ผู้เขียน: MIU
The BLUE HOUSE’s Story

Welcome to The BLUE HOUSE’s Story
ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่แฟนฟิกเรื่องล่าสุดของเรา นับว่าเป็นเรื่องที่ 4 แล้ว ฉุดไม่อยู่จริง ๆ 555
เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยรูปวาดข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นฝีมือน้องปัง @alich_aa2014 คนเดิมคนเดียวกับที่วาดแฟนอาร์ตที่เป็นปกฟิกของเราไว้มากมาย

หลังจากน้องปังปล่อยรูปนี้ออกมา ด้อมก็วุ่นวายและเกิดฟิกร้อน ๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะลงไว้เป็นตอนพิเศษนะคะ (ตอนพิเศษที่มาก่อนเรื่องหลัก เป็นงง ?)
เรื่องราวในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และมีพล็อตลากยาวไปจนถึง 2020 แล้ว มีแนวโน้มว่าจะเขียนกันยาวนานมากก จะพยายามเอามาลงในนี้เรื่อย ๆ นะคะ แต่ถ้าใครอยากติดตามแบบเรียลไทม์ สามารถเข้าไปเล่นกันในทวิตได้เลยย
เธรดต้นเรื่อง >> https://twitter.com/PoPlengmy/status/1289600643938660358
The BLUE HOUSE’s Story
BY @PoPlengmy AND @MiuSarnseri
Inspired by @alich_aa2014 ‘s FanArt
Character Image: Kim Hye-soo, Jung Woo-sung
[ This written story is purely fictional and is not associated with actual people, incidents, association or locations ]
Charctors

ทวิตต้นฉบับ: https://twitter.com/alich_aa2014/status/1298552876990521344?s=19
CONTENTS
- Spacial Chapter 01 *? alert*
- Thread 1-26
- Thread 27-52
- Thread 53-76
- Thread 77-114
- Spacial Chapter 02
- Spacial Chapter 03 ??

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่แฟนฟิก HYENA (2020) เรื่องที่ 3 แต่งโดยคุณเพลง (@Plengpoonyapa) และมิยู (@MiuSarnseri) เจ้าเก่าค่ะ
แฟนฟิกเรื่องนี้ได้ไอเดียมาจากทวิตนี้ (Link) ซึ่งมีการนำรูปของคุณคิมฮเยซู และคุณจูจีฮุน มาโควทเป็น The student and the professor ค่ะ แค่นี้แหละจุดเริ่มต้นของแฟนฟิกเรื่องนี้ หลังจากเห็นภาพเดียวก็ทำให้ไอเดียพลุ่งพล่านได้ 555
ภาพปกแบบเต็ม ๆ ฝีมือน้องปัง @Alicha_Thiemsri คนเดิมคนเดียวกับที่วาดแฟนอาร์ตที่เป็นปก Kingdom of HYENA ค่ะ รูปน่ารักเช่นเดิมม ขอบคุณมากน้าสำหรับรูปสวย ๆ

ต้นฉบับฟิกพาร์ทแรก เธรด (1) – (926) >> https://twitter.com/MiuSarnseri/status/1264393031928537088
ต้นฉบับฟิกพาร์ทสอง เธรด (927) เป็นต้นไป >> Pending
Summary: เรื่องราวการกลับมาพบกันของอาจารย์จองกึมจา และทนายยุนฮีแจ ลูกศิษย์ของเธอ ..
We do not own HYENA and any of characters.
ALL CONTENT / สารบัญ

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่แฟนฟิก HYENA (2020) มิติใหม่นะคะ คราวนี้เป็นเหตการณ์ในโลกคู่ขนาน (?) ที่ทนายยุนฮีแจรับบทเป็นพระราชาพระองค์ใหม่ และทนายจองกึมจาของเรากลายเป็นว่าที่พระมเหสีค่ะ
แฟนฟิกเรื่องนี้แต่งโดยคุณเพลง (@Plengpoonyapa) และมิยู ในรูปแบบของการต่อเธรดทวิตเตอร์อันยุ่งเหยิงเหมือนเดิม ซึ่งคราวนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากโฆษณาของ Burger King ที่คุณจูจีฮุนเป็นพรีเซนเตอร์ (ถ้าขอความเชื่อมโยง ก็คือไม่มีค่ะ5555) ซึ่งถึงแม้จะใส่ชุดเหมือนองค์ชายชาง แต่บุคลิกท่าทางดันไปเหมือนกับทนายยุนฮีแจซะมากกว่า ก็เลยกลายเป็น องค์ราชายุนฮีแจไปนะคะ
ภาพปกแบบเต็ม ๆ ฝีมือน้อง @Alicha_Thiemsri สวยละมุนมากกก

ต้นฉบับพาร์ท 1 >>
ต้นฉบับพาร์ท 2 >>
ต้นฉบับพาร์ท 4 >>
Summary: เรื่องราวขององค์ราชายุนฮีแจ พระราชาผู้เพิ่งได้ขึ้นครอบบัลลังก์หลังจากถูกตราหน้าเป็นกบฏมาเนิ่นนาน และท่านหญิงจองกึมจา ผู้กำลังจะโดนจับเป็นพระมเหสีในเร็ว ๆ นี้ …
I do not own HYENA and any of characters.
Content
Page 1|Page 2|Page 3|Page 4|Page 5|Page 6|Page 7|Page 8|Page 9|Page 10|Page 11|Page 12|Page 13|Page 14|Page 15|Page 16|Page 17|Page 18|Page 19|Page 20|Page 21|Page 22|Page 23|Page 24|Page 25|Page 26|Page 27|Page 28|Page 29|Page 30|Page 31|Page 32|Page 33|Page 34|Page 35|Page 36|
“ว่าไงนะ” ยุนฮีแจหันขวับ ลืมวางตัวในฐานะฝ่าบาทเสียสนิท ชุดพิธีสมรสสวมได้เพียงครึ่งหนึ่ง
“ท่านหญิงจองหายตัวไปพะย่ะค่ะ” ขันทีกราบทูล ก้มตัวงก ๆ เมื่อตามหาว่าที่พระมเหสีที่ตำหนักไม่พบ
“สาวใช้บอกว่ายังเห็นอยู่ในห้องหนังสือ พอดูอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว”
ยุนฮีแจคว้าชุดเจ้าบ่าวสวมหมับ คาดเข็มขัดเองแบบไม่รอขันทีช่วยแต่งแล้ว เขารอวันนี้มาเป็นชาติ จะไม่ยอมรอเก้อแน่ พอแต่งตัวเสร็จก็ผลุนผลันออกจากห้อง มีสาวใช้และขันทีเดินตามเป็นขบวน สีหน้าทุกคนร้อนรนไม่แพ้ผู้เป็นนาย
“หายไปไหนนะ” เขาพึมพำ
ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนก่อนดี แต่ในใจลึก ๆ เดาว่าไม่น่าจะอยู่ในเขตวังแล้วเป็นแน่ ตั้งแต่แต่งตั้งเป็นท่านหญิงเพื่อเตรียมเข้ารับตำแหน่งพระมเหสี ทั้งขุนนางและฝ่ายในต่างคัดค้าน ด้วยเห็นเธอเป็นเพียงสามัญชน ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่โต อาศัยเพียงความเจ้าเล่ห์ และปัญญาเฉียบแหลมมาเอาชนะใจองค์รัชทายาทที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งพระราชาหมาด ๆ เป็นเช่นนี้จะทำให้ฐานอำนาจของฝ่าบาทมั่นคงได้อย่างไรกัน
แต่เขาน่ะเหรอจะสน หญิงที่กินดีอยู่ดี เดินเข้ามาหาตอนเขากินนอนอยู่ในวังหลวง เทียบกับหญิงที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มาตั้งแต่ตอนที่เขายังถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ อาบเหงื่อต่างน้ำผ่านร้อนหนาวมาด้วยกันจนเขามายืนอยู่ตรงจุดนี้ ยังมีใครหน้าไหนกล้ามาบอกอีกหรือว่าเธอไม่เหมาะสม จะเป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ต้องแต่งเธอเป็นมเหสีให้ได้
คอยดูเถอะ เธอนี่แหละ จะได้เป็นแม่ของแผ่นดิน
เดินมาพักใหญ่ กว่าจะถึงตำหนักเธอก็ทำเอาหอบแฮก
เขาให้เธอเลือกตำหนักเอง แล้วดูสิ เธอเลือกตำหนักที่อยู่ไกลที่สุด จรดเขตตะวันออกของวังไปแล้ว ถึงตำหนักนี้จะแวดล้อมด้วยทิวทัศน์งามตา มีน้ำตกพาดผ่าน และได้รับการบูรณะใหม่ แต่ก็นับว่าเล็กนักเมื่อเทียบกับตำแหน่งเจ้าของ
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง สาวเท้าก้าวเข้าตำหนักมุ่งไปยังห้องหนังสือ พอเปิดประตูเข้าไปก็พบความว่างเปล่าจริงนั่นแหละ เขาทำห้องนี้ขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ กระดานใหญ่ ชั้นหนังสือเรียงราย โต๊ะตัวยาว เบาะไหมนุ่ม ทุก ๆ ที่เขาเห็นภาพเธอชัดเจนไปหมด
พอดูในห้องหนังสือแล้วก็หันกลับตรงไปที่ห้องนอน เขาคุ้นชินเสียแล้ว แวะเวียนมาบ่อย ๆ แต่ก็นะ แวะมากี่ครั้งก็ยังไม่เคยสักที หากเขาไม่ได้เชื่อใจสตรีนางนี้อย่างหมดหัวใจ เห็นทีจะมองเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ยากจะเอาลง เพราะกลยุทธ์ล่อหลอกเธอนั้นเหลือร้ายเสียจริง
ในห้องมีเตียงนอนใหญ่อยู่ใจกลาง ผ้าคลุมเรียบสนิท ข้าง ๆ เตียงนี่สิที่ทำให้เขาใจหาย เมื่อเห็นชุดเจ้าสาวแขวนไว้บนคานไม้ บนโต๊ะข้าง ๆ มีเครื่องประดับวางเรียง เห็นแต่ชุดกับของ คนใส่ดันหายซะนี่ ชุดน่ะสั่งตัดกี่ครั้งก็ย่อมได้ แต่คนน่ะหายไปแล้วจะไปหาที่ไหนเจออีกแบบนี้
คิดได้ดังนั้นก็นึกกลัว ถ้าเขาไม่เจอเธออีกจริง ๆ จำทำยังไง
“ม้า!” ขันทีคนหนึ่งร้องตะโกนแล้ววิ่งเข้ามา “ม้าท่านหญิงหายไปพะย่ะค่ะ”
นั่นไง! ว่าแล้ว ไม่ได้อยู่ในวังหรอก
“ประตู!” ขันทีอีกคนวิ่งมา “ท่านหญิงออกประตูทางใต้ไป”
โอ๊ย ให้มันได้อย่างนี้สิจองกึมจา!
ไกลออกไปทางทิศใต้ของเมือง ชาวบ้านชาวช่องต่างมองหนุ่มน้อยแปลกหน้าตัวเล็กตัวน้อยสองคนไม่วางตา อันที่จริงคนที่เดินตามหลังก็พอวางตาได้อยู่ แต่คนที่เดินนำหน้านี่สิ หน้าสวยอย่างกับผู้หญิง
“ท่านหญิง” อีจีอึน หนุ่มน้อยคนหลังกระซิบเรียกนายหญิง ก็ไม่ใช่ว่าปกติไม่เคยทำอะไรแผลง ๆ แบบนี้กัน นายหญิงเธอเนี่ยชั้นครู เรื่องแผลง ๆ ขอให้บอก แม่จัดให้ แต่วันนี้มันดันไม่ใช่วันธรรมดา ๆ เนี่ยน่ะสิ ถ้าฝ่าบาทรู้เข้าว่าเธอติดสินบนคนเฝ้าประตูพาท่านหญิงหนีมา มีหวัง…ศพไม่สวยแน่
จองกึมจาหันขวับ ตาขวาง “คุณชาย ๆ”
จีอึนพยักหน้างงงัน เออออไปด้วย “อ๋อ คุณชาย ๆ”
ท่านหญิงจอง อ๋อ ไม่สิ คุณชายจองขยับหมวกปีกกว้างให้บังดวงหน้าคมของตนลงอีกนิดเมื่อเห็นว่าเป็นจุดสนใจเกินพอดี แล้วก็เดินทอดน่องต่อราวกับไม่มีอะไรให้น่าสงสัย
“ทะ…คุณชาย ๆ” จีอึนดึงแขนเสื้อ สีหน้าเหยเก “ทำแบบนี้จะดีเหรอเจ้าคะ ถ้าฝ่า…เอ้ย ถ้า…’คุณชาย’ยุนรู้เข้าต้องโกรธแน่ ๆ”
อีกฝ่ายน่ะเหรอ สีหน้ายังรื่นรมย์ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินมองดูข้าวของเรื่อยเปื่อยราวกับไม่ได้มีนัดสำคัญ
แบบ…นัดแต่งงาน
“คุณชายยย” จีอึนเซ้าซี้ จนสุดท้ายคนเดินนำก็ทนเป็นทองไม่รู้ร้อนต่อไปไม่ไหว
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่แต่ง บอกตั้งแต่ยุนยันขุนนาง ยันสนมจะทั้งวังหลังแล้ว ยังจะมาจัดงานอีก อยากจัดก็หาเจ้าสาวเองไม่เป็นรึไงกัน มีออกจะเต็มวัง” ปากพูดไปอย่างงั้น แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าสนมที่เพิ่งคัดเข้าแทบไม่เคยเห็นฝ่าบาทเต็มหน้าเต็มตาได้เกินครั้งสองครั้งเลย ผิดกับคนที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่เนี่ย กอดเขาก็ได้แล้ว จูบเขาก็เคยแล้ว เหลือเข้าหออย่างเดียวนี่แหละที่ยังไม่เคย คะแนนล้ำหน้าคนอื่นขนาดนี้ยังจะไม่ตกลงปลงใจอีก
“ท่าน…เอ้ย คุณชาย ว่าแต่ ทำไมถึงไม่อยากแต่ง ถ้าคุณชายแต่งไป แล้วเกิดมีองค์ชายน้อย ในอนาคตจะได้เป็นถึงพระพันปีเลยนะเจ้าคะ!”
เงียบ
คนพูดน่ะพูดไป คนฟังน่ะอยู่ฟังที่ไหน เดินตรงดิ่งเข้าร้านอาหารไปแล้ว ไม่ได้สนใจใยดีความคิดประเสริฐเลิศล้ำเลยสักนิด
“ท่านหญิง!”

แฟนฟิก HYENA (2020) เรื่องในคืนนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนะ เรื่องนี้ รวบรวมมาจากการต่อเธรดในทวิตกันขำ ๆ ของคุณเพลง (@Plengpoonyapa) กับมิยูเอง ซึ่งไปไงมาไงไม่รู้ กลายเป็นเรื่องเป็นราว เป็นฟิกขนาดกะทัดรัดเรื่องหนึ่งเลยค่ะ ?
ต้นฉบับ (เข้าไปอาจจะงงนิดนึงเพราะเธรดยุ่งขั้นสุด) >> https://twitter.com/Plengpoonyapa/status/1263418277243453440
Summary: เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากฉากที่ทนายจองเข้าไปหาทนายยุนในห้องทำงาน หากตอนนั้นทนายยุนไม่ได้กำลังเครียดจนเกินไป ?
I do not own HYENA and any of characters.
ฮีแจมองเธอ สีหน้าฉงน เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีแบบนั้น มือหนึ่งล้วงกระเป๋า มือหนึ่งถือปากกาจิ้มอยู่ที่ศีรษะ ตัวเล็กตัวน้อยใต้เสื้อผ้าหลวมโคร่งที่เธอชอบใส่ แล้วจู่ ๆ ก็ขยับป้ายชื่อบนโต๊ะเขาแล้วขึ้นนั่งเฉย
ตอนนั้นเธอพูดอะไรอยู่เขาแทบไม่ได้ฟัง ใครมันจะไปฟังทันเมื่อเจ้าตัวเล่นปลดเกราะ เผยมุมน่ารักสบาย ๆ มาเรียกยิ้มในใจเขาได้แบบนี้ คดีน่ะรอได้ ก็นิดหน่อยอะนะ แต่กึมจาของเขาในวันแบบนี้นี่สิ จะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ได้ยังไง
“เฮ้อ ก็นะ ถ้าคุณอยากจะให้ผมจัดการความรู้สึกตัวเองได้ คุณต้องลงจากโต๊ะผมก่อนเลย”
เขาส่งยิ้มยียวนกวนประสาท ไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้เธอจะจ้องกลับมาด้วยสายตาอันตราย แต่เธอคงต้องการความเห็นเขาจริง ๆ นั่นแหละ เพราะสักพักเธอก็ยิ้มตอบ
ยิ้มตาหยีแบบที่เธอชอบยิ้มเวลาจะบอกว่า ‘เดี๋ยวโดนแน่!’ แต่เขาไม่สนหรอกนะ เธอจะเอาเขาไปปล่อยบนกระเช้าอีกกี่ครั้ง เขาก็จะเดินเก็บเศษใจของเขากลับมาหาเธอจนเจอ
แล้วเธอก็ทำท่าจะลงจากโต๊ะจริง ๆ
ไม่ได้สิ ใครจะยอม “อ๊ะ เดี๋ยว ๆ” เขาจับข้อมือเธอไว้ “อย่าเพิ่งขยับ ผมเหมือนจะคิดอะไรได้แล้ว”
เหมือนเด็ก (ไม่) น้อยจะหลงกล ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้าง รอฟังคำตอบจากปากเขา
“อยู่นิ่ง ๆ นะ” ฮีแจเอ่ยต่อ ทำท่าจริงจัง เหมือนว่าถ้าเธอขยับแม้เพียงนิด ความคิดในหัวเขาจะแตกเป๊าะ แล้วหายไปทันที
พอเป็นเรื่องงานแล้วหลอกง่ายเสียจริง รู้แบบนี้มาทางนี้นานแล้ว
“ใช่ไหมหล่ะ?” กึมจาพยายามอยู่ให้นิ่งที่สุด เผื่อคนตรงหน้าจะได้ไม่ลืมสิ่งที่กำลังคิด แต่ก็ขยับไปหาเขานิดหน่อยด้วยความสนใจ ความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับคดีจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเอนเข้าไปใกล้อีกฝ่ายขนาดไหน “คุณก็คิดว่ามันต้องมีลับลมคมในบางอย่างเหมือนกันใช่ไหม?”
ผิดกับฮีแจที่มองใบหน้าเนียนห่างออกไปแค่คืบด้วยสายตาเป็นประกาย เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาลุกยืนขึ้น โน้มตัวเข้าหาเธออีก ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจ้องกลับมานิ่ง ฮีแจรู้สึกรักเวลานี้ที่สุด เวลาที่ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่เขาคนเดียว แค่นั้นก็ทำเอาเขาสั่นไหวในหัวใจไปหมดแล้ว
กึมจามัวแต่จดจ้องกับเขาจนลืมสังเกตด้วยซ้ำ เขายังไม่ได้ปล่อยมือที่เกาะกุมเธออยู่ออกเลย
“โอเค เราจะคุยเรื่องนี้ต่อก็ได้ แต่แปปนึงนะ” เขาเดินวนอ้อมโต๊ะทำงานมาหาเธอ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ปล่อยมือ ก่อนจะลากเธอออกมาจากตรงนั้น
พลันเหลือบไปเห็นข้างนอก จีอึนยืนอยู่หน้าห้องทำงานของกึมจาตรงข้ามกับห้องของเขา กำลังมองมาที่พวกเขาตาเป็นประกาย ฮีแจเอื้อมมือไปดึงให้ม่านบังตาปิดลงมาทันที ก่อนที่จะเลื่อนสายตากลับมามองเธอที่เอียงศีรษะมองเขา งุนงงกับการกระทำที่ดูไม่มีที่มาที่ไป และดูไม่เกี่ยวกับคดีสักนิดของเขา
“ปิดม่านทำไม” เธอถาม เริ่มตะขิดตะขวงใจ
“ก็ไม่มีสมาธิ” เขาตอบ ทำหน้าตาเคร่งเครียด
เธอหรี่ตาลง เริ่มพินิจพิเคราะห์ แล้วมองมาที่ข้อมือตัวเองที่ยังไม่ได้รับอิสระเสียที
“อ้า” ฮีแจรีบปล่อยมือแล้วลูบท้ายทอย แค่นหัวเราะเบา ๆ แบบคนลืมตัว
“ตกลงคุณคิดว่ายังไงกันแน่” เธอถอยมาพิงพนักเก้าอี้แทน กอดอกหลวม ๆ นิ้วควงปากกาเล่นไปมา
“มันก็..” เขาเดินตามมาใกล้ “น่าสงสัยจริง ๆ น่ะแหละ”
“ที่คุณบอก” เขาเริ่ม คิ้วขมวดลง แต่ในหัวไม่มีเรื่องคดีเลยสักนิด “ว่าตรวจพบยานอนหลับในเลือดฮาชานโฮกับซอจองฮวา ก็เป็นไปได้ว่าใครบางคนอาจเอาให้สองคนนั้นกิน”
ได้ผล ความสนใจของเธอกลับมาที่คำพูดของเขา มองข้ามการกระทำที่ปิดพิรุธไม่มิดของเขาไปหมดสิ้น
“ซึ่งใครคนนั้น…” เขาเดินเข้ามาใกล้อีก พอสบโอกาสก็ค่อย ๆ เท้ามือทั้งสองข้างลงบนพนักเก้าอี้ กว่าคนโดนหลอกจะรู้ตัว เธอก็อยู่กลางวงแขนเขาแล้ว จมูกจิ้มลิ้มนั้นห่างจากจมูกเป็นสันสูงของเขาเพียงนิด
“นี่!” เธอเริ่มโวยวาย แต่เขาจ้องกลับ ปั้นหน้าจริงจัง แล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างอ่อนโยนเพื่อให้เธอเงียบ แน่นอนว่าไม่ได้จ้วงเข้าปากเหมือนตอนที่เธอบอกให้เขาเงียบด้วยวิธีเดียวกันในห้องเก็บของ
“ชู่ววว” เขาทำปากขมุบขมิบเชิงว่า ‘เดี๋ยวเขาก็ลืมเรื่องที่จะพูดหรอก’ เธอมองกลับ สายตาบ่งบอกถึงความไม่ไว้ใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนมายิ้มหวาน หวานอย่างกับตอนที่เธอชอบยิ้มให้เขาเมื่อครั้งเป็นฮีซอน ทำเอาเขาหลุดเข้าภวังค์แบบถอนตัวไม่ขึ้น
“โอ๊ย!” รู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ความเจ็บแปลบแล่นจากนิ้วมาสู่สมอง เธอกัดนิ้วเขาแล้วอาศัยจังหวะตอนเขาตกใจพยายามหนี แต่หมาชิบะอย่างเธอจะไวกว่าหมาบ้านตัวใหญ่อย่างเขาแค่ไหนกันเชียว เขารีบวางมือกลับ คิดจะกักเธอไว้อีกครั้ง
แต่พอคนหนึ่งจะไป คนหนึ่งไม่ให้ไป เลยกลายเป็นว่าเธอชนเขาเข้าอย่างจัง เขารอวินาทีที่เธอเสียหลักแล้วจึงรวบตัวเธอมาไว้บนแผ่นอกได้พอดิบพอดี
“ยุนฮีแจ!”
เริ่มงอแงแล้วสินะ
แต่คนอย่างเขาสนใจที่ไหน คนตัวโตกว่าทำได้อย่างไรไม่รู้ พริบตาเดียวเธอก็โดนลากลงไปนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องกับเขา หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนั่งอยู่บนตักของเขา โดยมีวงแขนแกร่งล้อมรอบไว้อีกที
กึมจามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างออกไปแค่คืบเขม็ง “ยุนฮีแจ! ปล่อยฉัน!”
“ไม่เอาน่า ขอผมคิดเรื่องคดีแบบตั้งใจหน่อยสิ” น้ำเสียงของเขาทอดต่ำนุ่มนวลติดจะอ้อนอยู่หน่อย ๆ “นั่งแบบนี้ทำให้ความคิดผมพลุ่งพล่านเลย”
เธอตวัดสายตาใส่เขา คนอะไรฉวยโอกาสเก่งเหลือจะรับ แต่ครั้นจะไปต่อปากต่อคำกับเขาก็จะเสียเวลาเปล่า ๆ คดีนี้ยิ่งเคลียร์ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับพวกเขา และก็ดีกับพ่อของฮีแจด้วย “พูดมาสิ ถ้าฟังดูเข้าท่าฉันจะอยู่ตรงนี้ต่อก็ได้”
ไหน ๆ ก็จะต้องมารับฟังความเห็นเขา จะยอมให้นิด ๆ หน่อย ๆ เฉพาะครั้งนี้แล้วกัน งานจะได้เสร็จเร็ว เธอคิดแบบนั้น แม้ลึกลงไปข้างในจะนึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เธอไม่ได้รู้สึกอยากจะผลักไสอ้อมแขนนี้ออกไปแม้แต่น้อย กลับยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับตอนนี้ช่างใกล้เคียงกับคำว่าอบอุ่นด้วยซ้ำ
ฮีแจพยักหน้ารับคำ ท่าทางระริกระรี้จนเธอนึกหมั่นไส้ เขาพยายามจะหาอะไรมาพูดสักอย่าง ถึงแม้เรื่องคดีที่ว่าจะไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยก็ตามที
“คุณถามผมว่าไงนะตอนแรก?”
กึมจาถอนหายใจใส่เขา “ถามว่าคุณว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในอะไรมั้ย?”
“ผมว่ามีแน่”
กึมจาตาโตกับคำพูดของเขา “คุณว่าใคร?”
ฮีแจจ้องตากลมโตของเธอกลับ นึกตลกตัวเองที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคดีอยู่ในสมองเลย ยิ่งเธอกำลังอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่บนตักของเขา ในอ้อมกอดของเขา และใบหน้าเนียน ๆ ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
“เฮ้ออ ผมว่าตอนนี้ผมนี่แหละที่มีลับลมคมในที่สุด”

หลังจากที่แปลแฟนฟิก HYENA (2020) ไป 1 เรื่องยาว และ 2 เรื่องสั้น ๆ วันนี้มาต่ออีก 1 เรื่องยาว ๆ แล้วนะคะ 🙂
โดยแฟนฟิกเรื่องนี้ แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ เรื่อง Something Good Like Love ที่แต่งโดย คุณ Nothing Remains Unsaid (นักเขียนคนเดียวกับที่แต่งเรื่อง Something Stupid ที่ได้แปลไว้เป็นเรื่องแรก) เข้าไปอ่านกันต้นฉบับกันได้ที่ Tumblr ของผู้เขียนคนนี้ได้เลยนะคะ https://nothingremainsunsaid.tumblr.com/post/618003565783433216/something-good-like-love ภาษาสวยมาก แล้วเนื้อเรื่องก็น่ารักเหมือนเรื่องที่แล้วเลย (ได้รับอนุญาตแล้วจากเจ้าของต้นฉบับให้นำมาแปลได้ 🙂 )
ในแฟนฟิกเรื่องนี้ คุณนักเขียนเขาแบ่งไว้เป็น 14 พาร์ท สั้นบ้างยาวบ้าง เดี๋ยวจะแบ่งหน้าตามต้นฉบับไว้นะคะ
สรุปเรื่อง: เรื่องราวหลายเหตุกาณ์ทั้งเรื่องเล็กน้อย และเรื่องยิ่งใหญ่ ที่กึมจาและฮีแจผ่านมาด้วยกัน
I do not own HYENA and any of characters.
I.
มีลูกความรายใหม่เข้ามาที่สำนักงานของพวกเขาในเช้าวันนี้ ฮีแจกำลังนั่งฟังผ่าน ๆ ตอนที่ได้ยินว่าเป็นคดีเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว นั่นทำให้เขาเข้ามาแทรกทันที และบอกกับลูกความว่าจะเป็นคนทำคดีนี้ให้ แต่ลูกความคนนั้นต้องการให้กึมจาเป็นทนายของเธอ ซึ่งนั่นทำให้กึมจาไม่มีทางเลือกอื่น เธอมองเขาอยู่ชั่วอึดใจด้วยสายตาที่แปลได้ว่า “มันโอเคน่า ฉันทำคดีนี้เอง”
เขาดูท่าทางไม่ค่อยมีความสุข และดูไม่พอใจหน่อย ๆ แต่ก็ยอมกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เมื่อกึมจาให้คำปรึกษาคดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งพิงเอนหลังลงไปที่เก้าอี้ และหลับตาลง รู้สึกได้ว่ามือเขาวางอยู่บนไหล่ของเธอ บีบนวดให้อย่างเบามือ
“ฉันโอเค” เธอกระซิบกับเขา ก่อนที่จะลืมตาขึ้น และยิ้มให้เขา เขายิ้มบาง ๆ ตอบกลับมาที่เธอ แต่ในดวงตายังเข้มข้นด้วยความกังวล
จนถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าคดีบางคดีทำให้เธออึดอัดใจได้อย่างไรบ้าง ถึงเธอจะไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ แต่เขารู้ดี เขาเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดเซียวขนาดไหนเมื่อพิจารณาแฟ้มคดีพวกนั้น โดยเฉพาะพวกที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมทำร้ายร่างกาย เขาเห็นเธอขมวดคิ้วมุ่น เห็นเธอหรี่ตามอง ราวกลับกำลังอดกลั้นความโกรธ และบางครั้งก็เพื่อหลบซ่อนความเศร้าหดหู่
“ให้ผมดูดคีนั้นเองเถอะ”
“ทำไมเล่า?”
“คุณก็รู้ว่าทำไม”
“เรื่องแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า”
เขาแค่มองตรงมาที่เธอ แล้วก็ถอนหายใจ พวกเขามีความสุขกับความสำเร็จของสำนักงานกฎหมายก็จริง พวกเขามีลูกความจำนวนมากที่พร้อมจะจ่ายค่าทนายมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อพวกเขากลายมาเป็นที่หนึ่งในวงการกฎหมายแทนซงแอนด์คิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แค่รายได้จากคดีอิสซูมอย่างเดียวก็มากพอที่จะคืนทุนในการดำเนินคดีทั้งหมดของพวกเขา และถึงขนาดว่าพอที่จะซื้อตึกที่กึมจาอยากได้ภายในไม่กี่เดือนหลังจากนั้น
แต่เขาก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้เป็นห่วงเธอเวลาเธอต้องรับคดีพวกนั้นไม่ได้ ได้แต่คิดว่าบางทีเธออาจจะโยนมันไปให้ทนายคิม หรือทนายบู หรือให้เขาทำแทนบ้าง แต่คนอย่างกึมจาไม่เคยคิดหนีจากการเผชิญหน้าสถานการณ์ยาก ๆ แบบนั้นอยู่แล้ว บางทีเขาก็รู้สึกว่าความกล้าหาญของเธอช่างน่าสะพรึง
หลายชั่วโมงถัดมา มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามา ลูกความและลูกของเธอสุดท้ายก็ต้องไปจบลงที่โรงพยาบาล และพวกเขาจะต้องเลื่อนวันรับพิจารณาคดีที่จะฟ้องร้องสามีของลูกความที่ศาลออกไปอีก
อาการปวดศีรษะของกึมจาแย่ลงหลังจากได้รู้ข่าวนั้น ไม่นานเธอก็ตัดสินใจบอกฮีแจว่าเธอจะล่วงหน้ากลับบ้านไปพักผ่อนก่อน เขาพยักหน้ารับ และถามเธอว่าต้องให้เขารับรถไปส่งหรือไม่ พวกเขาจอดรถไว้ที่นี่คนละคัน ฉะนั้นถ้าใครสักคนจะต้องอยู่ทำงานต่อ หรือกลับก่อน จะได้มีรถขับ เธอส่ายหน้าปฏิเสธเขา เธอสามารถขับรถกลับเองได้สบาย
ก่อนที่เธอจะเดินออกจากประตูไป เขาก็เอียงศีรษะและจ้องมองเธอ มีความคาดหวังบางอย่างอยู่ในบรรยากาศรอบตัว เธอกลอกตาใส่เขา แล้วโน้มตัวข้ามโต๊ะทำงานมามอบจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มของเขา
ทนายคนอื่น ๆ ในสำนักกฎหมายชุงพยายามทำเป็นไม่เห็นการกระทำนั้น พวกเขาเคยชินกับทั้งการทะเลาะวิวาท และการแสดงความรักระหว่างกันในแบบของพวกเขาไปแล้ว บ่อยครั้งที่สองคนนั้นกำลังทุ่มเถียงกันเรื่องคดี แล้วนาทีถัดไปก็กลับมีรอยยิ้มในสายตาที่มองกัน
ตอนที่กึมจากลับถึงบ้าน อาการปวดศีรษะก็ยังคงเป็นอยู่แบบนั้น จนเธอตัดสินใจว่าจะต้องนอนพักสักหน่อย และก่อนที่เธอจะผลอยหลับไป ความคิดสุดท้ายที่มีก็คือ เธอหวังว่าเธอจะกลับมาหายดีเป็นปกติก่อนที่เขาจะกลับมาบ้าน

แฟนฟิกแปล HYENA เช่นเดิมนะคะ คราวนี้แปลมาจากเรื่อง Because You’re Still You นะคะ ซึ่งเป็นภาคต่อของฟิกเรื่อง All of Me (https://sarnseri.com/livingroom/series/fanfic-hyena-all-of-me/) นะคะ
ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก Tumblr ของคุณ Nothing Remains Unsaid ตาม link นี้เลยนะคะ >> https://nothingremainsunsaid.tumblr.com/post/617673343079940096/because-youre-still-you
ผู้เขียนยังคงเป็น Anonymous Writer เหมือนเดิม แต่ยังไงก็ขอขอบคุณผู้แต่งนิรนามที่เขียนเรื่องน่ารัก ๆ แบบนี้มาให้เราอ่านนะคะ 🙂
I do not own HYENA and any of characters.
กึมจานั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ของเธอ เหน็ดเหนื่อยกับการทำคดีฉ้อโกงติดต่อกันอยู่หลายชั่วโมง วันนี้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งเธอและฮีแจอยู่ที่บ้าน กำลังถกกันเรื่องานหลังจากที่จูโฮส่งหลักฐานชิ้นใหม่มาให้
เธอเหลือบมองทนายข้างตัว เขายังคงพิจารณารายละเอียดของคดีอยู่ พึมพำอะไรบางอย่างออกมาเรื่อย เธอรู้สึกทึ่งกับความสามารถของเขาในการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานได้หลายต่อหลายชั่วโมง โดยคงความตั้งใจและคิดได้เฉียบคมเหมือนตอนแรก ๆ ที่เริ่มทำคดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเติบโตในซงแอนด์คิมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นทนายหุ้นส่วนที่อายุน้อยที่สุดอย่างที่เห็น
เธอไม่เคยคิดจินตนาการเลยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะกลายมาเป็นแบบนี้ได้ จนกระทั่งตัดสินใจเดตกับเขาเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้จะรู้ว่าอาจมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย เธอคิดว่าไม่แปลกที่เขาจะตกหลุมรักฮีซอน เพราะเธอถอดแบบออกมาจากผู้หญิงแบบที่ฮีแจน่าจะวาดฝันไว้ และถ้าเธออ่านเขาได้ทะลุปุโปร่ง ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้นน่ะแหละ ฮีแจเป็นคนแบบที่ต้องการอะไรตามใจตัวเอง ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาหยิบมาล่อลวงฮีแจได้สำเร็จ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือเขายังคงมีความรู้สึกแบบนั้นให้กับเธออีก แม้ว่าความจริงจะถูกเปิดเผยไปหมดแล้ว แถมเขายังยอมรับความรู้สึกนั้นแบบซื่อตรงสุด ๆ อีกต่างหาก
ตอนแรกเธอคิดว่าสิ่งที่เขาทำคงเป็นแค่เยื่อใยที่หลงเหลืออยู่จากความสัมพันธ์เฉย ๆ เพราะเขาก็ไม่เคยมีใครที่ใกล้ชิดขนาดนั้น ซึ่งพอคิดแบบนั้นเธอก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเขามักจะมาปรากฏตัววนเวียนให้เธอเห็นหลังจากเลิกรากัน ดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีที่เขาใช้จัดการกับความผิดหวัง และเธอก็ทำได้แค่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้นไป นั่นคงเป็นสิ่งดีที่สุดแล้วที่เธอทำได้หลังจากทำสิ่งเลวร้ายกับเขา
เธอเคยคิดไว้ว่าเดี๋ยวเขาก็จะปล่อยเธอไป แล้วไม่ว่าอะไร ๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างกันก็คงจะค่อย ๆ เลือนรางหายไปตามกาลเวลา แต่พอโดนบังคับให้มาทำงานด้วยกัน เธอเริ่มรู้สึกว่า ท่ามกลางการจิกกัดทะเลาะเรื่องไร้สาระกันของพวกเขา ดูเหมือนฮีแจจะชอบโต้แย้งกับเธอ เพราะบางอย่างในตัวเขาคงมีความสุขกับมัน
ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ได้สังเกตถึงการกระทำที่เปลี่ยนแปลงทีละน้อยของเขา และสายตาที่แอบชำเลืองมองเธออยู่บ่อย ๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดมันออกมา เพราะจะพูดให้ได้อะไรหล่ะ? สักวันหนึ่งเขาก็ต้องมูฟออนจากเธอไปอยู่ดี
กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่แค่เขาไม่ไปไหน แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขากลับรู้ตัวด้วยว่าคิดอย่างไรกับเธอ และพอรู้ตัว เธอก็สามารถเห็นความหึงหวงของเขา ความเจ็บปวด ความกังวล และเห็นความรักของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตา อยู่ในทุกคำพูดและการกระทำของเขา ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร
พวกเขายังคงทะเลาะและจิกกัดกันไม่เลิก เธอรู้ว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาไปแล้ว และท่าทางจะเป็นแบบนั้นไปตลอด แต่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ ถ้อยคำของเขาแฝงไปด้วยความจริงจัง และเต็มตื้นด้วยอารมณ์มากกว่าเดิมมหาศาลจนเธอไม่สามารถทำเป็นมองไม่เห็นได้อีกต่อไป เขาไม่ได้เก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางอีกแล้ว และความซื่อตรงต่อความรู้สึกที่เปิดเผยออกมาทำเอาเธอพูดไม่ออกทุกครั้ง
เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรกับเขา เพราะเธอเองก็ไม่เคยมีใครมาเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นตอนแรเธอจึงทำตามสัญชาติญาณที่บอกให้ผลักเขาออกไปให้พ้นตัว ครั้งแรกที่เขาสารภาพความรู้สึกกับเธอ เธอออกปากไล่เขาอย่างโจ่งแจ้งด้วยซ้ำ บอกให้เขาอยู่ในที่ที่เคยอยู่ ทำในสิ่งที่เคยทำ แต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ สักคน และมีลูกซะ
ใช้ชีวิตแบบนั้นไปเถอะ รักษาศักดิ์ศรีต่อไป
ถ้อยคำของเธอเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของเขาอย่างชัดเจน เห็นได้จากคืนถัดมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวในห้องทำงานของเธออีกแล้ว พร้อมวิสกี้ในมือ และมาเสนอให้เธอหลอกใช้เขาอีก ซึ่งเธอเองไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอนั้นได้เลย เธอต้องการอะไรก็ตามที่ทำให้เพียงลืมเหตุการณ์ที่ตัวเองเผชิญหน้ากับพ่อ ซึ่งมันทิ้งความรู้สึกแย่ไว้กับเธอมากกว่าที่ควรจะเป็น และเหนืออื่นใด ก็เป็นเธอเองที่ไม่สามารถต้านทานความปรารถนาที่มีระหว่างกันได้เลย
ในขณะที่เธอพยายามทำเป็นว่าคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเธอเลย และตั้งแต่นั้นเธอก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป เธอไม่สามารถเฉยชากับเขาได้อย่างเมื่อก่อน และพบว่าการขีดเส้นกั้นไม่ให้เขาเข้ามานั้นยากเหลือเกิน มันไม่งายเลย โดยเฉพาะเมื่อเขาเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่รอบ ๆ และพยายามทลายกำแพงของเธอเข้ามาตลอดเวลา
(Talk: To be continued ..)