.

.

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 ปี 2560 ข้อที่ 11.


ข้อที่ 11.


ถ้าผสมสารละลาย A กับสารละลาย B จะเกิดแก๊สขึ้น นักเรียนคนหนึ่งนำสาร B ปริมาณ 5  10  และ 15 กรัม บรรจุในลูกโป่งยางชนิดเดียวกันและขนาดเท่ากัน 3 ใบ จากนั้นนำลูกโป่งแต่ละใบไปสวมปิดที่ปากขวดแก้วแบบเดียวกัน ซึ่งภายในบรรจุสารละลาย A ปริมาณเท่ากัน ดังรูป



จากนั้น ยกปลายลูกโป่งขึ้นในแนวดิ่ง เขย่าสาร B ลงไปในขวดให้หมด สักครู่พบว่า ลูกโป่งขยายใหญ่ขึ้น

ข้อใดคือจุดประสงค์ของการทดลองนี้

1. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการเกิดแก๊ส

2. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อความยืดหยุ่นของลูกโป่ง

3. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการขยายตัวและหดตัวของแก๊ส

4. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการขยายตัวและหดตัวของลูกโป่ง 


วิธีการทำข้อสอบที่ดีนั้น เราจะต้องอ่านโจทย์อย่างมีสติ ไม่ต้องเร่งความเร็วเต็มสปิดเกินไป แล้วจับประเด็นสำคัญให้ได้ว่าโจทย์ให้อะไรมาบ้าง

โดยเฉพาะถ้าเป็นโจทย์ที่เกี่ยวกับการทดลองนั้น เราจะต้องเน้นไปที่สิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละชุดของการทดลอง (นั่นก็คือตัวแปรต้น) และผลที่สังเกตได้จากการทดลองนั้น (ก็คือตัวแปรตาม) แค่นี้เราก็พอจะทราบได้แล้วล่ะครับว่าการทดลองนั้นๆ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการทดสอบสิ่งใด (หรืออาจพูดแบบเท่ๆว่า การทดลองนั้นๆ มีสมมติฐานว่าอะไร)


ซึ่งในที่นี้ โจทย์เปลี่ยนปริมาณสาร B ให้มีความแตกต่างกันในแต่ละขวดที่ทดลอง

และผลการทดลองก็คือลูกโป่งขยายขึ้น


มาถึงตรงนี้ น้องๆหนูๆ คงทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่าลูกโป่งขยายตัวได้เพราะอะไร?

ลองนึกถึงตอนที่เราเป่าลูกโป่งเล่นนะครับ ที่ลูกโป่งพองขายใหญ่ขึ้นก็เป็นเพราะเราเป่าลมจากปอดเราอัดเข้าไปในลูกโป่ง ถ้าเราอยากให้ลูกโป่งใหญ่มากๆ เราก็ต้องเป่าลมเข้าไปมากๆ

ซึ่งแสดงว่าปริมาณลม(แก๊ส) ที่เราเติมเข้าไปทำให้ลูกโป่งขบายพองขึ้นใช่ไหมครับ 


ซึ่งแน่นอนเลยนะครับว่าลูกโป่งในการทดลองนี้ จะขยายใหญ่จากผลของแกีสที่เกิดจากการทดลอง

และต้องขยายใหญ่ขึ้นไม่เท่ากันอย่างแน่ๆเลย เพราะเราใส่ปริมาณสาร B ในแต่ละขวดไม่เท่ากัน ว่าไหมครับ?


เมื่อเราคิดเบื้องต้นได้อย่างนี้แล้ว เราก็มาดูคำตอบในแต่ละตัวเลือกกันว่าคำตอบข้อใดน่าจะถูกต้องบ้าง โดยโจทย์ถามว่า "ข้อใดคือจุดประสงค์ของการทดลองนี้" นะครับ


ตัวเลือกคำตอบข้อที่ 1. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการเกิดแก๊ส

ตัวเลือกคำตอบนี้น่าสนใจนะครับ เพราะในการทดลองนั้นมีการเปลี่ยนปริมาณสาร B

และการเอาลูกโป่งมาใช้ในการทดลองนั้นก็เพื่อเป็นตัวกักเก็บแก๊สที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าชุดการทดลองไหนมีปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้นมากก็สามารถสังเกตได้จากขนาดของลูกโป่งที่ขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าชาวบ้านนั่นเอง

ดังนั้น ตัวเลือกของคำตอบนี้น่าสนใจมากเลยครับ เราก็กาเอาไว้ในใจไว้ก่อนว่าถ้าไม่มีคำตอบข้อไหนที่ถูกกว่านี้อีก เราก็จะเลือกข้อนี้ล่ะครับ


ตัวเลือกคำตอบข้อที่ 2. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อความยืดหยุ่นของลูกโป่ง

ถ้าเราจะศึกษาความยืดหยุ่นของลูกโป่ง นั่นต้องหมายถึงว่าเราจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงชนิดของลูกโป่ง เพื่อดูว่าลูกไหนจะขยายดีกว่าลูกไหนโดยคงที่ปริมาณแก๊สที่ใส่เข้าไปให้คงที่ ซึ่งก็คือจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณสาร A และ B 

แต่ในโจทย์การทดลองข้อนี้ มีการเปลี่ยนปริมาณสาร B และควบคุมลูกโป่งให้มียางชนิดเดียวกันและขนาดเท่ากัน ดังนั้นถ้าจะศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อความยืดหยุ่นของลูกโป่ง การทดลองต้องไม่ใช่แบบนี้นะครับ คำตอบข้อนี้จึงผิดครับพี่น้อง


ตัวเลือกคำตอบข้อที่ 3. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการขยายตัวและหดตัวของแก๊ส

แก๊สจะหดตัวหรือขยายตัวนั้น จะมีเงื่อนไขที่สำคัญคือการให้อุณหภูมิต่อแก๊สนั้นไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งหากเราอยากดูว่าเมื่อแก๊สได้รับความร้อนจะขยายตัวและหดตัวเมื่อได้รับความเย็นจริงหรือไม่ เราก็อาจเอาลูกโป่งไปสวมปิดปากขวดแล้วนำไปแช่น้ำในถังที่มีน้ำร้อนจัด แล้วอาจเอาไปแช่ในถังน้ำแข็ง เราก็จะเห็นลูกโป่งขายตัวและหดตัวครับ ซึ่งการทดลองการขยายตัวและการหดตัวของแก๊สนั้น จะต้องควบคุมปริมาณแก๊สในชุดการทดลองแต่ละชุดให้เท่าๆกันนะครับ

แต่โจทย์ข้อนี้บอกว่าสาร B กับสาร A เมื่อทำปฏิกิริยากันแล้วจะเกิดแก๊สขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการศึกษาปริมาณของแก๊สที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณสาร B

ไม่ได้มีสว่นตรงไหนเลยที่พูดถึงการขายตัวและการหดตัวของแก๊ส คำตอบข้อนี้จึงผิดอย่างแน่นอนเลยครับ


ตัวเลือกคำตอบข้อที่ 4. ศึกษาผลของปริมาณของสาร B ต่อการขยายตัวและหดตัวของลูกโป่ง 

คำตอบข้อนี้ ก็เหมือนกับคำตอบข้อ 3 เลยใช่ไหมครับ

ดังนั้นเมื่อข้อ 3 ผิด ข้อนี้ก็จะต้องผิดเหมือนกันครับ


ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องที่สุดก็คือคำตอบข้อที่ 1. นะครับ



(ทีนี้เราก็ไปทำโจทย์ข้อถัดไปกันดีกว่า...)

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช