Categories
ชวนเที่ยว

เที่ยว “มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ” สโตนเฮนจ์เมืองไทย

     เชื่อว่าเมื่อมีคนพูดถึง การไปเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิ หลาย ๆ ท่านก็น่าจะนึกไม่ออก หรือใช้เวลานึกนานสักหน่อยกว่าจะคิดชื่อที่เที่ยวออกมาได้ เพราะชัยภูมิเป็นจังหวัดเล็ก ๆ (เมื่อเทียบกับจังหวันครราชสีมา หรือโคราชที่อยู่ติดกัน) และไม่ได้เป็นชุมทางที่จะได้ผ่านกันบ่อย ๆ เวลามีใครมาถามเจ้าของบทความว่า ถ้าได้ผ่านไปชัยภูมิ ไปเที่ยวไหนดี ก็จะต้องคิดนานสักหน่อยเหมือนกัน ครั้นจะแนะนำให้ไปเที่ยวห้าง ก็มีแต่โรบินสันในอำเภอเมือง ที่เป็นห้างใหญ่ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติดีกว่า

     เมื่อไม่นานมานี้ ช่วงต้นเดือนมีนาคม (อากาศร้อน และแดดสุด ๆ) เจ้าของบทความได้มีโอกาสเดินทางไปทำงานที่จังหวัดชัยภูมิ จึงแวะเอาที่เที่ยวที่ได้ไปมา มาแนะนำเผื่อมีคนสนใจแวะไปเที่ยวบ้าง ซึ่งคือ

“มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ”

 ที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สโตนเฮนจ์เมืองไทย

     มอหินขาว หรือที่มีชื่อเต็มๆว่า มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมินี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อาจจะพอได้ยินชื่อกันมาบ้าง เช่น จุดชมวิวภูแลนคา ผากล้วยไม้

     การเดินทางมาที่นี่ สามารถขับรถยนต์มาเองได้ เขาไม่ชันมาก ขับค่อนข้างสบาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 มาจากในตัวจังหวัดชัยภูมิได้เลย แล้วก็เข้าเส้นตาดโตน-ท่าหินโงม ขึ้นเขามาเรื่อยๆ มีป้ายบอกทางเป็นระยะ และสามารถใช้ google map นำทางได้ ไม่หลงค่ะ สำหรับใครที่กังวลกับการขับรถ ขอบอกว่าปัจจุบันนี้ถนนลาดยางหมดแล้ว ไม่ได้เป็นลูกรังเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ หายห่วงเรื่องความลำบากในการเดินทาง

     เจ้าของบทความไปถึงมอหินขาวประมาณสี่โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่แนะนำนะคะ เพราะแสงกำลังสวยเลย แล้วก็ไม่ร้อนมากเท่าไหร่ เดินเที่ยวถ่ายรูปไปซักพักจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเย็น แดดร่มลมตก นั่งรอดูพระอาทิตย์ตกดินได้ด้วยค่ะ

     มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมินี้ มีจุดเด่นคือ เป็นกลุ่มหินทรายขาวขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นเสาตั้งเรียงรายกันเป็นกลุ่ม ๆ โดดเด่นกลางลานกว้าง หินแต่ละก้อนสูงประมาณ 10-12 เมตร รูปร่างแปลกตา เพราะเหตุนี้จึงได้รับการเทียบเคียงกับสถานที่เที่ยวยอดฮิตของโลก ว่าเป็น “สโตนเฮนจ์เมืองไทย”

     เหล่าหินที่มีลักษณะแตกต่างกันนี้ แต่ละก้อน แต่ละกลุ่มก็มีชื่อเป็นของตัวเองด้วย มีทั้งชื่อที่ตั้งตามลักษณะของหินตามจินตนาการของผู้พบเห็น เช่น กลุ่มหินโขลงช้าง ที่ประกอบไปด้วยหินก้อนใหญ่หลายก้อน เปรียบเสมือนช้างตัวโต และมีหินก้อนเล็กๆ เหมือนกับลูกช้างในกลุ่มโขลงช้าง อันนี้เจ้าของบทความไม่ได้คิดเองนะคะ มีอยู่จริง ๆ มีภาพป้ายกลุ่มหินโขลงช้าง และกลุ่มหินที่ว่ามาให้ดูในภาพด้านล่างนี้ด้วย

     มีทั้งหินก้อนเล็กและก้อนใหญ่รวมกันอยู่เหมือนโขลงช้างค่ะ

     นอกจากหินที่ตั้งชื่อตามลักษณะหน้าตาแล้ว ยังมีเสาหินบางต้นที่ได้รับการตั้งชื่อตามความเชื่อด้วย เช่นเสาหินต้นนี้ ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า หินขุนศรีวิชัย โดยว่ากันว่า ถ้าได้ไหว้จะได้รับพรในการเอาชัยชนะมาสู่ตนค่ะ

     นอกจากกลุ่มหินต่าง ๆ แล้ว ใกล้ ๆ กันยังมีสถานที่น่าไปอีกที่หนึ่งด้วยนะคะ คือ จุดชมวิว ผาหัวนาค ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก ขับรถไปตามป้ายบอกทางประมาณ 2-3 นาทีก็ถึงค่ะ สามารถจอดรถที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ ๆ จุดชมวิวได้เลย

     จากบริเวณจุดชมวิวแห่งนี้ สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้เลย และยังมีมุมรั้วไม้สวย ๆ ให้ได้เก็บภาพสไตล์วินเทจกันไปอีกด้วย รวม ๆ กับต้นไม้แถว ๆ นั้นที่ใบกลายเป็นสีออกส้มในหน้าร้อนแล้ว บางมุมดูคล้าย ๆ กับมาเที่ยวต่างประเทศเลยค่ะ

     สำหรับมอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ มีที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเพียบเลย บรรยากาศก็ดี เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน และแวะถ่ายภาพเลยค่ะ แถมเดินทางไม่ยาก ไม่ได้ขึ้นเขาที่ชันมากอีกด้วย หวังว่าถ้าผู้อ่านได้มาที่จังหวัดชัยภูมิ จะแวะมาเที่ยวกันบ้างนะคะ 🙂

Travel Monster
SarnSeri's Columnost
Categories
ชวนเที่ยว แบบว่า..อยากเล่า

ทริปทางผ่าน แวะทานข้าวที่ “Airplane Park @ โคราช”

     จังหวัดนครราชสีมา หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า จังหวัดโคราช เป็นจังหวัดที่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน คงรู้จักกันดี เพราะนอกจากจะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูสู่ภาคอีสาน” อีกด้วย ซึ่่งฉายานี้ก็ได้มาจากการที่ถนนมิตรภาพซึ่งเป็นถนนหลวงสายอีสานตัดผ่านขึ้นมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั่นเอง

     เจ้าของบทความซึ่งได้เดินทางจากจังหวัดกรุงเทพฯไป-กลับจังหวัดขอนแก่นอยู่บ่อย ๆ จึงจะต้องผ่านจังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดโคราชแห่งนี้จนคุ้นเคย ปกติแล้วจะผ่านจังหวัดโคราชในช่วงเช้า แวะไหว้ย่าโมแล้วก็เดินทางต่อ แต่ในครั้งนี้ออกเดินทางสายไปหน่อย ทำให้มาถึงโคราชตอนเกือบเที่ยงพอดี เมื่อได้เวลาอาหารก็จะต้องหยุดแวะทานข้าวกันหน่อย เลยถือโอกาสพาเด็ก ๆ แวะเที่ยวระหว่างทางเสียหน่อย

     วันนี้เลยพามาที่ “Airplane Park Korat” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่มาไม่กี่ปี เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมานี้เอง

     สำหรับการเดินทางมาที่ Airplane Park Korat สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถยนต์ และมีที่จอดรถให้บริการ โดยที่เที่ยวแห่งนี้อยู่บนถนนตัดใหม่ ใกล้ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 3 (มีปัก location อยู่ใน google map เรียบร้อย)

     โดย Airplane park แห่งนี้ เป็นสวนขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 100 ไร่ ว่ากันว่าเดิมเคยเป็นไร่มันสำปะหลังมาก่อน ซึ่งไฮไลท์ของสถานที่แห่งนี้ คือ เครื่องบินขนาดใหญ่ที่จอดอยู่กลางลานกว้าง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดินดูใกล้ ๆ จะลองจับดูก็ยังได้ และเครื่องบินลำนี้ไม่ได้สร้างจำลองขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเครื่องบิน โบอิ้ง-747 ที่เคยใช้งานจริงที่สนามบินหนองเต็ง จังหวังโคราช เมื่อเลิกใช้งานแล้วจึงได้ย้ายมาไว้ที่นี่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเครื่องบินใกล้ ๆ แบบที่ไม่เคยมีโอกาสมาก่อน

(ต้องขอบอกว่าใกล้จริง ๆ ภาพถ่ายข้างล่างนี้ ถ่ายตอนยืนอยู่ใต้เครื่องบินเลยค่ะ)

     ปกติแล้วจะสามารถเข้าไปชมในตัวเครื่องบินได้ด้วย แต่ช่วงที่เจ้าของบทความไปเขาปิดปรับปรุงอยู่ค่ะ น่าเสียดาย ไว้ถ้ามีโอกาสคราวหน้าจะพาเด็ก ๆ ไปเล่นในตัวเครื่องบิน แล้วจะนำภาพมาให้ชมอีกทีนะคะ

     ถึงจะไม่ได้เข้าไปในตัวเครื่อง แต่ก็สามารถถ่ายภาพรอบตัวเครื่องบินได้ตามใจชอบเลย แถมนอกจากตัวเครื่องบินแล้ว ยังมีหลายจุดให้ได้แอ็คชันถ่ายภาพกันอีกด้วย โดยเฉพาะสายกล้องฟิล์ม เจ้าของบทความการันตีได้เลยว่าต้องถูกใจแน่นอน เพราะ บรรยากาศแปลกตา บางมุมตกแต่งสไตล์วินเทจ เข้ากับสไตล์ภาพจากกล้องฟิล์มมาก ๆ

     มีรถโดยสารข้ามจังหวัดแบบดั้งเดิม สีครีม-แดง ให้ไปโหนถ่ายภาพกันตามสะดวกได้เลย (แต่ขึ้นหรือเข้าไปข้างในไม่ได้นะคะ โหนได้แค่ที่ประตู)

     หลังจากถ่ายภาพกันจนหนำใจแล้ว ก็มาถึงอีกจุดประสงค์ของการแวะครั้งนี้ ก็คือแวะทานข้าวเที่ยงก่อนที่จะเดินทางต่อนั่นเอง โดยใน Airplane park แห่งนี้ก็มีร้านอาหารสไตล์ Cafe ให้บริการค่ะ ชื่อร้านว่า Take off Cafe ตั้งอยู่ในลานกว้าง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเครื่องบินค่ะ มองออกมาจากร้านสามารถเห็นเครื่องบินได้ชัดเจน ทานไปมองไปได้ ระดับ Airplane view เลยค่ะ (ภาพด้านล่างถ่ายออกมาจากคาเฟ่ ใกล้ชิดเครื่องบินไปอีก)

     สำหรับเมนูอาหารก็มีหลากหลาย ทั้งอาหารไทย ตามสั่งทั้งเป็นแบบราดข้าวและเป็นกับข้าว อาหารอีสานจำพวกส้มตำ ไก่ย่าง หรืออาหารสไตล์ฝรั่งก็มี เมนูกาแฟ-น้ำปั่นก็มีให้บริการ ครบในคาเฟ่เดียว

     ได้ลองรับประทานแล้ว อาหารอร่อยทุกประเภท แต่ที่เจ้าของบทความแนะนำเป็นพิเศษคือ เมนูผัดหมี่โคราช ซึ่งเป็นผัดหมี่สูตรเฉพาะของจังหวัดนี้ค่ะ รสชาติกลมกล่อม และไม่เผ็ด เด็ก ๆ ชอบทานกันมาก

     สำหรับใครที่เดินทางสายอีสาน ได้ผ่านมาที่จังหวัดโคราช ก็อย่าลืมแวะมาทานอาหารและแวะถ่ายภาพสวย ๆ กันที่ Airplane park Korat แห่งนี้นะคะ เขาเปิดบริการทุกวัน วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00-20.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-22.00 น. ค่ะ 🙂