.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560 ข้อที่ 48.

 

ข้อที่ 48.


การปรับตัวของพืชและสัตว์คู่ใดไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่ได้รับ


เป็นไงครับ พอจะทำได้ไหมครับ...

โดยโจทย์เค้าถามว่า การปรับตัวของพืชและสัตว์คู่ใดไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่ได้รับ

เพราะฉะนั้น คำตอบข้อไหนที่เราเห็นว่าสอดคล้องก็ตัดออกไปได้เลยนะครับ


มาดูกันทีละข้อนะครับ...


คำตอบข้อที่ 1. เนื้อของผลไม้ กับโหนกของอูฐ มีไว้สำหรับสะสมอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เป็นข้อความที่ถูกต้องไหมครับ ?

 

าดูกันที่ผลไม้กันก่อนนะครับ เมื่อเราๆ พิจารณาดูผลของพืชทั่วๆไป เราอาจแยกได้ว่าผลประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน

โดยส่วนที่หนึ่งคือส่วนด้านนอกสุดของผลที่เรามักไม่กิน ซึ่งเราเรียกกันว่าเปลือกนะครับ

(มีเสียงโห่เบาๆ ดังมา พร้อมกับเสียงซุบซิบทำนองว่า เค้ารู้มาตั้งนานแล้วล่ะลูงงงงง)


อย่าเพิ่งโห่ครับพี่น้อง ขอให้ผู้น้อยเล่าให้จบซะก่อน...


ส่วนของผลที่อยู่ถัดจากเปลือกเข้าไปก็คือส่วนที่กินได้ ซึ่งเราเรียกว่า "เนื้อ" นั่นเองครับ

และส่วนสุดท้ายที่เรามักไม่กินเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือ "เม็ด" ครับ


แต่ในทางพฤกษศาสตร์นั้น ผล (fruit) คือส่วนที่เจริญมาจากรังไข่ (ovary) ดังนั้นผนังรังไข่ (ovary wall) จึงเจริญขึ้นมาเป็นผนังผล (pericarp)

ซึ่งเจ้าผนังผลนี่ อาจแบ่งได้เป็นชั้น ๆ ว่าเป็นผนังผลชั้นนอก (exocarp) แล้วก็ผนังผลชั้นกลาง (mesocarp) และผนังผลชั้นใน (endocarp) ครับ

ซึ่งเนื้อที่เรากินกันนั้น ส่วนใหญ่ก็คือผนังผลชั้นกลางนั่นเอง (นี่พูดแบบทั่วๆ ไป ซึ่งไม่รวมถึงพืชบางชนิดที่เป็นข้อยกเว้นนะครับ)


แต่พ่อแม่พี่น้องทราบไหมครับว่า ส่วนที่สำคัญมากๆ สำหรับพืชคือส่วนที่อยู่ชั้นในสุดซึ่งก็คือเมล็ดนั่นไงครับ


เมล็ด สามารถแบ่งส่วนประกอบออกได้เป็นสามส่วนเช่นเดียวกันครับ ซึ่งก็คือ เปลือกเมล็ด (seed coat) เป็นส่วนที่อยู่นอกสุดทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่ส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในเมล็ด ส่วนที่สองก็คือเอ็มบริโอ (embryo) ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญไปเป็นต้นพืช และส่วนที่สามคือเอนโดสเปิร์ม (endosperm) ครับพี่น้อง

เจ้าเอนโดสเปิร์ม นี่แหละครับที่ทำหน้าที่สะสมอาหารสำหรับเอ็มบริโอหรือต้นอ่อนที่กำลังงอกในระยะแรกครับ

ดังนั้น เจ้าเอนโดสเปิร์มต่างหากครับที่เป็นแหล่งสะสมอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของพืชในระยะของการงอกครับ ไม่ใช่เนื้อของผลไม้แต่อย่งใด


อ้าว... พี่ๆบางท่านอาจอุทานเบาๆด้วยความไม่เชื่อ

ต้องเป็นเนื้อของผลไม้ซิที่เป็นแหล่งสะสมอาหาร สารอาหารต่างๆในผลไม้มีมากมาย ใครๆก็แนะนำให้กินผลไม้กันทั้งบ้านทั้งเมือง

 

ใช่ครับพี่น้อง สิ่งที่พี่ๆคิดนั้นถูกต้องครับ เนื้อของผลไม้มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างเราๆมากเลยครับ

แต่ไม่ใช่สำหรับการเจริญเติบโตของพืชครับ

ส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้นั้น มีไว้เพื่อการป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับเมล็ดในขณะที่เมล็ดของพืชยังไม่พร้อมที่จะเริ่มงอกเป็นต้นใหม่ครับ


ยกตัวอย่างเช่นมะม่วงครับ

เมล็ดของมะม่วงที่เรากินเนื้อไปหมดแล้ว สามารถนำไปเพาะปลูกให้งอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาได้ โดอยจะไม่จำเป็นต้องมีเนื้ออยู่เลยแม้แต่น้อยครับ

ดังนั้น เราอาจจะพูดได้ว่าเนื้อของมะม่วงไม่ได้เป็นแหล่งสะสมอาหารเพื่อการเจริญเติบโตในช่วงการงอกของต้นอ่อนเลยครับพ่อแม่พี่น้อง


คำพูดที่ว่าเนื้อของผลไม้ มีไว้สำหรับสะสมอาหารเพื่อการเจริญเติบโต จึงเป็นข้อความที่ผิดครับ


ทีนี้มาดูเรื่องของโหนกของอูฐกันนะครับ 

เรื่องของโหนกของอูฐนั้น มีความเชื่อผิดๆที่ไม่หมดไปซักทีว่า โหนกของอุฐเป็นที่เก็บสะสมน้ำไว้สำหรับการเดินทางในทะเลทรายอันแห้งแล้ง

ในความเป็นจริงแล้วโหนกของอูฐเป็นที่เก็บสะสมไขมันครับพี่น้อง

และจำได้ไหมครับ ในตอนที่เราเรียนเรื่องของประโยชน์ของสารอาหาร

เค้าจะบอกไว้อย่างชัดเจนว่าไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานต่อร่างกาย แต่ไม่ใช่ตัวที่สร้างความเจริญเติบโตให้ร่างกายนะครับ ไขมันที่สะสมไว้นั้น ร่างกายสามารถดึงออกมาใช้ได้เมื่อเราอยู่ในสภาพขาดสารอาหารที่จำเป็น

ไขมันในโหนกของอูฐก็เช่นเดียวกันครับ อูฐสะสมไขมันเอาไว้ตรงนี้เพื่อจะดึงออกมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกินครับ


คำพูดที่ว่าโหนกของอูฐ มีไว้สำหรับสะสมอาหารเพื่อการเจริญเติบโต จึงเป็นคำพูดที่ผิดอีกเช่นเดียวกันครับ

 

 

 

คำตอบข้อที่ 2. รากของต้นโกงกาง กับหางจิงโจ้ ใช้ประโยชน์เพื่อการค้ำจุน เป็นข้อความที่ถูกต้องหรือไม่?

 

รากของต้นโกงกางนี่ คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากนะครับ เพราะเรารู้กันมากตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆแล้วว่า ต้นโกงกางเป็นไม้ชายเลนที่อยู่ในบริเวณที่มีน้ำกระแสน้ำไหล มีคลื่นเข้าปะทะอยู่ตลอด  ต้นโกงกางจึงต้องปรับตัวให้มีรากสูงขึ้นพ้นจากพื้นดินและผิวน้ำ เพื่อจะช่วยค้ำยัน และพยุงลำต้นไว้

คำพูดว่า รากของต้นโกงกางใช้ประโยชน์เพื่อการค้ำจุน จึงเป็นคำพูดที่ถูกต้องครับ


ทีนี้ก็มาถึงหางของจิงโจ้ครับ

จิงโจ้เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตเรียครับ เชื่อกันว่าได้มีการวิวัฒนาการร่างกายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจนมีลักษณะเป็นอย่างจิงโจ้ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ จิงโจ้นั้นตามปกติแล้วจะยืนทรงตัวอยู่บนขาหลังทั้งสองข้างครับ และนอกจากนั้นยังมีหางอันทรงพลังคอยช่วยการทรงตัว และรักษาสมดุลด้วยนะครับ

คำพูดที่ว่า หางจิงโจ้ ใช้ประโยชน์เพื่อการค้ำจุน จึงเป็นคำพูดที่ไม่ผิดแต่อย่างใดครับ



คำตอบข้อที่ 3. หนามของผลทุเรียน กับหนามของกิ้งก่าหนาม ใช้ประโยชน์เพื่อป้องกันอันตราย เป็นข้อความที่ถูกต้องหรือไม่?

สำหรับข้อนี้นั้น คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากนะครับ เพราะพืชหรือสัตว์ที่มีหนามนั้นต่างก็ไว้เพื่อการป้องกันอันตรายทั้งนั้นครับ

ดังนั้น คำพูดในข้อนี้จึงถูกต้องเช่นเดียวกันครับ


คำตอบข้อที่ 4. หางของม้าน้ำ กับมือเกาะของตำลึง ใช้ประโยชน์เพื่อการเกี่ยวพันและยึดเกาะ เป็นข้อความที่ถูกต้องหรือไม่?

ข้อนี้ก็ชัดเจนอีกเหมือนกันใช่ไหมครับ เพราะถ้าเราเคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เราคงเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าม้าน้ำจะให้หางของเค้าเกาะเกี่ยวพืชน้ำต่างๆ เอาไว้ครับ

ส่วนตำลึงนี่ ยิ่งไม่ต้องอธิบายกันเลยนะครับ ว่ามือเกาะของตำลึงมีไว้เพื่อเกาะสิ่งนู่นนี่เพื่อให้ลำต้นทรงตัวอยู่ได้ครับ

ดังนั้น คำพูดในข้อนี้จึงถูกต้องเช่นเดียวกันครับ



เมื่อพินิจพิเคราะห์กันเรียบร้อยแล้ว คำตอบที่ถูกต้องสำหรับข้อนี้ก็ต้องเป็นคำตอบข้อที่ 1. ใช่ไหมครับ พ่อแม่พี่น้อง...


ทีนี้ก็รีบไปดูข้อที่ 49. กันต่อนะครับ


คอมเมนต์   

 
#1 cat ๒๕๖๑-๐๘-๑๓ ๒๓:๑๑
:lol: ขอบพระคุณ นะคะ ขาดอีก 2 ข้อนะคะ :-)

ข้อนี้เฉลย 1 ค่ะ แต่ยังงงอยู่ล่ะ คร่า
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช