.

.

  • บันทึก(ไม่)ลับ...ของลูก

    ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น  ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด 

    แต่หลายครั้งหลายหน ความรักนั้น 

    กลับทำร้ายลูกของเรา อย่างไม่รู้ตัว



    ลองมาอ่านบันทึกของเด็กคนหนึ่ง กับวันเวลาที่ไม่เคยหวนคืน แล้ววาดฝันถึงบันทึกของลูกของเราในวันพรุ่ง ....

    ที่สวยงามกว่าวันวาน  ลองแวะเข้าไป(แอบ) อ่านดูนะครับ...

     

     

  • ตะลุยโจทย์ Pre-test คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1 (ภาค 3)

    Pre-test เข้า ม.1

    รวมโจทย์คณิต ฉบับตะลุยข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ฉบับนี้

    ได้เดินทางมาแบบลุ่มๆดอนๆ จนถึงภาคที่ 3 แล้วครับพี่น้อง


    ซึ่งก็เป็นการรวบรวมข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ของหลากหลายโรงเรียน

    มาให้น้องๆหนูๆ ได้ฝึกฝนฝีมือกันดู


    ซึ่งอาจจะฝึกแบบเอาเรื่อง

    หรือจะทำเล่นๆ แข่งกับคุณพ่อคุณแม่ที่ร้างเวทีไปนาน(แสนนาน) ก็เข้าทีนะครับ


    ลองแวะเข้ามาดูกันนะครับ...


  • โจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1 (ภาค 2)

    ข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1

    วิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

     แต่ต้องผ่านการฝึกฝน และสะสมประสบการณ์ด้วย

     โจทย์ต่อไปนี้ ส่วนใหญ่เป็นโจทย์จากการสอบ Pre-test เข้า ม.1 ของโรงเรียนต่างๆ

     ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเขียนสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียวหรอกครับ

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ลองฝึกฝนดูเล่นๆ แบบสนุกๆ

     ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...




  • สนุกกับโจทย์คณิต พิชิตข้อสอบเข้า ม.1

    ข้อสอบ Pre-test เข้า ม.1 ในการสอบเข้า ม.1 นั้น วิชาที่มักสร้างปัญหาให้เด็กๆ จำนวนมาก ก็คือวิชาคณิตศาสตร์ เพราะคณิตศาสตร์มักจะเป็นอะไรที่อ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่พอ

       แต่ต้องผ่านการฝึกฝน

       และสะสมประสบการณ์

     เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับ ป.6 เพื่อใช้เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 เพียงอย่างเดียว

     แต่ตั้งใจเขียนขึ้นมา ให้เด็กๆ ระดับประถมได้ท้าประลองความคิดกันกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย

     หากสนใจ ใคร่เชื้อเชิญ พ่อแม่พี่น้อง เขาไปเสพความสุขกับโจทย์คณิตศาสตร์กันครับ....

     

  • โจทย์ปัญหา คาใจ


    ข้อสอบ โจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างปัญหาในการเรียนอย่างมาก

    โดยเฉพาะกับนักเรียนประถมต้น

    ที่หลายครั้งหลายหน เด็กๆ ทำท่าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ทำโจทย์ไม่ได้ หรือพอทำได้ แต่มักจะผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ

     

    สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากการเรียน ที่ข้ามหลักการคิดพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

    จึงกลายเป็นว่า ทำ บวก ลบ คูณหารเก่ง แม่น เร็ว แต่ทำโจทย์ปัญหาไม่ได้


    หากลูกๆ ยังคงมีปัญหาเรื่องนี้ ไม่สร่างซา ใคร่เชื้อเชิญลองอ่านเรื่องนี้ดู ซิครับ

     

     

  • ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ประถมปลาย ฉบับบ้านนอก

    ข้อสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ฉบับบ้านนอกฉบับนี้ เป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์ประจำปีของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนประถมปลาย มาแข่งขันความรู้ทางคณิตศาสตร์กัน

    ผู้ชนะการแข่งขัน ก็จะได้รางวัลกันไม่มาก-ไม่น้อย คนละร้อย สองร้อย ซึ่งก็เป็นไปตามอัตภาพ

    ตัวข้อสอบ มีความหลากหลาย ครอบคลุมเกือบทุกเนื้อหาที่นักเรียนระดับประถมปลายควร(ต้อง)รู้ ซึ่งจะว่ายากก็ไม่ใช่ จะว่าง่ายเกินไปก็ไม่เชิง เพราะนักเรียนทำได้คะแนนเต็มก็มีบ้าง ที่ทำได้คะแนนน้อยก็มีพอสมควร แต่ไม่มีใครเลยที่ทำไม่ได้ซักข้อเดียว

    เรียกกันว่า นักเรียนทุกคนที่มาสอบ ไม่มีใครต้องเสียน้ำตาเพราะถูดข้อสอบรังแก!

    ลองให้เด็กๆ ทำดูเล่นๆ นะครับ โดยข้อสอบจะมี 20 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 30 นาที  ซึ่งหากทำได้ซัก 90 % ขึ้นไป ก็ถือว่า การเดินทางไปยังสนามสอบเข้า ม.1 ในปีนี้  คงไม่น่ากังวลมากนัก

    ส่วนหากได้ซัก 80% แต่ไม่ถึง 90 % ก็คงต้องฝึกฝนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

    แต่หากได้ต่ำกว่า 80% ล่ะก็...

     

  • ครน. หรม. ฉบับรู้ทันลูก

    เรื่อง ครน. และ หรม. ถือเป็นยาขมอีกหม้อหนึ่ง สำหรับลูกๆ ของเรา

    ลองติดตามอ่านดูนะครับ...

     

     

     

     

     

  • การแก้สมการ ระดับประถม

    สมการ สำหรับนักเรียนระดับประถม เป็นเรื่องที่สร้างคราบน้ำตาไว้บนหัวใจของเด็กๆ หลายคน

    พ่อแม่หลายคนบอกว่า ยาขมของลูก ก็คือเรื่อง "สมการ" นี่แหละ

    ลองมาอ่านเรื่องนี้ดูนะครับ บางที่อาจทำให้พบว่า จริงๆแล้ว สมการนั้น ทั้งอร่อย ทั้งน่าลิ้มลอง ไม่ต่างอะไรกับขนมหวานเลย...

     

     

     

  • ร้อยละ-กำไร-ขาดทุน ว้าวุ่นใจ

    เรื่องร้อยละ กำไร ขาดทุน มักเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เด็กๆ จำนวนมาก ทั้งที่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

     

     มาลองติดตามอ่านเรื่องราวของเด็กหญิงไม้หอม และลุงใจดี กับเรื่องว้าวุ่นของ กำไร และขาดทุน แล้วจะพบว่า ร้อยละ กำไร ขาดทุน เป็นเรื่องง่าย...แสนง่าย

     

     

  • ตกคณิต คิดไม่ตก

    ปัญหาความไม่เข้าใจคณิตศาสตร์ที่ตั้งเค้าในวัยเด็ก จะส่งผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในระดับมัธยม

    แรงจนบางครั้ง ได้สร้างรอยเจ็บช้ำไว้ในใจของเด็กๆ หลายคน

    ลองมาอ่านเรื่องราวความกังวลใจของคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เราอาจพบเจอตามป้ายรถเมล์ หรือนั่งเหม่ออยู่ข้างเราบนรถประจำทาง กับเรื่องของลูก ชีวิต และทางออกที่(ยัง)หาไม่เจอ... 

     

     

     

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.6 ปี 2560


    ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท.ในระดับ ป.6 ประจำปีการศึกษา 2560 นั้น เล่าลือกันว่ายากแสนยาก บ้างก็ว่าออกข้อสอบเกินกว่าหลักสูตรมากๆ 

    ผู้น้อยคนนี้จึงหยิบยกข้อสอบชุดนี้ มาลองเฉลยให้พ่อแม่พี่น้องฟังดูว่า ยากสมกับคำล่ำลือหรือไม่

    แต่ในเบื้องต้นนั้น ผู้น้อยใคร่เรียนว่า การสอบแข่งขันนี้เป็นการคัดนักเรียนเพื่อเข้าสู่โครงการพัฒนาอัจริยภาพนะครับ ดังนั้น หากข้อสอบจะยากกว่าปกติก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับพี่น้อง

    แต่อย่างไรก็ตาม การได้เข้าทำข้อสอบคุณภาพระดับประเทศนั้น เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและควรเข้าร่วมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กๆ จะได้รู้ว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด

    และก็อีกเช่นเดิมนะครับว่า ความฝันเล็กๆ ของผู้น้อยคนนี้

    เพียงหวังและฝันว่า...น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ 

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2560


     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศที่เด็กๆ ควรได้เข้าร่วมสอบ เพื่อตรวจสอบว่าตัวเรานั้นมีความรู้อยู่ในระดับใด

    มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน จะได้แก้ไขและพัฒนาได้ถูกจุด


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    น้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ได้พกพามันสมองที่เป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดนั้น

    ก็สามารถเรียนรู้ และพัฒนาได้


    ถึงแม้ไม่ได้ก้าวไปไกลถึงตัวแทนระดับประเทศ

    แต่ขอเพียงให้ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ

    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2559

     

     ข้อสอบวิชาวิทยาศาตร์ของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครูวิทยาศาสตร์หลายท่านต้องศึกษาทำความเข้าใจ

    เพราะมักจะใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย

    รวมทั้งไว้ใช้เป็นกรอบในการนำไปออกข้อสอบแข่งขันอยู่เนืองๆ


    ส่วนพ่อแม่ และผู้ปกครองหลายท่าน ก็มักหาข้อสอบ สสวท. มาให้ลูกๆ ได้ฝึกฝน

    ด้วยหวังและฝันว่า ลูกๆ จะได้พัฒนาตนเอง และเก่งมากๆยิ่งขึ้น


    แต่การจะพัฒนาตนเองจากการฝึกฝนทำข้อสอบนั้น

    จะต้องมีเฉลยข้อสอบที่เป็นมากกว่า ที่จะบอกเพียงว่าข้อนั้นตอบ ก. หรือ ข.


    ผู้น้อยคนนี้จึงนำข้อสอบมาเขียนเฉลย เพื่ออธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้น

    ด้วยวิธีการเล่าสู่กันฟัง แบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างคละเคล้ากันไป


    ซึ่งก็ด้วยหวังและฝันเพียงเล็กๆว่า...

    สักวันหนึ่งเราจะน้องๆหนูๆตัวน้อยๆ ที่อาจไม่ต้องเก่งมาก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก

    ไม่ต้องถึงขนาดเป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งขันรายการต่างๆ


    ฝันและหวังเพียงว่า ขอให้น้องๆหนูๆ "คิดเป็น" ก็เป็นพอ


    ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2558

     

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักนำไปใช้สอนลูกสอนหลานกันอยู่ทุกบ่อย


    สำหรับผู้น้อยคนนี้

    คงต้องพูดประโยคซ้ำเดิมอีกครั้งว่า

    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และจะสุขมากยิ่งๆขึ้นไปอีก

    เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)


    หวังและฝันว่า...

    เฉลยข้อสอบนี้ คงจะมีซักข้อหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องสนุกสนานกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์...

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2555



    เป็นที่รับรู้กันอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้าอยู่แล้วว่า

    ข้อสอบของ สสวท. นั้น เป็นข้อสอบคุณภาพระดับประเทศ

    ที่คุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายท่าน

    มักต้องใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนอยู่ทุกบ่อย


    การได้เขียนเฉลยข้อสอบระดับคุณภาพเช่นนี้ จึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

    และสุขมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รู้ว่ามีผู้คนทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนมาอ่าน(บ้าง)

    แอบฝันและหวังว่า...

    อาจจะมีเฉลยซักข้อหนึ่ง ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องมีความสุขและสนุกกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์

    เชิญแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ...


  • เฉลยข้อสอบ สสวท. วิทยาศาสตร์ ป.3 ปี 2554


    โดยส่วนตัว ผมคิดว่า...

    ลูกของเรา ที่อยู่ระดับ ป.3 หรือต่ำกว่านั้น เค้าคงอ่านและทำความเข้าใจกับเฉลยข้อสอบ ด้วยตัวเองยังไม่ค่อยเป็น

    เฉลยข้อสอบฉบับนี้ จึงไม่ได้เขียนให้เด็กอ่าน (อ้าว!)

    แต่เขียนสำหรับพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ไว้อ่านเล่น เผื่อลูกถามจะได้พอกล้อมแกล้ม คุยกับลูกได้ แบบไม่เสียฟอร์ม...

    สำหรับเฉลยนี้ ใจอยากให้เป็นฉบับอ่านสบาย คลายเศร้า เหมือนเดิม
    แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่รู้จะเป็นไงเน้อ...

  • เฉลยข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ประจำปี 2553

      

    เฉลยข้อสอบ วิทยาศาสตร์ สสวท. ระดับประถมต้น ปี 2553 ฉบับนี้

    เขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์หลากหลาย จนอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการอธิบาย...

    แต่อาจสรุปสั้นๆ ได้ว่า...มีจุดประสงค์เดียวกับฉบับปี 2554 นั่นแหละครับ

    ใคร่เชื้อเชิญแวะเข้ามา หาความรู้กับข้อสอบมาตรฐานระดับประเทศกันครับ

     

     

  • การแข่งขันวิทยาศาสตร์ เพชรยอดมงกุฎ

     

    หากจะพูดถึงการแข่งขันทางวิชาการประจำปี ในระดับประเทศ ต้องถือว่าการแข่งขัน “เพชรยอดมงกุฎ” เป็นอีกรายการหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเรียนตัวน้อยๆ หลายคน ที่อยากได้โอกาสเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้

    วิทยาศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ เป็นการแข่งขันความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่แตกต่างอย่างมากกับการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์รายการอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นการแข่งขันความรู้ทางทฤษฏีแล้ว ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ยังต้องแข่งขันภาคปฏิบัติอีกด้วย

    ลองมาฟังเรื่องราวการเข้าแข่งขันครั้งแรกในชีวิต ของยัยตัวเล็ก กับลุงใจดี และความสงสัยใคร่รู้...ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

     

Home


ข้อที่ 39.


การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำของพืช โดยใช้โปโตมิเตอร์ (Potometer) ที่มีลักษณะเป็นหลอดรูปตัวยูที่บรรจุน้ำจนเต็ม ด้านหนึ่งปักกิ่งไม้ที่มีใบ อีกด้านหนึ่งมีหลอดแก้วที่มีขีดวัดระดับน้ำ ดังรูป

 

ข้อใดระบุตัวแปรต้นที่ศึกษาในชุดที่ 2 3 และ 4 ได้ถูกต้องตามลำดับ

1. ปริมาณออกซิเจน  ความชื้น อุณหภูมิ

2. แสง  กระแสลม  ความชื้น

3. ความชื้นอากาศ  กระแสลม  แสง

4. อุณหภูมิ อุณหภูมิ แสง


 

ว่ากันว่า การสอบที่ชี้เป็นชี้ตายในแต่ละครั้ง นักเรียนส่วนมากมักจะเกิดอาการวิตกจริต ฟุ้งซ่าน สับสน จิตตก ใจเสีย ขาดความมั่นใจ ฯลฯ  จนอะไรๆ ที่เคยคิดได้เคยทำได้ ก็มักจะคิดไม่ได้หรือทำไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ


ซึ่งในฐานะที่เคยผ่านพบประสบเหตุแบบนี้มาบ้างแล้วนั้น ใคร่ขอแนะนำทางแก้ไข โดยการท่องคาถาสั้นๆ ที่สุดแสนจะเรียบง่าย แต่สำคัญอย่างยิ่งเลยครับ…


คาถาที่ว่า คือคำว่า “สติ” ครับ


“สติ” นี่ อาจแปลง่ายๆแบบเด็กประถมว่า คือการ “ระลึกได้ หรือนึกได้” ครับ 

ดังนั้น เมื่อเราเจอกับโจทย์ที่ดูเหมือนจะยากเมื่ออ่านแว๊ปแรก เราต้องมีสติ ค่อยๆ คิดเทียบเคียงกับความรู้ที่เคยมี ถ้าดูข้อมูลที่โจทย์ให้มาแล้วเกิดอาการมึนงง เราก็ต้องพินิจพิเคราะห์ว่าโจทย์ต้องการถามอะไร และคำตอบในแต่ละช้อยส์เป็นอย่างไร บางทีเราอาจจะพบทางสว่างก็ได้ครับ 


อย่างนี้แหละครับ เค้าเรียกกันว่า “สติมาปัญญาเกิด” ครับ


ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าพอมี “สติ” แล้วก็จะมีปัญญาฉลาดหลักแหลมนะครับ

แต่คำว่า “สติมาปัญญาเกิด” นั้น หมายถึงว่า ถ้าเรามีสติ หรือมีความระลึกได้แล้ว เราก็จะได้ใช้ความรู้(เท่าที่มีอยู่)ในสมองของเราแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งก็คือการใช้ปัญญา นั่นเอง


งั้นตอนนี้ เราๆ ทุกคนตั้งสติได้แล้วนะครับ

ทีนี้ เราลองมาดูว่าโจทย์ถามเกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วเราพอจะใช้ความรู้ที่มีอยู่มาทำโจทย์ข้อนี้ได้หรือไม่...


โจทย์ถามว่าอะไรบ้างตามชุดการทดลองเป็นตัวแปรต้น

ซึ่งเรื่องตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมนี้ ก็เป็นเรื่องที่เด็กๆ ล้วนแล้วแต่เชี่ยวชาญกันอยู่แล้ว

แต่สำหรับพี่ป้าน้าอาที่อาจหลงๆลืมๆไปบ้าง ผมจะทบทวนโดยจะเล่าเรื่องของพี่เก่งลูกน้าอำให้ฟังว่า...


ครอบครัวของน้าอำเป็นชาวสวนครับ

น้าอำมีลูกอยู่คนนึงที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกับผม ชื่อว่า เก่ง ครับ ซึ่งบางทีผมก็เรียกว่าพี่เก่ง เพราะแกอายุมากกว่าผม

แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักเรียกกันโดยไม่มีคำนำหน้า หรือถ้าจะมีก็มักจะเป็นคำว่า "ไอ้" มากกว่า


พี่เก่ง แกเป็นคนช่างสงสัยครับ

เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังก็เกี่ยวกับความเป็นคนช่างสงสัยนี่แหละครับ


มีอยู่วันนึง แกมาเล่าให้ผมฟังว่า...

ที่ครูอ้อยบอกว่า ของที่มีสีเข้มจะดูดความร้อนได้มากกว่าสีอ่อนนั้น แกไม่เชื่อซักเท่าไร

เพราะน้าอำพ่อของแก ก็ใส่เสื้อหม้อฮ่อมสีกรมท่าออกไปสวนทุกวัน ไม่เห็นแกบ่นว่าร้อนเลย ถ้าเสื้อสีกรมท่าดูดความร้อนมากกว่า พ่อคงหยิบเสื้อสีขาวที่ใช้เวลาไปวัดในวันพระมาใส่แทนแล้ว

ผมฟังแล้วก็ดูมีเหตุผลดี เพราะชาวสวนชาวไร่แถวบ้านก็ใส่เสื้อที่กรมท่าหรือสีออกดำๆกันทุกคน


ในที่สุด ความสงสัยของแกก็ถึงขีดสุดครับพี่น้อง

แกบอกให้ผมไปยืมเทอร์โมมิเตอร์จากครูอ้อยมาซักอัน วันเสาร์ที่จะถึงจะได้เอาไปทดลองกันให้เห็นกับตา


การยืมเทอร์โมมิเตอร์จากครูอ้อยเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยครับ

โดยเฉพาะพอบอกว่าจะเอาไปทดลองว่าเสื้อสีไหนดูดความร็อนมากกว่าสีไหน ครูบอกว่าได้ผลอย่างไงแล้วมาบอกครูด้วยนะ


สายๆ วันเสาร์ผมก็แวะไปบ้านน้าอำ พร้อมกับเทอร์โมมิเตอร์ และสมุดกับดินสอเผื่อต้องจดนู่นจดนี่

พี่เก่งกระวีกระวาดพาผมออกไปท้ายสวนพร้อมกับเสื้อของน้าอำตัวที่ใช้ออกสวนกับตัวที่ใช้ออกงานบุญไปด้วย


แกออกไปกลางแดด พร้อมกับเอาเทอร์โมมิเตอร์วางใต้เสื้อสีกรมท่าของน้าอำแล้วบอกให้ผมนับหนึ่งถึงร้อย

หมายหดระหว่างบรรทัด : ที่ต้องนับเลขเอาก็คือใช้แทนการจับเวลานั่นแหละครับ เพราะในสมัยนั้นเด็กๆไม่ได้มีนาฬิกาใส่กันทุกคนแบบเด็กยุคใหม่หรอกครับ


พอนับถึงร้อยเสร็จก็จดอุณหภูมิเอาไว้

แล้วก็ลองเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปไว้ใต้เสื้อขาวบ้าง ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามรอบ

แล้วมานั่งดูผลการทดลองที่ผมจดไว้กัน

พบว่าบางทีอุณหภูมิเสื้อสีกรมท่าก็มากกว่าเสื้อสีขาว

บางครั้งอุณหภูมิเสื้อสีขาวก็มากกว่าเสื้อสีกรมท่า ซึ่งไม่เป็นไปตามที่แกคิดเอาไว้


แกชวนผมทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ซึ่งก็ได้ผลที่มั่วๆ เหมือนเดิมเลยครับ

ในที่สุด การทดลองในวันนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า 


ตัวแปรต้น ซึ่งก็คือสีของเสื้อ ก็เปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ทำไมตัวแปรตามซึ่งก็คืออุณหภูมิ ไม่เปลี่ยนไปตามตัวแปรต้น

ที่หนักกว่านั้นคือตัวแปรตามกลับมีผลที่มั่วจนไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับตัวแปรต้นเลย

นั่นคือสิ่งที่เราสองคนค้างคาใจ


โดยไม่ลดละหรอกครับ

ผมกับพี่เก่ง ง่วนอยู่กับการหาข้อมูลจากหนังสือในห้องสมุดในเที่ยงวันจันทร์ โดยงดการเล่นเตะฟุตบอลชั่วคราว

ซึ่งจริงๆแล้วก็อยากไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆนั่นแหละครับ แต่เป็นเพราะห้องสมุดจะเปิดเฉพาะตอนเที่ยงเท่านั้น พี่เก่งกับผมจึงจำใจต้องเลือกกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง


เราพบข้อบกพร่องในการทดลองของเราตั้งหลายอย่างเลยครับ


สิ่งที่เราค้นพบจากหนังสือเรื่องนึงคือการควบคุมสภาพแวดล้อมครับ

ในหนังสือบอกว่าการทดลองที่ถูกต้อง ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้คงที่ ซึ่งหนังสือเรียกสิ่งที่ต้องควบคุมว่า "ตัวแปรคุม"

แต่ในการทดลองของเรานั้น เราอาศัยแสงแดดเป็นตัวให้ความร้อน รวมทั้งไม่ได้วัดอุณหภูมิเสื้อสองสีพร้อมๆ กัน การทดลองแต่ละครั้งบางทีจึงเจอแดดก็จ้า แต่บางทีแดดก็หุบเพราะมีเฆมมาบัง ทำให้อุณหภูมิที่เราอ่านได้ สูงบ้างต่ำบ้าง จนมั่วไปหมด

นั่นเป็นเพราะ เราไม่ได้ควบคุมแสงให้คงที่ ซึ่งก็คือ แสงได้กลายมาเป็นตัวแปรอีกหนึ่งตัว แทนที่จะเป็นตัวแปรควบคุมตามที่ควรจะเป็น

ผมกับเก่งจึงสรุปกันว่า (ถ้าจะมี)การทดลองครั้งต่อไป เราต้องใช้หลอดไฟเป็นตัวให้แสงแทนดวงอาทิตย์ ซึ่งเราสามารถควบคุมให้แสงสว่างคงที่ได้ แสงจึงจะเป็นตัวแปรคุมอย่างแท้จริง


และเราควรจะมีเทอร์โมมิเตอร์เพิ่มอีกซักอัน เพื่อทดลองไปพร้อมๆ กันทั้งสองสีไปเลย เพื่อตัดปัญหาว่าการนับหนึ่งถึงร้อยในแต่ละครั้งอาจสั้นยาวไม่เท่ากัน ไม่งั้นเดี๋ยวจำนวนเวลาที่ควรเป็นตัวแปรคุม จะกลายเป็นตัวแปรอีกตัวนึง 


หลังจากปรึกษากันแล้ว เราก็พบอีกว่า ผ้าที่นำมาทดลองควรจะเป็นผ้าที่มีความหนาบางเท่ากัน และควรจะมีกล่องไว้บังไม่ให้ลมพัดมาโดนที่อาจทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป


และสิ่งที่เราพบจากหนังสืออีกอย่างก็คือ...

ชุดการทดลองควบคุมครับ ซึ่งก็คือการทดลองแบบเปล่าโดยไม่มีตัวแปรต้นใดๆ ซึ่งก็มีไว้สำหรับเปรียบเทียบการการทดลองที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้นแบบต่างๆ ซึ่งสำหรับการทดลองของเราก็คือ การเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปวางไว้แบบดื้อๆ เลย ทั้งนี้ก็เพื่อจะเป็นตัวบอกว่า ถ้าวางเทอร์โมมิเตร์ไว้ใต้เสื้อสีกรมท่าจะอ่านได้อุณหภูมิเท่าไร วางไว้ใต้เสื้อสีขาวจะอ่านได้อุณหภูมิเท่าใด และวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้เปล่าๆ จะอ่านได้อุณหภูมิเท่าใด เพื่อป้องกันการแย้งผลการทดลองในภายหลังว่า จะใส่เสื้อหรือไม่ใส่เสื้อมันก็ร้อนเท่ากันนั่นแหละ อะไรทำนองนี้


ซึ่งก็ไม่ต้องถามนะครับว่า หลังจากพบข้อบกพร่องแล้วผลการทดลองหลังสุดเป็นอย่างไร ได้ทดลองกันต่อไหม

คิดดูซิครับ ไหนจะต้องหาเทอร์โมมิเตอร์มาเพิ่ม ไหนจะต้องหาผ้าที่หนาบางเท่ากัน ไหนจะต้องหาหลอดไฟ

ความสงสัยของพี่เก่งนั้น จึงเป็นความสงสัยต่อไป


เอาล่ะครับ

ทีนี้ พี่ๆก็คงมีความรู้เท่าลูกๆแล้วนะครับ (อ้าว ชมหรือปล่านี่)

สรุปอีทีนะครับว่า...

ตัวแปรต้น ก็คือ สิ่งที่เราสงสัยนะครับ ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นแบบโน้นแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ตัวแปรตาม ก็สิ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้น

ตัวแปรคุม ก็คือสิ่งที่เราไม่สนใจจะศึกษา เราจึงควบคุมให้นิ่งๆไว้ ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ชุดควบคุมการทดลอง คือ ชุดการทดลองแบบเปล่าๆที่เอาไว้เปรียบเทียบว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรใดๆเลย ผลการทดลองจะเป็นอย่างไร



ทีนี้ มาดูการทดลองในโจทย์อีกที โดยโจทย์บอกว่าจะการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำของพืช

ซึ่งเจ้าเครื่องที่โจทย์ว่า มีตัวบอกระดับน้ำ แสดงว่าถ้าพืชคายน้ำมาก ระดับน้ำในหลอดวัดระดับก็จะลดลง ทำนองนี้นะครับ



 

โจทย์ถามว่า ข้อใดระบุตัวแปรต้นที่ศึกษาในชุดที่ 2 3 และ 4 ได้ถูกต้องตามลำดับ เราก็มาดูคำตอบแต่ละตัวเลือกกันนะครับ


คำตอบข้อที่ 1.

การทดลองชุดที่ 2 : ปริมาณออกซิเจน 

โจทย์เค้าก็บอกไว้แล้วนะครับว่าจะทดสอบการคายน้ำ ดังนั้นการครอบถุงไว้น่าจะเกิดจากความต้องการควบคุมความชื้นเอาไว้ ไม่ให้เข้า-ไม่ให้ออกไปจากถุง แล้วดูว่าถ้าพืชคายน้ำไปเรื่อยๆ จนมีปริมาณไอน้ำเต็มไปหมด พืชจะยังคงคายน้ำต่อไปหรือไม่ ดังนั้นการบอกว่าตัวแปรต้นคือออกซิเจน เป็นคำตอบที่ผิดแน่ๆครับ

การทดลองชุดที่ 3 : ความชื้น

แหม เค้าใช้พัดลมเป่าอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่าตัวแปรต้นก็คือกระแสลมนะครับ อย่าไปคิดเยอะเกินไปว่า การเปิดพัดพัดลมก็คือการลดความชื้นเพราะไม่รู้ว่าจะจริงไหม ไม่งั้นต้องไปทำการทดลองเพื่อพิสูจน์มาก่อนว่าพัดลมทำให้ความชื้นบริเวณที่กระแสลมพัดผ่านลดลงอะไรทำนองนี้ครับ

การทดลองชุดที่ 4 :อุณหภูมิ

ในรูปตามโจทย์มีการเปิดไฟผ่านถังน้ำใส ก็เพื่อเป็นตัวกรองความร้อนออก ดังนั้นน่าจะเหลือเฉพาะแสง(เป็นส่วนใหญ่)ที่จะส่องไปถูกใบพืช การบอกว่าตัวแปรต้นเป็นอุณหภูมิจึงไม่ถูกต้องนะครับ


คำตอบข้อที่ 2.

การทดลองชุดที่ 2 : แสง

โจทย์เค้าบอกว่าคลุมด้วยถุงใส ดังนั้นแสงจึงลอดผ่านได้แบบสบายๆ จึงเป็นคำตอบที่ผิดครับ

การทดลองชุดที่ 3 : กระแสลม

อันนี้ถูกต้องตามที่ได้เล่าให้ฟังแล้วนะครับ

การทดลองชุดที่ 4 : ความชื้น

เค้าส่องแสงไฟไปที่ต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับความชื้นอย่างแน่นอนครับ


คำตอบข้อที่ 3.

การทดลองชุดที่ 2 : ความชื้นอากาศ

ใช่แล้วครับ การครอบถุงไว้ก็เพื่อกักความชื้นเอาไว้ครับ

การทดลองชุดที่ 3 : กระแสลม

ใช่แล้วครับ เปิดพัดลมก็คือการให้เกิดกระแสลมนั่นเอง

การทดลองชุดที่ 4 :แสง

ก็ใช่อีกนั่นแหละครับ การฉายไฟโดยมีถังน้ำใสกรองความร้อนเอาไว้ ก็คือการให้แสงนั่นเอง

 

คำตอบข้อที่ 4.

จริงๆ แล้ว ข้อนี้จะผิดอย่างแน่นอนเลยครับ เพราะการทดลองชุดที่ 2 กับ 3 ระบุว่าตัวแปรต้นคืออุณหภูมิทั้งคู่ ซึ่งการเลือกตัวแปรต้นที่ถูกต้อง ต้องมีรูปแบบเดียวสำหรับตัวแปรเดียว ไม่ใช่การนำถุงใสมาคลุมก็เพื่อจะเปลี่ยนอุณหภูมิ และการเปิดพัดลมก็เพื่อจะเปลี่ยนอุณหภูมิ อย่างงี้ไม่ถูกต้องครับ

การทดลองชุดที่ 2 : อุณหภูมิ

การทดลองชุดที่ 3 : อุณหภูมิ

การทดลองชุดที่ 4 : แสง


คำตอบที่ถูกต้องจึงต้องเป็นคำตอบข้อ 3. นะครับพ่อแม่พี่น้อง...

 

 


เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช