.

.

ข้อสอบ สสวท. ข้อที่ 2

ที่นี้มาดูคำถามข้อที่ 2. กัน นะครับ...

ข้อ 2. ลักษณะสำคัญของต้นผักบุ้งที่ทำให้ผักบุ้งสามารถมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอยู่ในน้ำคืออะไร

1. มีรากฝอยอยู่รวมกันเป็นกระจุก ช่วยพยุงลำต้นให้ลอยน้ำ
2. มีนวมหุ้มเป็นระยะๆ เกือบทุกปล้องรอบลำต้นจึงช่วยให้ลอยน้ำ
3. มีน้ำหนักเบา เพราะส่วนของลำต้นที่อยู่ระหว่างข้อเป็นปล้องกลวง
4. มีโพรงอากาศแทรกที่บริเวณใบทุกใบ ทำให้มีน้ำหนักเบา

ข้อสอบข้อนี้ จะว่าง่าย ก็ง่าย จะว่ายาก ก็ยาก
เนื่องจากเป็นคำถามในลักษณะ “รู้หรือไม่รู้”

หากลูกของเรา ไม่รู้จักต้นผักบุ้งสดๆ ก็คงเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เว้นแต่จะเคยอ่าน หรือคุณครูเคยสอนมาก่อน

แต่หากพอจะรู้จักต้นผักบุ้งสดบ้าง เคยจับๆบ้าง เคยช่วยแม่เด็ดผักบุ้งบ้าง ข้อนี้น่าจะได้คะแนนแบบฟรีๆ


วันไหนว่างๆ ลองให้เด็กๆ เป็นลูกมือในครัวบ้าง ก็เข้าที นะพี่...

และเพื่อให้การเฉลยมีแหล่งอ้างอิงตามหลักวิชาการบ้าง จึงต้องสอบถาม พี่รถขายผัก ที่แวะเวียนมาขายแถวบ้านทุก จันทร์ พุธ ศุกร์

ได้ความรู้ดังนี้ครับพี่....

ความรู้ที่ควรมี ในการทำข้อสอบข้อนี้ ต้องรู้ว่า...



ความรู้ข้อที่หนึ่ง สิ่งที่เห็น กับ สิ่งที่เป็น

ผมด้อมๆมองๆ ที่รถขายผักอยู่หลายอึดใจ จนพี่ขายผัก แม่ยัยหนุงหนิงที่แสนน่ารัก ถามอย่างอดใจไม่อยู่
(บอกกล่าว - ผู้ที่แสนน่ารัก ผมหมายถึงลูกสาวคนขายผัก วัยประมาณ 10 ขวบ ที่เคยติดรถมาช่วงปิดเทอม นะครับ ไม่ใช่หมายถึงพี่ขายผักที่เป็นแม่ยัยหนุงหนิง)

“จะหาอะไร คุณ” พี่ขายผักถามอย่างอดใจไม่อยู่

อ้อ กำลังดูผักบุ้งอยู่ครับ แต่สงสัยว่า ทำไมต้นเค้าตร๊งตรง
ไม่เห็นเป็นแบบเลื้อย ๆ เลยครับ

ผมบอกแบบไม่ค่อยมั่นใจ

“โธ่คุณ...นี่มันผักบุ้งจีน ที่ชั้นเลือกเอามาขายนี่ ลำต้นจะต้องตรง มีรากแต่พองาม และใบไม่เหี่ยว ส่วนแบบเลื้อย ๆ ที่คุณว่า เค้าเรียกว่าผักบุ้งไทย ชั้นไม่เอามาขายหรอก ไม่ค่อยมีคนซื้อ แต่ถ้าอยากได้ ก็สั่งได้ เดี๋ยวคราวหน้า ชั้นจะเอามาให้”

พี่ขายผักสาธยายยืดยาว พร้อมทั้งเสนอขายสินค้าไปในตัว

“ว่าแต่คุณ จะเอามากน้อยแค่ไหน จะได้เอามาถูก”

ไม่เอาหรอกพี่ ผมเพียงแต่สงสัย เพราะในหนังสือ เค้าชอบพูดถึงต้นผักบุ้ง ผมเลยอยากจะเห็นชัดๆ กับตาซักที...

“โถ...พ่อคุณ หนังสือที่ว่า ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์อย่างที่ยัยหนุงหนิงเรียน ใช่มั้ย”

“ที่เค้าเขียน เค้าน่าจะหมายถึง ผักบุ้งไทย ที่ปลูกบ้าง ขึ้นเองบ้างตามริมน้ำ แล้วเลื้อยไปทั่ว ไม่ใช่ผักบุ้งจีนที่ชาวสวนปลูกขาย ที่พวกคุณๆ เอามาผัดกินกัน”

พี่ขายผักส่ายหน้าอย่างระอา…

อาซิ้ม ที่ยืนเลือกผักอยู่ข้างๆ
ยื่นมือมาสะกิดที่เอวผมเบาๆ

แต่ก็ทำเอาผมสะด้งโหยง เกือบปัดถาดไข่ที่เรียงอยู่ข้างๆ หล่น

“ผักบุ้งจีน ที่เราเห็นเป็นต้นตั้งตรง เป็นเพราะในทางการค้า เค้าจะเก็บมาขาย
ในช่วงอายุต้นๆ ของผักบุ้ง ซึ่งลำต้นจะตั้งตรง สวยงามน่ากิน"

"แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ผักบุ้งจีน ก็จะเลื้อยทอดยอดเหมือนกัน"



"ผักบุ้ง ก็คือผักบุ้ง”



“เราต้องแยกแยะระหว่าง สิ่งที่เห็น กับ สิ่งที่เป็น”

อาซิ้มอบรมผม พลางส่ายหน้าอย่างระอาอีกคน...

“ผักบุ้งไทยที่ขายกันอยู่ เค้าเด็ดยอดที่เลื้อยๆ มาขาย
ส่วนผักบุ้งจีน เค้าถอนทั้งต้นมาขาย”

"หากลื้อไม่เรียนรู้เหตุ ลื้อก็ไม่เข้าใจผล"

อากง ซึ่งยืนอยู่ด้านซ้ายมือ พูดขึ้นมาบ้าง


“หากลื้อ แยกแยะไม่ออกระหว่างสิ่งที่เห็น กับ สิ่งที่เป็น ลื้อจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร”

อากง พูดเสียงเนิบๆ ขณะที่อาซิ้ม พยักหน้าช้า ๆ ไม่ได้ส่ายหน้าอย่างระอาอีก



หมายหด : ชักไปไกลไปหน่อย กลับมาเรื่องโจทย์กันดีกว่านะพี่...


ความรู้ข้อที่สอง น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง

ผักบุ้งในบ้านเรา ที่แพร่หลายมีอยู่สองชนิดครับพี่ คือ ผักบุ้งไทย กับผักบุ้งจีน
หากนึกถึงผักบุ้งจีน ก็นึงถึงผัดผักบุ้งไฟแดงก็ได้ครับ

ในสมัยก่อน ที่จังหวัดพิษณุโลกมี “ผัดผักบุ้งลอยฟ้า” ที่โด่งดังไปครึ่งโลก
พี่ไกด์ทุกคน เป็นต้องพาฝรั่งที่มาเที่ยวบ้านเรา ไปดูผัดผักบุ้งลอยฟ้ากันทุกราย

พี่กุ๊กที่ผัดผักบุ้ง จะตั้งกระทะร้อนๆ แล้วเทผักบุ้งลงไป

โห...ไฟงี้ ลุกท่วมกระทะเลยพี่

พวกฝรั่งที่นั่งรออยู่ ปรบมือกันเกรียวกราวเลยครับ

พอเสียงปรบมือซาลง พี่กุ๊กก็จะโยนผัดผักบุ้ง ลอยข้ามหัวตัวเองไปข้างหลัง
ลอยขึ้นไปสูงเกือบถึงสายไฟที่อยู่ข้างทางเลยนะพี่

ฝรั่งเห็นนี่ ครางฮือ เป็นนกตกน้ำทีเดียว

ยังไม่พอ...
พอผัดผักบุ้งที่โยนขึ้นไป ลอยตกลงมา
น้องเด็กเสริฟ ก็จะถือจานวิ่งไปรับได้อย่างพอดิบพอดี

ฝรั่งงี้ ปรบมือชอบใจ ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวกันเลยครับ

เสียดายอยู่อย่างเดียวครับพี่ พอดูเสร็จ ฝรั่งก็ลุกไปซะแล้ว
ไม่ยอมลองทาน ผัดผักบุ้งลอยฟ้า ว่าอร่อยแค่ไหน

ผมหล่ะเสียด๊าย เสียดาย
อยากขอมากินแทนฝรั่งพวกนั้น ...แต่ติดตรงที่อาย


มาดูผักบุ้งไทยกันบ้างดีกว่าครับ
หากนึกภาพไม่ออก ก็หลับตานึกถึงส้มตำดูซิพี่ ผักบุ้งที่เรากินกับส้มตำนั่นแหละครับ คือผักบุ้งไทย

ถ้าคนตำส้มตำ เป็นประเภทยอดฝีมือนะพี่นะ
ส้มตำเผ็ดแต่พอดี ยอดผักบุ้งอ่อนๆ กับ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูร้อนๆ
แหม...ลองคิดดูซิพี่


ค่อยๆ คลึงข้าวเหนียวอย่างช้าๆ ด้วยอุ้งมือ
ให้เป็นทรงรีๆ แบบลูกรักบี้ ขนาดพอดีคำ

ครึ่งคำแรก กินกับส้มตำ
ครึ่งคำที่เหลือ เอาจิ้มน้ำส้มตำ แล้วค่อยส่งเข้าปาก
หรี่ตานิดหน่อย แล้วเคี้ยวแบบสุภาพ

มือที่ว่างอยู่ ก็เด็ดยอดผักบุ้งอ่อน
ส่งตามเข้าไป เคี้ยวช้าๆ ไม่ต้องรีบ
รอให้รสชาติ ซาบซ่านไปทั่วปาก แล้วค่อยกลืน

...บอกได้คำเดียวเลยพี่
เป็นตาแซ่บคักๆ แซ่บหลายๆ
หากบ่เซื้อ มาลองซิมเบิ่ง...เด้อครับเด้อ


ถึงไหนแล้วครับพี่ (แอบเอามือป้ายน้ำลายที่มุมปาก)....

ว่าจะไม่นอกเรื่องแล้วเชียว...
มาเรื่องข้อสอบกันต่อดีกว่านะครับ

หากถามว่าผักบุ้งจีน กับ ผักบุ้งไทย ต่างกันตรงไหน
แม่ค้าส้มตำในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ตอบแบบไม่ต้องรอรี...

“ผักบุ้งไทย ที่ก้านจะมีสีออกม่วงๆ
ส่วนผักบุ้งจีน ที่ก้าน จะมีสีเขียวๆ

ทั้งไทย ทั้งจีน จะมีลำต้นกลวง

พอซื้อมา เอาไปแช่น้ำเฉยๆ ไม่ได้
เค้าไม่ยอมจม ต้องเอามือช่วยกดๆ

แล้วก็ล้างให้สะอาด ก็เป็นอันใช้ได้
ไม่ต้องแกะนมออกแบบผักกระเฉด”


และเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล จึงต้องสอบถามแหล่งต่อไป...
ลุงมี รปภ. ประจำหมู่บ้าน บอกว่า...

“ผักบุ้งไทย ทั่วไป จะขึ้นตามริมน้ำ หรือหนองน้ำ แล้วเลื้อยไปทั่ว ถือเป็นพืชน้ำประเภทหนึ่ง

ส่วนผักบุ้งจีน เป็นพืชน้ำหรือเปล่านี่ ลุงไม่รู้ แต่ไม่เคยเห็นใครปลูกในน้ำ เห็นแต่เค้ายกร่องปลูก พออายุได้ที่ ชาวสวนก็จะเก็บมาขาย ไม่ทันได้เห็นว่า จะเลื้อย หรือไม่เลื้อยแบบผักบุ้งไทย...”

“แต่ผักบุ้งทั้งจีน ทั้งไทย ถ้าเลื้อยลงน้ำ อย่างไง อย่างไง ลุงก็ว่าไม่มีทางจม ก็ลำต้นเค้ากลวงขนาดนั้น” ลุงมีบอก



พอ พี่ ๆ ฟังผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายแล้ว พี่ว่าโจทย์ข้อนี้ จะเลือกคำตอบข้อไหนดีครับ...


หมายหด : พี่ๆ อาจสงสัยว่า เรื่องที่เล่ามา ไม่เห็นจะเกี่ยวกับที่จั่วหัวไว้ว่า น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ซักกาหน่อย

ก็ที่พูดมาตั้งเยอะ แต่เนื้อหามีแค่ครึ่งบรรทัด นี่แหละครับ เรียกว่า น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง...

มาดูคำตอบกันดีกว่านะครับ...

มาดูคำตอบกัน...


คำตอบข้อที่ 1. มีรากฝอยอยู่รวมกันเป็นกระจุก ช่วยพยุงลำต้นให้ลอยน้ำ

รากของผักบุ้ง ไม่มีลักษณะที่สามารถเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผักบุ้งลอยยน้ำได้ คำตอบข้อนี้ จึงน่าจะไม่ถูก


คำตอบข้อที่ 2. มีนวมหุ้มเป็นระยะๆ เกือบทุกปล้องรอบลำต้นจึงช่วยให้ลอยน้ำ

แม่ค้าส้มตำ ได้บอกแล้วว่า นวม (หรือนม) เป็นของผักกระเฉด ไม่ใช่ผักบุ้ง
ดังนั้น อย่ามาหลอกกันเซี่ยะให้ยาก คำตอบข้อนี้น่าจะไม่ถูกต้อง


คำตอบข้อที่ 3. มีน้ำหนักเบา เพราะส่วนของลำต้นที่อยู่ระหว่างข้อเป็นปล้องกลวง

ลุงมี กับแม่ค้าส้มตำ บอกไว้อย่างชัดเจน จึงถือว่าข้อนี้ น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง


คำตอบข้อที่ 4. มีโพรงอากาศแทรกที่บริเวณใบทุกใบ ทำให้มีน้ำหนักเบา

โธ่คุณพี่ ใบผักบุ้งออกบางขนาดนั้น จะมีอากาศแทรกมากพอ ที่จะทำให้ลอยเลยเหรอพี่
อีกอย่างนะพี่ เท่าที่เคยสงเกต ผักบุ้งลอยน้ำตั้งแต่ลำต้นแล้วพี่ ไม่ใช่ลอยเฉพาะใบ อย่ามาหลอกกัน...ขอบอก
คำตอบข้อนี้ ก็น่าจะผิด



ดังนั้น ตอบไปเลยก็แล้วกันครับพี่ ว่าข้อ 3. น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด....

ที่นี้มาดูคำถามข้อที่ 3. กันต่อนะครับ เดี๋ยวจะไม่จบ...

คอมเมนต์   

 
#1 Boss ๒๕๕๗-๐๑-๒๕ ๑๑:๒๐
อ่านเข้าใจดี
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช