาศัยแสงแดดเป็นตัวให้ความร้อน รวมทั้งไม่ได้วัดอุณหภูมิเสื้อสองสีพร้อมๆ กัน การทดลองแต่ละครั้งบางทีจึงเจอแดดก็จ้า แต่บางทีแดดก็หุบเพราะมีเฆมมาบัง ทำให้อุณหภูมิที่เราอ่านได้ สูงบ้างต่ำบ้าง จนมั่วไปหมด

นั่นเป็นเพราะ เราไม่ได้ควบคุมแสงให้คงที่ ซึ่งก็คือ แสงได้กลายมาเป็นตัวแปรอีกหนึ่งตัว แทนที่จะเป็นตัวแปรควบคุมตามที่ควรจะเป็น

ผมกับเก่งจึงสรุปกันว่า (ถ้าจะมี)การทดลองครั้งต่อไป เราต้องใช้หลอดไฟเป็นตัวให้แสงแทนดวงอาทิตย์ ซึ่งเราสามารถควบคุมให้แสงสว่างคงที่ได้ แสงจึงจะเป็นตัวแปรคุมอย่างแท้จริง


และเราควรจะมีเทอร์โมมิเตอร์เพิ่มอีกซักอัน เพื่อทดลองไปพร้อมๆ กันทั้งสองสีไปเลย เพื่อตัดปัญหาว่าการนับหนึ่งถึงร้อยในแต่ละครั้งอาจสั้นยาวไม่เท่ากัน ไม่งั้นเดี๋ยวจำนวนเวลาที่ควรเป็นตัวแปรคุม จะกลายเป็นตัวแปรอีกตัวนึง 


หลังจากปรึกษากันแล้ว เราก็พบอีกว่า ผ้าที่นำมาทดลองควรจะเป็นผ้าที่มีความหนาบางเท่ากัน และควรจะมีกล่องไว้บังไม่ให้ลมพัดมาโดนที่อาจทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป


และสิ่งที่เราพบจากหนังสืออีกอย่างก็คือ...

ชุดการทดลองควบคุมครับ ซึ่งก็คือการทดลองแบบเปล่าโดยไม่มีตัวแปรต้นใดๆ ซึ่งก็มีไว้สำหรับเปรียบเทียบการการทดลองที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้นแบบต่างๆ ซึ่งสำหรับการทดลองของเราก็คือ การเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปวางไว้แบบดื้อๆ เลย ทั้งนี้ก็เพื่อจะเป็นตัวบอกว่า ถ้าวางเทอร์โมมิเตร์ไว้ใต้เสื้อสีกรมท่าจะอ่านได้อุณหภูมิเท่าไร วางไว้ใต้เสื้อสีขาวจะอ่านได้อุณหภูมิเท่าใด และวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้เปล่าๆ จะอ่านได้อุณหภูมิเท่าใด เพื่อป้องกันการแย้งผลการทดลองในภายหลังว่า จะใส่เสื้อหรือไม่ใส่เสื้อมันก็ร้อนเท่ากันนั่นแหละ อะไรทำนองนี้


ซึ่งก็ไม่ต้องถามนะครับว่า หลังจากพบข้อบกพร่องแล้วผลการทดลองหลังสุดเป็นอย่างไร ได้ทดลองกันต่อไหม

คิดดูซิครับ ไหนจะต้องหาเทอร์โมมิเตอร์มาเพิ่ม ไหนจะต้องหาผ้าที่หนาบางเท่ากัน ไหนจะต้องหาหลอดไฟ

ความสงสัยของพี่เก่งนั้น จึงเป็นความสงสัยต่อไป


เอาล่ะครับ

ทีนี้ พี่ๆก็คงมีความรู้เท่าลูกๆแล้วนะครับ (อ้าว ชมหรือปล่านี่)

สรุปอีทีนะครับว่า...

ตัวแปรต้น ก็คือ สิ่งที่เราสงสัยนะครับ ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นแบบโน้นแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ตัวแปรตาม ก็สิ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้น

ตัวแปรคุม ก็คือสิ่งที่เราไม่สนใจจะศึกษา เราจึงควบคุมให้นิ่งๆไว้ ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ชุดควบคุมการทดลอง คือ ชุดการทดลองแบบเปล่าๆที่เอาไว้เปรียบเทียบว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรใดๆเลย ผลการทดลองจะเป็นอย่างไร



ทีนี้ มาดูการทดลองในโจทย์อีกที โดยโจทย์บอกว่าจะการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำของพืช

ซึ่งเจ้าเครื่องที่โจทย์ว่า มีตัวบอกระดับน้ำ แสดงว่าถ้าพืชคายน้ำมาก ระดับน้ำในหลอดวัดระดับก็จะลดลง ทำนองนี้นะครับ



 

โจทย์ถามว่า ข้อใดระบุตัวแปรต้นที่ศึกษาในชุดที่ 2 3 และ 4 ได้ถูกต้องตามลำดับ เราก็มาดูคำตอบแต่ละตัวเลือกกันนะครับ


คำตอบข้อที่ 1.

การทดลองชุดที่ 2 : ปริมาณออกซิเจน 

โจทย์เค้าก็บอกไว้แล้วนะครับว่าจะทดสอบการคายน้ำ ดังนั้นการครอบถุงไว้น่าจะเกิดจากความต้องการควบคุมความชื้นเอาไว้ ไม่ให้เข้า-ไม่ให้ออกไปจากถุง แล้วดูว่าถ้าพืชคายน้ำไปเรื่อยๆ จนมีปริมาณไอน้ำเต็มไปหมด พืชจะยังคงคายน้ำต่อไปหรือไม่ ดังนั้นการบอกว่าตัวแปรต้นคือออกซิเจน เป็นคำตอบที่ผิดแน่ๆครับ

การทดลองชุดที่ 3 : ความชื้น

แหม เค้าใช้พัดลมเป่าอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่าตัวแปรต้นก็คือกระแสลมนะครับ อย่าไปคิดเยอะเกินไปว่า การเปิดพัดพัดลมก็คือการลดความชื้นเพราะไม่รู้ว่าจะจริงไหม ไม่งั้นต้องไปทำการทดลองเพื่อพิสูจน์มาก่อนว่าพัดลมทำให้ความชื้นบริเวณที่กระแสลมพัดผ่านลดลงอะไรทำนองนี้ครับ

การทดลองชุดที่ 4 :อุณหภูมิ

ในรูปตามโจทย์มีการเปิดไฟผ่านถังน้ำใส ก็เพื่อเป็นตัวกรองความร้อนออก ดังนั้นน่าจะเหลือเฉพาะแสง(เป็นส่วนใหญ่)ที่จะส่องไปถูกใบพืช การบอกว่าตัวแปรต้นเป็นอุณหภูมิจึงไม่ถูกต้องนะครับ


คำตอบข้อที่ 2.

การทดลองชุดที่ 2 : แสง

โจทย์เค้าบอกว่าคลุมด้วยถุงใส ดังนั้นแสงจึงลอดผ่านได้แบบสบายๆ จึงเป็นคำตอบที่ผิดครับ

การทดลองชุดที่ 3 : กระแสลม

อันนี้ถูกต้องตามที่ได้เล่าให้ฟังแล้วนะครับ

การทดลองชุดที่ 4 : ความชื้น

เค้าส่องแสงไฟไปที่ต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับความชื้นอย่างแน่นอนครับ


คำตอบข้อที่ 3.

การทดลองชุดที่ 2 : ความชื้นอากาศ

ใช่แล้วครับ การครอบถุงไว้ก็เพื่อกักความชื้นเอาไว้ครับ

การทดลองชุดที่ 3 : กระแสลม

ใช่แล้วครับ เปิดพัดลมก็คือการให้เกิดกระแสลมนั่นเอง

การทดลองชุดที่ 4 :แสง

ก็ใช่อีกนั่นแหละครับ การฉายไฟโดยมีถังน้ำใสกรองความร้อนเอาไว้ ก็คือการให้แสงนั่นเอง

 

คำตอบข้อที่ 4.

จริงๆ แล้ว ข้อนี้จะผิดอย่างแน่นอนเลยครับ เพราะการทดลองชุดที่ 2 กับ 3 ระบุว่าตัวแปรต้นคืออุณหภูมิทั้งคู่ ซึ่งการเลือกตัวแปรต้นที่ถูกต้อง ต้องมีรูปแบบเดียวสำหรับตัวแปรเดียว ไม่ใช่การนำถุงใสมาคลุมก็เพื่อจะเปลี่ยนอุณหภูมิ และการเปิดพัดลมก็เพื่อจะเปลี่ยนอุณหภูมิ อย่างงี้ไม่ถูกต้องครับ

การทดลองชุดที่ 2 : อุณหภูมิ

การทดลองชุดที่ 3 : อุณหภูมิ

การทดลองชุดที่ 4 : แสง


คำตอบที่ถูกต้องจึงต้องเป็นคำตอบข้อ 3. นะครับพ่อแม่พี่น้อง...

 

 


เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช