.

.

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560


    ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท.ในระดับ ป.6 ประจำปีการศึกษา 2560 นั้น เล่าลือกันว่ายากแสนยาก บ้างก็ว่าออกข้อสอบเกินกว่าหลักสูตรมากๆ 

    ผู้น้อยคนนี้จึงหยิบยกข้อสอบชุดนี้ มาลองเฉลยให้พ่อแม่พี่น้องฟังดูว่า ยากสมกับคำล่ำลือหรือไม่

    แต่ในเบื้องต้นนั้น ผู้น้อยใคร่เรียนว่า การสอบแข่งขันนี้เป็นการคัดนักเรียนเพื่อเข้าสู่โครงการพัฒนาอัจริยภาพนะครับ ดังนั้น หากข้อสอบจะยากกว่าปกติก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับพี่น้อง

    แต่อย่างไรก็ตาม การได้เข้าทำข้อสอบคุณภาพระดับประเทศนั้น เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและควรเข้าร่วมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กๆ จะได้รู้ว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด

    และก็อีกเช่นเดิมนะครับว่า ความฝันเล็กๆ ของผู้น้อยคนนี้

    เพียงหวังและฝันว่า...น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ 

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2560


     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศที่เด็กๆ ควรได้เข้าร่วมสอบ เพื่อตรวจสอบว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด

    มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น

    ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้


    ถึงแม้ไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2559

     

     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครูวิทยาศาสตร์หลายท่านต้องศึกษาทำความเข้าใจ

    เพราะมักจะใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย

    รวมทั้งไว้ใช้เป็นกรอบในการนำไปออกข้อสอบแข่งขันอยู่เนืองๆ


    ส่วนพ่อแม่ และผู้ปกครองหลายท่าน ก็มักหาข้อสอบ สสวท. มาให้ลูกๆ ได้ฝึกฝน

    ด้วยหวังและฝันว่า ลูกๆ จะได้พัฒนาตนเอง และเก่งมากๆยิ่งขึ้น


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    สักวันหนึ่งเราจะน้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ต้องเก่งมาก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งขันรายการต่างๆ


    ฝันและหวังเพียงว่า ขอให้น้องๆหนูๆ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ


    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2558

     

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักนำไปใช้สอนลูกสอนหลานกันอยู่ทุกบ่อย


    สำหรับผู้น้อยคนนี้

    คงต้องพูดประโยคซ้ำเดิมอีกครั้งว่า

    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และจะสุขมากยิ่งๆขึ้นไปอีก

    เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)


    หวังและฝันว่า...

    เฉลยข้อสอบนี้ คงจะมีซักข้อหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องสนุกสนานกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์...

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2555



    เป็นที่รับรู้กันอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้าอยู่แล้วว่า

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักต้องใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย


    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ จึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และสุขมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)

    แอบฝันและหวังว่า...

    อาจจะมีเฉลยซักข้อหนึ่ง ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องมีความสุขและสนุกกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบ สสวท. วิทยาศาสตร์ ป.3 ปี 2554


    โดยส่วนตัว ผมคิดว่า...

    ลูกของเรา ที่อยู่ระดับ ป.3 หรือต่ำกว่านั้น เค้าคงอ่านและทำความเข้าใจกับเฉลยข้อสอบ ด้วยตัวเองยังไม่ค่อยเป็น

    เฉลยข้อสอบฉบับนี้ จึงไม่ได้เขียนให้เด็กอ่าน (อ้าว!)

    แต่เขียนสำหรับพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ไว้อ่านเล่น เผื่อลูกถามจะได้พอกล้อมแกล้ม คุยกับลูกได้ แบบไม่เสียฟอร์ม...

    สำหรับเฉลยนี้ ใจอยากให้เป็นฉบับอ่านสบาย คลายเศร้า เหมือนเดิม
    แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่รู้จะเป็นไงเน้อ...

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ประจำปี 2553

      

    เฉลยข้อสอบ วิทยาศาสตร์ สสวท. ระดับประถมต้น ปี 2553 ฉบับนี้

    เขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลากหลาย จนอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการอธิบาย...

    แต่อาจสรุปสั้นๆ ได้ว่า...มีจุดประสงค์เดียวกับฉบับปี 2554 นั่นแหละครับ

    ใคร่เชื้อเชิญแวะเข้ามา หาความรู้กับข้อสอบมาตรฐานระดับประเทศกันครับ

     

     

  • การแข่งขันวิทยาศาสตร์ เพชรยอดมงกุฎ

     

    หากจะพูดถึงการแข่งขันทางวิชาการประจำปี ในระดับประเทศ ต้องถือว่าการแข่งขัน “เพชรยอดมงกุฎ” เป็นอีกรายการหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเรียนตัวน้อยๆ หลายคน ที่อยากได้โอกาสเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้

    วิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ เป็นการแข่งขันความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่แตกต่างอย่างมากกับการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์รายการอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นการแข่งขันความรู้ทางทฤษฏีแล้ว ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ยังต้องแข่งขันภาคปฏิบัติอีกด้วย

    ลองมาฟังเรื่องราวการเข้าแข่งขันครั้งแรกในชีวิต ของยัยตัวเล็ก กับลุงใจดี และความสงสัยใคร่รู้...ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

     

  • โจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1 (ภาค 2)


    โจทย์คณิต Pretest เข้า ม.1 วิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

     แต่ต้องผ่านการฝึกฝน และสะสมประสบการณ์ด้วย

     โจทย์ต่อไปนี้ ส่วนใหญ่เป็นโจทย์จากการสอบ Pre-test เข้า ม.1 ของโรงเรียนต่างๆ

     ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเขียนสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียวหรอกครับ

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ลองฝึกฝนดูเล่นๆ แบบสนุกๆ

     ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...

  • สนุกกับโจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1

     ในการสอบเข้า ม.1 นั้น วิชาที่มักสร้างปัญหาให้เด็กๆ จำนวนมาก ก็คือวิชาคณิตศาสตร์ เพราะคณิตศาสตร์มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

       แต่ต้องผ่านการฝึกฝน

       และสะสมประสบการณ์

     เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียว

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ท้าประลองความคิดกันกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย

     หากสนใจ ใคร่เชื้อเชิญ พ่อแม่พี่น้อง เขาไปเสพความสุขกับโจทย์คณิตศาสตร์กันครับ....

  • โจทย์ปัญหา คาใจ

    โจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างปัญหาในการเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะกับนักเรียนประถมต้น ที่หลายครั้งหลายหน เด็กๆ ทำท่าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ทำโจทย์ไม่ได้ หรือพอทำได้ แต่มักจะผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ

    สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากการเรียน ที่ข้ามหลักการคิดพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จึงกลายเป็นว่า ทำ บวก ลบ คูณหารเก่ง แม่น เร็ว แต่ทำโจทย์ปัญหาไม่ได้

    หากลูกๆ ยังคงมีปัญหาเรื่องนี้ ไม่ส่างซา ใคร่เชื้อเชิญลองอ่านเรื่องนี้ดู ซิครับ

     

     

     

  • ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ประถมปลาย ฉบับบ้านนอก

    ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ฉบับบ้านนอกฉบับนี้ เป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์ประจำปีของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนประถมปลาย มาแข่งขันความรู้ทางคณิตศาสตร์กัน

    ผู้ชนะการแข่งขัน ก็จะได้รางวัลกันไม่มาก-ไม่น้อย คนละร้อย สองร้อย ซึ่งก็เป็นไปตามอัตภาพ

    ตัวข้อสอบ มีความหลากหลาย ครอบคลุมเกือบทุกเนื้อหาที่นักเรียนระดับประถมปลายควร(ต้อง)รู้ ซึ่งจะว่ายากก็ไม่ใช่ จะว่าง่ายเกินไปก็ไม่เชิง เพราะนักเรียนทำได้คะแนนเต็มก็มีบ้าง ที่ทำได้คะแนนน้อยก็มีพอสมควร แต่ไม่มีใครเลยที่ทำไม่ได้ซักข้อเดียว

    เรียกกันว่า นักเรียนทุกคนที่มาสอบ ไม่มีใครต้องเสียน้ำตาเพราะถูดข้อสอบรังแก!

    ลองให้เด็กๆ ทำดูเล่นๆ นะครับ โดยข้อสอบจะมี 20 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 30 นาที  ซึ่งหากทำได้ซัก 90 % ขึ้นไป ก็ถือว่า การเดินทางไปยังสนามสอบเข้า ม.1 ในปีนี้  คงไม่น่ากังวลมากนัก

    ส่วนหากได้ซัก 80% แต่ไม่ถึง 90 % ก็คงต้องฝึกฝนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

    แต่หากได้ต่ำกว่า 80% ล่ะก็...

     

  • ครน. หรม. ฉบับรู้ทันลูก

    เรื่อง ครน. และ หรม. ถือเป็นยาขมอีกหม้อหนึ่ง สำหรับลูกๆ ของเรา

    ลองติดตามอ่านดูนะครับ...

     

     

     

     

     

  • การแก้สมการ ระดับประถม

    สมการ สำหรับนักเรียนระดับประถม เป็นเรื่องที่สร้างคราบน้ำตาไว้บนหัวใจของเด็กๆ หลายคน

    พ่อแม่หลายคนบอกว่า ยาขมของลูก ก็คือเรื่อง "สมการ" นี่แหละ

    ลองมาอ่านเรื่องนี้ดูนะครับ บางที่อาจทำให้พบว่า จริงๆแล้ว สมการนั้น ทั้งอร่อย ทั้งน่าลิ้มลอง ไม่ต่างอะไรกับขนมหวานเลย...

     

     

     

  • ร้อยละ-กำไร-ขาดทุน ว้าวุ่นใจ

    เรื่องร้อยละ กำไร ขาดทุน มักเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เด็กๆ จำนวนมาก ทั้งที่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

     

     มาลองติดตามอ่านเรื่องราวของเด็กหญิงไม้หอม และลุงใจดี กับเรื่องว้าวุ่นของ กำไร และขาดทุน แล้วจะพบว่า ร้อยละ กำไร ขาดทุน เป็นเรื่องง่าย...แสนง่าย

     

     

  • ตกคณิต คิดไม่ตก

    ปัญหาความไม่เข้าใจคณิตศาสตร์ที่ตั้งเค้าในวัยเด็ก จะส่งผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในระดับมัธยม

    แรงจนบางครั้ง ได้สร้างรอยเจ็บช้ำไว้ในใจของเด็กๆ หลายคน

    ลองมาอ่านเรื่องราวความกังวลใจของคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เราอาจพบเจอตามป้ายรถเมล์ หรือนั่งเหม่ออยู่ข้างเราบนรถประจำทาง กับเรื่องของลูก ชีวิต และทางออกที่(ยัง)หาไม่เจอ... 

     

     

     

  • บันทึก(ไม่)ลับ...ของลูก

    ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น  ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด 

    แต่หลายครั้งหลายหน ความรักนั้น 

    กลับทำร้ายลูกของเรา อย่างไม่รู้ตัว



    ลองมาอ่านบันทึกของเด็กคนหนึ่ง กับวันเวลาที่ไม่เคยหวนคืน แล้ววาดฝันถึงบันทึกของลูกของเราในวันพรุ่ง ....

    ที่สวยงามกว่าวันวาน  ลองแวะเข้าไป(แอบ) อ่านดูนะครับ...

     

     

Home


ข้อที่ 13.


กล่อง A และกล่อง B วางติดกับพื้นลื่นไม่มีแรงเสียดทาน เมื่อออกแรง F ดันกล่อง ดังรูป

 

 

 

 

ถ้ากล่อง A มีมวลมากกว่ากล่อง B ข้อใดถูกต้อง

1. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 น้อยกว่าขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

2. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 มากกว่าขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

3.ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 เท่ากับขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

4. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 รูปที่ 2 มีขนาดเท่ากับ F


แล้วก็มาถึงข้อสอบในกลุ่มวิชาฟิสิกส์แล้วนะครับ...

 

เพื่อให้ไม่งง เรามาสร้างความรู้พื้นฐานในวิชาฟิสิกส์กันซักนิดนะครับ...


 

ความรู้ข้อที่หนึ่ง : กินข้าวเร็วๆซิลูก เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายกันพอดี


หมอ(ดู)ข้างบ้าน มักจะแอบมานินทาภรรยาของแกให้ผมฟังอยู่เสมอว่า...

ในทุกๆ เช้า คุณแม่(ที่เมื่อคืนยังเป็นนางฟ้าอยู่ดีๆ) มักจะเร่งเร้าให้ลูกๆ กินข้าวเร็วๆ เพื่อที่จะได้ไปโรงเรียนให้ทัน

ข้าวคำแรกลูกยังไม่ทันกลืน ก็เร่งให้รีบตักคำที่สองเข้าปาก

พอคำที่สองเข้าปากไปแล้ว แม่ก็รีบตักคำที่สามรอเอาไว้


พอลูกทำท่าทางจะกลืนไม่ลง แม่ก็จะรีบป้อนน้ำเข้าไป


แกบอกว่า การทำแบบนี้ จะทำให้ลูกๆ ติดนิสัยกินข้าวคำน้ำคำในที่สุด

ผมว่าจะถามแกว่า นอกจากมาบ่นให้ผมฟังแล้ว

หมอได้เข้าไปช่วยเหลือ หรือเข้าไปช่วยภรรยาแก้ไขสถานะการณ์ในตอนนั้นบ้างไหม


แต่ก็ยั้งปากไว้

เพราะกลัวจะเสียเพื่อน(บ้าน)


ที่เล่าไปข้างต้น ก็ไม่มีอะไรหรอกครับพี่

เพียงแต่อยากจะอธิบายให้พี่ๆ ฟัง ถึงคำว่า "ความเร่ง" ครับ


การที่คุณแม่เร่งให้ลูกกินข้าวเร็วๆ หรือคุณแม่เร่งให้ลูกทำการบ้านเร็วๆ นั้น

ผลของการเร่ง ก็คือ การมีความเร็วที่เพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ


กินข้าวเร็วขึ้น ก็แสดงว่ามีความเร่ง

ทำการบ้านเร็วขึ้น ก็แสดงว่ามีความเร่ง


ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า ความเร่งก็คือ การที่วัตถุนั้นมีความเร็วที่เปลี่ยแปลงไปจากเดิมนะครับ

รวมทั้งการที่วัตถุเริ่มเคลื่อนที่จากที่หยุดนิ่งอยู่ ก็คือการเปลี่ยนแปลงความเร็ว แสดงว่ามีความเร่งเช่นเดียวกันนะครับ

 

การที่มีใครซักคนพูดว่า "วัตถุวางนิ่งติดกันกับพื้นลื่นที่ไม่มีแรงเสียดทาน เมื่อออกแรง F กระทำต่อวัตถุ ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ "

แสดงว่า วัตถุนั้น กำลังเคลื่อนที่ไปด้วยความเร่งนะครับพี่


และการที่วัตถุจะมีความเร่งได้ จะต้องมีแรงมากระทำนะครับ

ซึ่งก็เหมือนการที่ลูกกินข้าวเร็วขึ้น ก็เพราะมีเสียงของแม่มาเร่งนั่นแหละครับ

 

ดังนั้น วัตถุจะเปลี่ยนแปลงความเร็วด้วยตัวเองไม่ได้นะครับ

ถ้าวัตถุจะมีความเร็วที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะต้องเกิดจากแรงอะไรซักอย่างมากระทำนะครับ

 

เมื่อเป็นเช่นนี้

นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ที่ชื่อที่เรียกกันสั้นๆ แบบติดปาก "นิวตัน" หรือ เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) จึงสรุปหลักธรรมชาติข้อนี้ ทำนองว่า...

"วัตถุที่หยุดนิ่ง ก็จะหยุดนิ่งต่อไป ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุนั้นมีค่าเป็นศูนย์

และวัตถุที่เคลื่อนที่นั้น ก็จะเคลื่อนที่ต่อไปด้วยทิศทางและความเร็วเดิม ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุนั้นมีค่าเป็นศูนย์"

 

ซึ่งถือว่าเป็นกฏการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน ที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กฏความเฉื่อย หรือ Inertia Law ครับพี่

กฏของความเฉื่อยนี้สามารถนำไปอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้หลายอย่างเลยนะครับ เช่น ตอนที่เราขึ้นไปนั่งบนรถเมล์นั้น เมื่อพี่คนขับเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ตัวของเราจะพยายามรักษาสภาพหยุดนิ่งไว้ ก็จะมีผลทำให้หลังของเราจะถูกผลักติดกับเบาะ ในทางตรงข้ามกัน เมื่อพี่คนขับเหยียบเบรค ตัวเราซึ่งเคยเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากับรถ ก็จะพยายามรักษาสภาพการเคลื่อนที่เอาไว้ ทำให้เหมือนเราถูกผลักไปข้างหน้า อย่างงี้แหละครับ คือตัวอย่างกฏข้อที่ 1 ของนิวตันครับ

 


ความรู้ข้อที่สอง : จะเคลื่อนของหนักขึ้นก็ต้องออกแรงเยอะขึ้น

 

"ฮุย ย ย ย ใครเขาก็รู้กันอยู่แล้ว"

 ใครบางคน แซวเสียงดังออกมาจากหลังห้อง

  

ใช่แล้วครับพี่ หากอยากจะเคลื่อนของหนักขึ้นก็ต้องออกแรงเยอะขึ้น

 นี่คือหลักธรรมชาติที่ไม่ต้องมีใครสอน เราก็รู้ได้เอง

 งั้นผมก็ขออนุญาตเล่าความรู้ข้อที่สามต่อเลยนะครับ

 

 

ความรู้ข้อที่สาม : จะเคลื่อนของให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น ก็ต้องออกแรงเยอะขึ้น

  

"ฮุย ย ย ย อันนี้เค้าก็รู้กันมาตั้งนานแล้วแหละลุง"

 คราวนี้ เสียงดังอื้ออึงระงมไปหมด ไม่รู้ว่ามาจากมุมไหนบ้าง

  

ถูกต้องแล้วครับพี่

 หากอยากจะเคลื่อนที่วัตถุให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น ก็ต้องออกแรงเยอะขึ้น

 นี่ก็คือหลักธรรมชาติที่ไม่ต้องมีใครสอน เราก็รู้ได้เองเช่นเดียวกัน

  

หมายเหตุระหว่างบรรทัด : วัตถุมีความเร็วเพิ่มขึ้น ก็คือวัตถุมีความเร่งนะครับ (ซึ่งเป็นไปตามความรู้ข้อที่หนึ่งที่ได้เล่าให้ฟังนั่นไงครับ)

  

คนอย่างเราๆ รู้ถึงหลักธรรมชาติตามข้างต้นแล้ว ก็เฉยๆ ใช่ไหมครับ

แต่ตา เซอร์ ไอแซก นิวตัน กลับไม่เฉยอย่างเราๆครับ 

 

หลังจากทั้งนั่งทั้งนอนสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่

นิวตัน ก็พบว่าความเป็นจริงของธรรมชาติที่ว่า

 

     - แรงที่กระทำต่อวัตถุ  มีความสัมพันธ์กับมวลของวัตถุนั้น 

       คือถ้าวัตถุหนักขึ้น ถ้าอยากจะให้วัตถุเร็วเท่าเดิมก็ต้องออกแรงกระทำต่อวัตถุเพิ่มขึ้น

 

     - แรงที่กระทำต่อวัตถุ   มีความสัมพันธ์กับความเร่งของวัตถุ 

       คือถ้าอยากให้วัตถุมีความเร่งมากขึ้น ก็ต้องออกแรงมากยิ่งขึ้น

 

     - หากแรงที่กระทำต่อวัตถุมีเท่าเดิม แต่วัตถุมีมวลมากขึ้น ความเร่งของวัตถุจะลดลง

 

นิวตันได้พินิจพิจารณา และทดลองซ้ำไปมาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่อาจไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้


ก็ได้สมการที่ยิ่งใหญ่มากๆ ว่า F = m x a ครับพี่น้อง

โดยกำหนดว่า ตัวแปร F = แรง , m = มวล และ a = ความเร่ง

 

"สมการสั้นแค่นี้ อะไรจะพูดซะว่ายิ่งใหญ่ขนาดนั้น"

พี่ๆ บางท่านอาจนึกสงสัยในใจ


สำคัญมากครับพี่

สมการนี้ ทำให้เรารู้จักค่าของแรง ที่เป็นตัวเลขที่จับต้องได้ไงครับ

และสมการนี้ก็แม่บทของการคำนวณทางกลศาสตร์ที่แตกแขนงออกไปอย่างมากมายจวบจนทุกวันนี้เลยครับ

 

ซึ่งในที่สุดได้มีการตั้งชื่อหน่วยของแรงเพื่อเป็นเกียรติต่อผู้คิดค้นว่า แรงมีหน่วยเป็น "นิวตัน" เชียวนะครับพี่

และสมการนี้นี้แหละครับ ถือว่าเป็นกฏข้อที่สองของนิวตันครับ


 

ความรู้ข้อที่สี่ : ใครรัก รักมั่ง  ใครชัง ชังตอบ


ผู้คนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาจำนวนมาก มักถือคติตามคำพูดข้างต้น ทำนองว่า...

ใครรักก็รักมั่ง ใครชังก็ชังตอบ

 

ซึ่งจะทำให้ชีวิตดำรงอยู่แบบไม่มีความสุขมากนัก

เพราะจะมีคนที่เราชัง และคนที่ชังเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนคนที่เราพบเจอ


การอยู่ให้เป็น ควรต้องถือคติว่า

          ใครรัก รักมั่ง

          ใครชัง รักตอบ

ใช่ไหมครับพี่ๆ...

 

แต่สำหรับเรื่องของแรงในทางกลศาสตร์นั้น

จะเป็นแบบ ใครรักก็รักมั่ง ใครชังก็ชังตอบ ตามที่ว่าเลยครับ


เพราะหากเราออกแรงผลักวัตถุ วัตถุก็จะออกแรงผลักกลับคืนมาด้วยขนาดที่เท่ากัน

ถ้าเราออกแรงดึง วัตถุก็จะออกแรงดึงกลับคืนด้วยขนาดที่เท่ากันเป๊ะ

 

หรือพูดกันให้เท่ๆ ว่า "แรงปฏิกิริยาเท่ากับกิริยา" ซึ่งถือเป็นกฎข้อที่สามข้อนิวตันครับ

 


 


ทีนี้กลับมาดูโจทย์กันอีกทีนะครับ โจทย์ถามว่าข้อความใดถูกต้อง

ดังนั้นเราก็ต้องมาพิจารณาข้อความแต่ละข้อคำตอบกันนะครับ ว่าคำตอบข้อไหนที่ถูกต้องที่สุด โดยโจทย์บอกว่ากล่อง A มีมวลมากกว่ากล่อง B 

และเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมจะวาดเส้นของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองนะครับ

คำตอบข้อที่ 1. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 น้อยกว่าขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

เราก็มาดูรูปในโจทย์กันซักนิดนะครับ เราจะพบว่า รูปที่ 1 และรูปที่ 2 นั้น เกือบจะเหมือนทุกประการ ต่างกันเพียงการกลับซ้ายเป็นขวาและขวาเป็นซ้ายเท่านั้น ดังนั้น แรง(ตามลูกศรสีแดง) ที่กล่อง A กระทำกับกล่อง B ในรูปที่ 1 กับรูปที่สองนั้น จะมีขนาดเท่ากันอย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้เราก็ทราบกันแล้วว่า จากกฏข้อที่ 3 ของนิวตันที่บอกว่าที่ผิวสัมผัสของวัตถุนั้นแรงกิริยาจะเท่ากับแรงปฏิกิริยา แต่มีทิศตรงข้ามกัน  ดังนั้น แรงตามลูกศรสีแดงที่กล่อง A กระทำต่อกล่อง B จะเท่ากับแรงตามลูกศรสีส้มที่กล่อง B กระทำต่อกล่อง A ครับ

คำพูดที่ว่า "ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 น้อยกว่าขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2" จึงเป็นคำพูดที่ผิดครับ


 

คำตอบข้อที่ 2. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 มากกว่าขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

นี่ก็ผิดนะครับ

 

คำตอบข้อที่ 3.ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 เท่ากับขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 2

 ข้อนี้ถูกต้องเลยครับ เพราะเป็นไปตามกฏของที่ 3 ของนิวตันเลยครับ


คำตอบข้อที่ 4. ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 รูปที่ 2 มีขนาดเท่ากับ F

ข้อนี้ก็ยิ่งผิดเลยครับ เพราะแรงที่กระทำระหว่างวัตถุทั้งสองจะมีค่าน้อยกว่า F ครับ ซึ่งหากให้อธิบายโดยไม่ใช้การคำนวณประกอบ อาจพูดได้ว่าก่อนหน้าที่เราจะออกแรง F นั้น กล่อง A ได้หยุดนิ่งอยู่ การจะทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้นั้น เราต้องใช้แรงไปส่วนหนึ่งในการทำให้กล่อง A เคลื่อนที่ ดังนั้นแรงที่เหลืออยู่ที่จะไปดันกล่อง B จึงลดลงต่ำกว่าแรง F ในตอนแรก ขนาดของแรงที่กระทำระหว่างกล่องทั้งสองในรูปที่ 1 รูปที่ 2 จึงมีขนาดน้อยกว่า F ครับ



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช