.

.

  • บันทึก(ไม่)ลับ...ของลูก

    ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น  ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด 

    แต่หลายครั้งหลายหน ความรักนั้น 

    กลับทำร้ายลูกของเรา อย่างไม่รู้ตัว



    ลองมาอ่านบันทึกของเด็กคนหนึ่ง กับวันเวลาที่ไม่เคยหวนคืน แล้ววาดฝันถึงบันทึกของลูกของเราในวันพรุ่ง ....

    ที่สวยงามกว่าวันวาน  ลองแวะเข้าไป(แอบ) อ่านดูนะครับ...

     

     

  • ตะลุยโจทย์ Pre-test คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1 (ภาค 3)

    Pre-test เข้า ม.1

    รวมโจทย์คณิต ฉบับตะลุยข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ฉบับนี้

    ได้เดินทางมาแบบลุ่มๆดอนๆ จนถึงภาคที่ 3 แล้วครับพี่น้อง


    ซึ่งก็เป็นการรวบรวมข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ของหลากหลายโรงเรียน

    มาให้น้องๆหนูๆ ได้ฝึกฝนฝีมือกันดู


    ซึ่งอาจจะฝึกแบบเอาเรื่อง

    หรือจะทำเล่นๆ แข่งกับคุณพ่อคุณแม่ที่ร้างเวทีไปนาน(แสนนาน) ก็เข้าทีนะครับ


    ลองแวะเข้ามาดูกันนะครับ...


  • โจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1 (ภาค 2)

    ข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1

    วิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

     แต่ต้องผ่านการฝึกฝน และสะสมประสบการณ์ด้วย

     โจทย์ต่อไปนี้ ส่วนใหญ่เป็นโจทย์จากการสอบ Pre-test เข้า ม.1 ของโรงเรียนต่างๆ

     ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเขียนสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียวหรอกครับ

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ลองฝึกฝนดูเล่นๆ แบบสนุกๆ

     ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...




  • สนุกกับโจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1

    ข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ในการสอบเข้า ม.1 นั้น วิชาที่มักสร้างปัญหาให้เด็กๆ จำนวนมาก ก็คือวิชาคณิตศาสตร์ เพราะคณิตศาสตร์มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

       แต่ต้องผ่านการฝึกฝน

       และสะสมประสบการณ์

     เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียว

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ท้าประลองความคิดกันกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย

     หากสนใจ ใคร่เชื้อเชิญ พ่อแม่พี่น้อง เขาไปเสพความสุขกับโจทย์คณิตศาสตร์กันครับ....

     

  • โจทย์ปัญหา คาใจ


    ข้อสอบ โจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างปัญหาในการเรียนอย่างมาก

    โดยเฉพาะกับนักเรียนประถมต้น

    ที่หลายครั้งหลายหน เด็กๆ ทำท่าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ทำโจทย์ไม่ได้ หรือพอทำได้ แต่มักจะผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ

     

    สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากการเรียน ที่ข้ามหลักการคิดพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

    จึงกลายเป็นว่า ทำ บวก ลบ คูณหารเก่ง แม่น เร็ว แต่ทำโจทย์ปัญหาไม่ได้


    หากลูกๆ ยังคงมีปัญหาเรื่องนี้ ไม่สร่างซา ใคร่เชื้อเชิญลองอ่านเรื่องนี้ดู ซิครับ

     

     

  • ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ประถมปลาย ฉบับบ้านนอก

    ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ฉบับบ้านนอกฉบับนี้ เป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์ประจำปีของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนประถมปลาย มาแข่งขันความรู้ทางคณิตศาสตร์กัน

    ผู้ชนะการแข่งขัน ก็จะได้รางวัลกันไม่มาก-ไม่น้อย คนละร้อย สองร้อย ซึ่งก็เป็นไปตามอัตภาพ

    ตัวข้อสอบ มีความหลากหลาย ครอบคลุมเกือบทุกเนื้อหาที่นักเรียนระดับประถมปลายควร(ต้อง)รู้ ซึ่งจะว่ายากก็ไม่ใช่ จะว่าง่ายเกินไปก็ไม่เชิง เพราะนักเรียนทำได้คะแนนเต็มก็มีบ้าง ที่ทำได้คะแนนน้อยก็มีพอสมควร แต่ไม่มีใครเลยที่ทำไม่ได้ซักข้อเดียว

    เรียกกันว่า นักเรียนทุกคนที่มาสอบ ไม่มีใครต้องเสียน้ำตาเพราะถูดข้อสอบรังแก!

    ลองให้เด็กๆ ทำดูเล่นๆ นะครับ โดยข้อสอบจะมี 20 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 30 นาที  ซึ่งหากทำได้ซัก 90 % ขึ้นไป ก็ถือว่า การเดินทางไปยังสนามสอบเข้า ม.1 ในปีนี้  คงไม่น่ากังวลมากนัก

    ส่วนหากได้ซัก 80% แต่ไม่ถึง 90 % ก็คงต้องฝึกฝนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

    แต่หากได้ต่ำกว่า 80% ล่ะก็...

     

  • ครน. หรม. ฉบับรู้ทันลูก

    เรื่อง ครน. และ หรม. ถือเป็นยาขมอีกหม้อหนึ่ง สำหรับลูกๆ ของเรา

    ลองติดตามอ่านดูนะครับ...

     

     

     

     

     

  • การแก้สมการ ระดับประถม

    สมการ สำหรับนักเรียนระดับประถม เป็นเรื่องที่สร้างคราบน้ำตาไว้บนหัวใจของเด็กๆ หลายคน

    พ่อแม่หลายคนบอกว่า ยาขมของลูก ก็คือเรื่อง "สมการ" นี่แหละ

    ลองมาอ่านเรื่องนี้ดูนะครับ บางที่อาจทำให้พบว่า จริงๆแล้ว สมการนั้น ทั้งอร่อย ทั้งน่าลิ้มลอง ไม่ต่างอะไรกับขนมหวานเลย...

     

     

     

  • ร้อยละ-กำไร-ขาดทุน ว้าวุ่นใจ

    เรื่องร้อยละ กำไร ขาดทุน มักเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เด็กๆ จำนวนมาก ทั้งที่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

     

     มาลองติดตามอ่านเรื่องราวของเด็กหญิงไม้หอม และลุงใจดี กับเรื่องว้าวุ่นของ กำไร และขาดทุน แล้วจะพบว่า ร้อยละ กำไร ขาดทุน เป็นเรื่องง่าย...แสนง่าย

     

     

  • ตกคณิต คิดไม่ตก

    ปัญหาความไม่เข้าใจคณิตศาสตร์ที่ตั้งเค้าในวัยเด็ก จะส่งผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในระดับมัธยม

    แรงจนบางครั้ง ได้สร้างรอยเจ็บช้ำไว้ในใจของเด็กๆ หลายคน

    ลองมาอ่านเรื่องราวความกังวลใจของคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เราอาจพบเจอตามป้ายรถเมล์ หรือนั่งเหม่ออยู่ข้างเราบนรถประจำทาง กับเรื่องของลูก ชีวิต และทางออกที่(ยัง)หาไม่เจอ... 

     

     

     

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560


    ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท.ในระดับ ป.6 ประจำปีการศึกษา 2560 นั้น เล่าลือกันว่ายากแสนยาก บ้างก็ว่าออกข้อสอบเกินกว่าหลักสูตรมากๆ 

    ผู้น้อยคนนี้จึงหยิบยกข้อสอบชุดนี้ มาลองเฉลยให้พ่อแม่พี่น้องฟังดูว่า ยากสมกับคำล่ำลือหรือไม่

    แต่ในเบื้องต้นนั้น ผู้น้อยใคร่เรียนว่า การสอบแข่งขันนี้เป็นการคัดนักเรียนเพื่อเข้าสู่โครงการพัฒนาอัจริยภาพนะครับ ดังนั้น หากข้อสอบจะยากกว่าปกติก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับพี่น้อง

    แต่อย่างไรก็ตาม การได้เข้าทำข้อสอบคุณภาพระดับประเทศนั้น เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและควรเข้าร่วมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กๆ จะได้รู้ว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด

    และก็อีกเช่นเดิมนะครับว่า ความฝันเล็กๆ ของผู้น้อยคนนี้

    เพียงหวังและฝันว่า...น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ 

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2560


     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศที่เด็กๆ ควรได้เข้าร่วมสอบ เพื่อตรวจสอบว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด

    มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น

    ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้


    ถึงแม้ไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2559

     

     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครูวิทยาศาสตร์หลายท่านต้องศึกษาทำความเข้าใจ

    เพราะมักจะใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย

    รวมทั้งไว้ใช้เป็นกรอบในการนำไปออกข้อสอบแข่งขันอยู่เนืองๆ


    ส่วนพ่อแม่ และผู้ปกครองหลายท่าน ก็มักหาข้อสอบ สสวท. มาให้ลูกๆ ได้ฝึกฝน

    ด้วยหวังและฝันว่า ลูกๆ จะได้พัฒนาตนเอง และเก่งมากๆยิ่งขึ้น


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    สักวันหนึ่งเราจะน้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ต้องเก่งมาก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งขันรายการต่างๆ


    ฝันและหวังเพียงว่า ขอให้น้องๆหนูๆ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ


    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2558

     

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักนำไปใช้สอนลูกสอนหลานกันอยู่ทุกบ่อย


    สำหรับผู้น้อยคนนี้

    คงต้องพูดประโยคซ้ำเดิมอีกครั้งว่า

    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และจะสุขมากยิ่งๆขึ้นไปอีก

    เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)


    หวังและฝันว่า...

    เฉลยข้อสอบนี้ คงจะมีซักข้อหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องสนุกสนานกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์...

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2555



    เป็นที่รับรู้กันอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้าอยู่แล้วว่า

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักต้องใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย


    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ จึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และสุขมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)

    แอบฝันและหวังว่า...

    อาจจะมีเฉลยซักข้อหนึ่ง ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องมีความสุขและสนุกกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบ สสวท. วิทยาศาสตร์ ป.3 ปี 2554


    โดยส่วนตัว ผมคิดว่า...

    ลูกของเรา ที่อยู่ระดับ ป.3 หรือต่ำกว่านั้น เค้าคงอ่านและทำความเข้าใจกับเฉลยข้อสอบ ด้วยตัวเองยังไม่ค่อยเป็น

    เฉลยข้อสอบฉบับนี้ จึงไม่ได้เขียนให้เด็กอ่าน (อ้าว!)

    แต่เขียนสำหรับพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ไว้อ่านเล่น เผื่อลูกถามจะได้พอกล้อมแกล้ม คุยกับลูกได้ แบบไม่เสียฟอร์ม...

    สำหรับเฉลยนี้ ใจอยากให้เป็นฉบับอ่านสบาย คลายเศร้า เหมือนเดิม
    แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่รู้จะเป็นไงเน้อ...

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ประจำปี 2553

      

    เฉลยข้อสอบ วิทยาศาสตร์ สสวท. ระดับประถมต้น ปี 2553 ฉบับนี้

    เขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลากหลาย จนอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการอธิบาย...

    แต่อาจสรุปสั้นๆ ได้ว่า...มีจุดประสงค์เดียวกับฉบับปี 2554 นั่นแหละครับ

    ใคร่เชื้อเชิญแวะเข้ามา หาความรู้กับข้อสอบมาตรฐานระดับประเทศกันครับ

     

     

  • การแข่งขันวิทยาศาสตร์ เพชรยอดมงกุฎ

     

    หากจะพูดถึงการแข่งขันทางวิชาการประจำปี ในระดับประเทศ ต้องถือว่าการแข่งขัน “เพชรยอดมงกุฎ” เป็นอีกรายการหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเรียนตัวน้อยๆ หลายคน ที่อยากได้โอกาสเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้

    วิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ เป็นการแข่งขันความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่แตกต่างอย่างมากกับการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์รายการอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นการแข่งขันความรู้ทางทฤษฏีแล้ว ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ยังต้องแข่งขันภาคปฏิบัติอีกด้วย

    ลองมาฟังเรื่องราวการเข้าแข่งขันครั้งแรกในชีวิต ของยัยตัวเล็ก กับลุงใจดี และความสงสัยใคร่รู้...ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

     

Home

 


ข้อที่ 38.


พิจารณารูประบบไหลเวียนเลือดและแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่ง A B และ C กับค่าความดันแก๊สออกซิเจน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ ดังต่อไปนี้


 

ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งในรูปกับตำแหน่งในแผนภูมิได้ถูกต้อง

1. 1-A  2-B

2. 2-B  3-C

3. 3-A  4-B

4. 4-B  5-C


ลองช่วยกันคิดดูก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวมาดูเฉลยด้วยกัน

ว่าแต่ว่า รูปตามโจทย์นี้ เคยเห็นมาบ้างไหมครับ


ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ ตั้งสติแล้วค่อยๆคิดว่า...

จากรูปที่โจทย์ให้มา มีข้อความว่า "ถุงลม" และข้อความในโจทย์ที่มีคำว่า "ระบบไหลเวียนเลือด"

ฉะนั้น ก็ทำให้เราเดาๆ ได้ว่า แถวๆ ที่ชี้ว่าถุงลมนั้นต้องเป็นส่วนหนึ่งปอดแน่ๆ และเมื่อเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด ท่อๆในรูปต้องเป็นเส้นเลือด และมีการเขียนลูกศรแสดงการไหลเข้าไหลออกจากท่อไปยังอวัยวะหนึ่งตามรูปที่อยู่ด้านล่างของปอด ดังนั้น รูปด้านล่างของปอดต้องเป็นหัวใจอย่างแน่นอน


เพื่อกันลืม ผมก็จะเอาสีมาระบายไว้ก่อนนะครับ โดยสีฟ้าๆ ก็คือกลุ่มของถุงลมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปอด ส่วนสีเขียวๆ ก็คือหัวใจ




ความรู้ข้อที่หนึ่ง : สี่ในสี่ห้องหัวใจ ฉันให้คุณหมด หมดไม่มีเหลืออยู่...


ในตอนที่ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่ มักจะได้ยินเพลงนี้จากสถานีวิทยุต่างๆเป็นประจำ เรียกกันว่าเป็นเพลงดังในสมัยนั้นเลยล่ะครับ

จากเนื้อเพลงทำให้ผมและเพื่อนๆร่วมสมัย รับรู้กันว่าหัวใจของคนเรานั้นมีอยู่สี่ห้อง แต่ก็รู้อยู่แค่นั้น จวบจนได้มาเรียนในชั้นเรียน จึงรู้ว่าหัวใจสี่ห้องนั้นประกอบด้วยห้องต่างๆ สี่ห้องคือ

     - ห้องบนขวา เป็นห้องที่รับเลือดที่ผ่านมาจากอวัยวะต่างๆ เส้นเลือดที่นำเลือดมาสู่หัวใจห้องนี้เรียกกันว่าเส้นเลือดดำ 

     - ห้องล่างขวา เป็นห้องที่รับเลือดมาจากห้องบนขวา ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่ได้มาไปยังปอด

     - ห้องบนซ้าย เป็นห้องที่รับเลือดที่ผ่านมาจากปอด  เส้นเลือดที่นำเลือดมาเรียกกันว่าเส้นเลือดแดง

     - ห้องล่างซ้าย เป็นห้องที่รับเลือดมาจากห้องบนซ้าย แล้วสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

หากจะเปรียบเทียบกับรูปที่โจทย์ให้มา ก็เขียนลูกศรเพิ่มเติมได้ดังรูปข้างล่างนี้นะครับ...


พอมาถึงตรงนี้ อาจมีบางท่านพอดูรูปแล้วอุทานว่า

" อ้าว... หัวใจห้องด้านซ้ายมือ ทำไมไปเขียนว่าห้องขวาซะงั้น"


มาถึงตรงนี้ ต้องบอกพ่อแม่พี่น้องนิดนึง เพื่อป้องกันความงงว่า รูปที่เราเห็นนั้น เป็นรูปกลับซ้ายเป็นขวา กลับขวาเป็นซ้ายนะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เมื่อเพือนหันหน้ามาหาเรา มือของเพื่อนที่เราเห็นว่าอยู่ด้านซ้ายนั้น จริงๆแล้ว เป็นมือขวาของเพื่อนใช่ไหมครับ 

เห็นไหมครับ ด้านซ้ายที่เราเห็น ที่แท้จริงจึงเป็นด้านขวานะครับ

คราวนี้ไม่งงแล้วนะครับ


ดังนั้น ต่อไปนี้เมื่อเราดูรูปหัวใจ เราก็สามารถชี้ได้อย่างถูกต้องแล้วนะครับว่า หัวใจห้องซ้าย กับหัวใจห้องขวา อยู่ตรงไหนกันบ้าง




ความรู้ข้อที่สอง : มีน้ำตาอยู่ในเม็ดเลือดแดง แสดงว่าอาการหนัก...


พ่อแม่พี่น้องเคยฟังเพลงนี้บ้างไหมครับ?

หญิงสาวในเนื้อหาของเพลงเป็นคนอกหักที่ไม่อาจตัดใจลืมคนรักได้ โศกเศร้าเสียใจร้องไห้แทบตายทั้งเป็น ซึ่งคุณหมอ(ในเนื้อเพลง) ตรวจแล้วพบว่า..."มีน้ำตา อยู่ในเม็ดเลือดแดง แสดงว่าอาการหนัก อยากให้หายต้องแข็งใจตัดรัก ลืมได้ก็หายเอง"

นั่น เพลงเค้าว่าอย่างนั้น ซึ่งเราอาจหยิบยืมคำแนะนำของหมอมาใช้กับชีวิตของเราบ้างก็ได้นะครับ

ไม่ว่าเราจะเสียใจหรือผิดหวังแค่ไหน ทางแก้ไขทางหนึ่งก็คือ "การลืม" นะครับ


แต่ถ้าเป็นในทางพระ การพยายาม"ลืม" นั้น กลับไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

เพราะถ้าวันไหนนึกขึ้นมาได้อีก ก็จะโศกเศร้าเสียใจอีก


การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน จะต้องแก้ที่ต้นเหตุแห่งปัญหา

เราต้องพิจารณาว่าทำไมเราจึงเสียใจ ทำไมเราจึงโศกเศร้า

แล้วแก้ที่จุดนั้น

ซึ่งพูดเหมือนง่าย แต่จะมีกี่คนที่ทำได้

ใช่ไหมครับพี่น้อง...


อ้าว...พาออกไปเรื่องอื่นอีกแล้ว

พี่ๆ ยังคงอ่านเฉลยข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์อยู่อย่างแน่นอนครับ

ไม่ใช่รายการไขปัญหาชีวิตแต่อย่างใด (ฮา)


เรามาเริ่มเฉลยกันต่อดีกว่านะครับ...

มีสารอะไรต่อมิอะไรจำนวนมากเลยครับที่วิ่งที่อยู่ในเส้นเลือด (แต่ที่ไม่มีแน่ๆ คือน้ำตาอย่างในเพลงนะครับ)

สารที่อยู่ในเส้นเลือดที่คุณครูสอนเราตั้งแต่เป็นเด็กๆ ก็คือ แก๊สออกซิเจน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซต์ ใช่ไหมครับ

เราได้เรียนรู้ว่า เราจะหายใจเอาแก๊สออกซิเจนเข้าไป

แล้วก็หายใจเอาแก๊สคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา

ถ้าเราไม่หายใจเราก็จะตาย 

ถ้าในอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้น ไม่มีแก๊สออกซิเจน

เราก็จะตายเช่นเดียวกัน


นั่นคือสิ่งที่ผมและเพื่อนๆรับรู้กันมาจากห้องเรียนในสมัยก่อนนู้นนนน


ผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆร่วมชั้นเรียนสงสัยกันมากน้อยแค่ไหน

แต่ผมสงสัยอยู่ตลอดว่า แก๊สออกซิเจนเข้าไปช่วยอะไร เราจึงไม่ตาย

และร่างกายเราทำอะไร จึงได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา


"แล้วทำไมไม่ถามคุณครูล่ะ"

พี่ๆ บางท่านอาจนึกแย้งอยู่ในใจ


โธ่พี่... ในสมัยนั้น การยกมือขึ้นถามคุณครูในห้องเรียนนี่ เป็นอะไรที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักนะครับ

โดยเฉพาะเด็กที่สอบได้อันดับต้นๆ (เมื่อนับจากข้างท้าย) อย่างผม

คงเป็นอะไรที่แปลกประหลาดอย่างมากเลยทีเดียว...




ความรู้ข้อที่สาม : การหายใจระดับเซลล์


ใช่แล้วครับ พ่อแม่พี่น้องไม่ได้อ่านผิด และผมก็ไม่ได้พูดผิดหรอกครับ

เพราะเมื่อผมเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ผมจึงได้ค้นพบคำคำนี้จากหนังสือชีววิทยาในห้องสมุดของโรงเรียนครับพี่

แต่จนแล้วจนรอดก็อ่านไม่เข้าใจซะที

และหลังจากนั้นหลายปี ผมก็ได้พบว่าการหายใจระดับเซลล์เป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างมาก และมากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้ในการเรียนระดับประถม

แต่ถ้าหากจะพูดแบบย่อๆ และรวบตัดตัดความอาจพูดได้ว่า...


กระบวนการหายใจของเรา ก็คือการทำการแลกเปลี่ยนแก๊สที่ร่างกายต้องการและไม่ต้องการ โดยร่างกายจะได้รับออกซิเจนจากสิ่งแวดล้อมเพื่อนำส่งไปให้เซลล์ต่างๆ ได้ใช้  ซึ่งเซลล์นั้นๆก็จะนำออกซิเจนมาใช้ในการขบวนการที่ซับซ้อนอย่างหนึ่งเพื่อทำให้สารอาหารปลดปล่อยพลังงานออกมา ซึ่งพลังงานนี้แหละครับที่ทำเราเดิน วิ่ง กิน นอน และทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ และในขณะเดียวกัน การสร้างพลังงานนั้นก็ต้องเกิดของเสียขึ้นมาด้วย ซึ่งของเสียอย่างหนึ่งก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ ร่างกายจึงต้องนำของเสียที่เกิดจากการสร้างพลังงานของเซลล์ ซึ่งก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากร่างกายครับ


การรับออกซิเจนและระบายคาร์บอนไดออกไซค์ของเซลล์นี่แหละครับที่เป็นส่วนหนึ่งของการหายใจระดับเซลล์


ทั้งออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ จะถูกลำเลียงโดยเลือดนะครับ เมื่อเลือดไหลผ่านเส้นเลือดฝอยที่กระจายอยู่รอบๆถุงลมที่อยู่ในปอด การแลกเปลี่ยนแก๊สทั้งสองก็จะเกิดขึ้น โดยเม็ดเลือดแดงที่มีฮีโมโกลบินจะทำหน้าที่จับออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป ในขณะที่คาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในเลือดก็จะซึมออกจากผนังเส้นเลือดแล้วถูกส่งออกไปนอกร่างกายในจังหวะที่หายใจออกครับ 


กลไกของอวัยวะภายในร่างการของมนุษย์นี่ ช่างมัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อเลยว่าไหมครับพี่น้อง


มาถึงตรงนี้เราก็คงสามารถบอกได้ในเบื้องต้นแล้วนะครับว่า เส้นเลือดตำแหน่งที่หนึ่งและสองที่ไหลจากปอดเข้าสู่หัวใจตามรูปในโจทย์จะต้องพาแก๊สออกซิเจนไปให้เซลล์ใช้ตามจังหวะการหายใจเข้า และตำแหน่งสามและสี่ก็จะต้องเป็นการนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ที่เกิดจากเซลล์มาระบายออกในขั้นตอนการหายใจออกแน่ๆ ใช่ไหมครับ




ความรู้ข้อที่สี่ : หัวใจของฉัน ไม่ว่างพอที่จะตามง้อเธอ


ใช่แล้วครับ หัวใจของคนเรานั้นทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีโอกาสได้หยุดพักเลยแม้ซักนาทีเดียว

ดังนั้นหากใครซักคนจะพูดแบบประชดประชันว่า

"หัวใจของชั้นไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปตามงอนง้อใคร"

ก็คงไม่ผิดใช่ไหมครับ


แต่ต้องระวังว่าเขาหรือเธอที่เรารักคนนั้น อาจไปแล้วไปลับเลยก็ได้เน้อออ


หัวใจของเราที่ไม่มีเวลาว่างนั้น จะทำหน้าที่สำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายมากๆ ก็คือการสูบฉีดเลือดเพื่อการนำแก๊สออกซิเจนจากปอดไปส่งให้เซลล์ และนำคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ส่งไปยังปอด หรือพูดง่ายๆ ก็คือหัวใจจะทำหน้าที่ก่อให้เกิดการไหลเวียนเลือดนั่นเองครับ

ระบบไหลเวียนเลือด จะนำเลือดที่มีออกซิเจนต่ำและคาร์บอนไดออกไซด์สูงจากเส้นเลือดดำจากทุกๆส่วนของร่างกายส่งเข้าสู่หัวใจห้องบนขวา แล้วส่งต่อไปยังห้องล่างขวาเพื่อสูบเลือดออกจากหัวใจไปสู่ปอด ณ ที่ปอดซึ่งมีถุงลมและเส้นเลือดฝอยอยู่เป็นจำนวนมากนี่เอง เป็นที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ในเลือดที่มีปริมาณสูงจะแพร่จากเลือดออกไปยังถุงลม แล้วขับออกจากร่างกายในจังหวะที่ร่างกายหายใจออก

และเมื่อร่างกายหายใจเข้า อากาศก็จะไหลเข้าไปยังปอด แก๊สออกซิเจนในอากาศที่อยู่ประมาณ 21 % ซึ่งมีปริมาณมากกว่าแก๊สออกซิเจนในเลือดในตอนนั้น ก็จะแพร่เข้าสู่เส้นเลือด แล้วเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงก็จะไหลจากปอดสู่หัวใจทางห้องล่างซ้ายแล้ว แล้วส่งต่อไปยังห้องบนซ้าย แล้วถูกสูบส่งออกจากห้องบนซ้ายไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายต่อไป


มาถึงตรงนี้ เราคงรู้กันแล้วนะครับว่า แก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์นั้น วิ่งผ่านไปทั่วร่างกายโดยอาศัยเส้นเลือดโดยมีหัวใจเป็นจักรกลสำคัญที่ทำให้เลือดมีการไหลเวียนได้


ซึ่งก่อนจะจบความรู้ข้อที่สี่นี้ อาจต้องทบทวนให้พ่อแม่พี่น้องฟังซักนิดเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำว่า อากาศที่เราหายใจกันอยู่นั้น มีปริมาณออกซิเจนอยู่ประมาณ 21% และมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์อยู่ประมาณ 0.04 % นะครับ โดยสภาวะความดันอากาศหรือความกดอากาศบนพื้นดินปกติที่เราๆท่านๆ อาศัยกันอยู่นี้ มีความกดอากาศเท่ากับ 1 บรรยากาศ ซึ่งวัดได้เท่ากับ 760 มิลลิเมตรของปรอท หรือที่มักนิยมเขียนกันว่า 760 mmHg 


และอาจเพิ่มเติมให้ฟังกันอีกซักนิด(โดยไม่เกี่ยวกับโจทย์ข้อนี้)ว่า ถ้าเราอยู่บนที่สูงขึ้นไป ความกดอากาศก็จะลดลง แต่ถ้าเราอยู่ลึกลงไปความกดอากาศก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งในทุกๆการเปลี่ยนระบบความสูงทุก 11 เมตร ความกดอากาศจะเปลี่ยนแปลง 1 มิลลิเตรของปรอทครับพี่น้อง




ความรู้ข้อที่ห้า : ปริมาณแก๊สในกระแสเลือด


แหม... พูดเหมือนเป็นนักวิชาการอย่างไงก็ไม่รู้เนอะ แต่ก็นึกคำพูดที่ดูธรรมดาๆกว่านี้ไม่ออก ก็เลยขอจั่วหัวความรู้ข้อที่ห้านี้ว่า "ปริมาณแก๊สในกระแสเลือด" อย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ซึ่งในที่นี้จะพูดเฉพาะแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์เท่านั้นนะครับ


เพื่อให้มีความซับซ้อนน้อยลง(หรือเปล่า?) การวัดปริมาณของแก๊สหรือการวัดความเข้มข้นของแก๊ส สามารถวัดได้ในรูปของความดันแก๊ส ยกตัวอย่างเช่น ในอากาศปกติที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนประมาณ 21% นั้น อาจบอกได้ว่า แก็สออกซิเจนจะมีความดันแก๊สเท่ากับ 160 มิลลิเมตรของปรอท ซึ่งก็คำนวณได้จากการเทียบบัญญัติไตรยางค์ว่า...

          แก๊สปกติ       100% มีความดันเท่ากับ                760           มิลลิเมตรของปรอท

         แก๊สออกซิเจน 21%   มีความดันเท่ากับ 760/100 x 21 = 160   มิลลิเมตรของปรอท


ดังนั้น จากกราฟแท่งชุดแรกในรูปตามโจทย์ ซึ่งเป็นกราฟแสดงอากาศเข้า(ซึ่งก็คืออากาศทั่วๆไป) จึงแสดงค่าความดันของแก๊สออกซิเจนเท่ากับ ประมาณ 160 มิลลิเมตรของปรอท ด้วยประการฉะนี้ครับพ่อแม่พี่น้อง

หากเราลองคำนวณปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในหน่วยของความดันแก๊ส เราจะพบว่าในอากาศปกติจะมีปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ถึง 1 mmHg เลยครับ


แต่เราต้องทราบกันเพิ่มเติมอีกนิดนึงว่า ปริมาณแก๊สออกซิเจนที่จะเข้าไปในกระแสเลือดในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊สกันที่ถุงลมนั้น ไม่ได้เข้าไปทั้งหมดนะครับ และในขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็ไม่ได้ถูกถ่ายออกไปจากกระแสเลือดทั้งหมดเช่นเดียวกัน

ดังนั้น เมื่อเราหายใจออก จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนเท่านั้นที่ถูกถ่ายออกมา ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนที่เหลือที่ไม่ได้ถูกถ่ายออกมาก็จะวนอยู่ในระบบการไหวเวียนเลือดต่อไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ พอเราวัดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊สออกซิเจนในตำแหน่งที่เลือดกำลังถูกส่งออกมาจากถุงลมหลังจากมีการแลกเปลี่ยนแก๊สกันแล้ว จะพบได้ว่าปริมาณแก๊สออกซิเจนจะมีอยู่ประมาณ 104 mmHg ในขณะที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะมีอยู่ประมาณ 40 mmHg นะครับ (ไม่ใช่แก๊สออกซิเจนจะมี 160 แล้วแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีอยู่แค่ไม่ถึง 1 นะครับ)


ดังนั้น ที่ตำแหน่ง 1 ตามรูปในโจทย์ อาจจะบอกได้ว่าปริมาณแก๊สออกซิเจนจะมีปริมาณสูง ในขณะที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณที่ต่ำกว่า

ทำนองเดียวกัน ที่ตำแหน่ง 2 ที่เพิ่งปั้มออกมาจากหัวใจ ก็ย่อมมีแก๊สออกซิเจนปริมาณสูง ในขณะที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณที่ต่ำกว่า เช่นเดียวกัน


พอเลือดไหลจากตำแหน่งที่ 2 ก็จะเข้าสู่เซลล์ต่างๆ แก๊สออกซิเจนก็จะถูกเซลล์นำไปใช้ แล้วก็ถ่ายเทแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ดังนั้นพอมาถึงตำแหน่งที่ 3 แก๊สออกซิเจนจึงมีปริมาณที่ลดน้อยลง แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีปริมาณที่มากกว่า

ทำนองเดียวกัน ที่ตำแหน่ง 4 ที่เพิ่งปั้มออกมาจากหัวใจ ก็ย่อมมีปริมาณแก๊สออกซิเจนต่ำกว่า ในขณะที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณที่สูงกว่า เช่นเดียวกัน


สำหรับในตำแหน่งที่ 5 ซึ่งเป็นลมหายใจที่เราหายใจออกนั้น หากพ่อแม่พี่น้องอาจคิดว่าต้องมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเยอะกว่าแก๊สออกซิเจนแน่ๆ

ก็ใคร่บอกว่า เป็นความคิดที่ผิดครับพี่น้อง

ก็เพราะตะกี้นี้ ผมได้เล่าให้ฟังแล้วว่า ในตอนเกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สที่ถุงลมตอนเราหายใจเข้านั้น ออกซิเจนไม่ได้แพร่เข้าไปในเลือดทั้งหมดนะครับ ซึ่งก็หมายความว่ายังมีออกซิเจนบางส่วนเหลืออยู่ในถุงลมใช่ไหมครับ

ดังนั้น ในตอนที่เราหายใจออก ทั้งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งแก๊สออกซิเจนก็ผสมปนเปกันออกมา จึงทำให้ลมหายใจออกถึงแม้ว่าจะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก แต่ก็ยังคงมีแก๊สออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ครับ


  

เป็นไงครับ พอเข้าใจได้อย่างนี้แล้ว เราพอจะตอบคำถามของโจทย์กันได้แล้วใช่ไหมครับ?


โจทย์ถามว่า ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งในรูปกับตำแหน่งในแผนภูมิได้ถูกต้อง

1. 1-A  2-B

2. 2-B  3-C

3. 3-A  4-B

4. 4-B  5-C

ตอนนี้ เราก็รู้ถึงปริมาณแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในตำแหน่งต่างๆ แล้วนะครับ ถึงแม้ว่าความรู้ของเราในตอนนี้จะไม่รู้สัดส่วนที่ชัดเจนว่าใครเยอะแค่ไหนก็ตาม

ดังนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกราฟ เราจะพบว่า ตำแหน่ง 1 2 และ 5 ต้องใกล้เคียงกับกราฟ A หรือ C แน่ๆ

ส่วนตำแหน่ง 3 และ 4 ต้องตรงกับกราฟ B อย่างแน่นอนใช่ไหมครับ


ถ้าเรารู้อย่างนี้ เราก็มาดูข้อช้อยส์แต่ละข้อกันนะครับ ว่าอันไหนคู่ไหนควรจะถูก คู่ไหนควรจะผิดบ้าง...


     ข้อ 1. 1-A √    2-B  X


     ข้อ 2. 2-B X    3-C X


     ข้อ 3. 3-A X   4-B  √


     ข้อ 4. 4-B √  5-C √


ดังนั้น ด้วยความรู้ในเบื้องต้นแบบนี้ เราก็สามารถตอบได้ว่า คำตอบที่ถูกต้อง ต้องเป็นข้อ 4. อย่างแน่นอนครับ


 

 


เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช