Categories
HYENA Hyena-Fanfic

[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ

“มเหสีจอง!” เสียงเรียกของอีจีอึนดังแทรกความคิดนั้นเข้ามา ใบหน้าเล็กของเธอโผล่เข้ามาทางประตูห้องหนังสือดูแตกตื่นกว่าปกติ “เสนาธิการซงพิลจุงต้องการพบมเหสี”

จองกึมจาเลิกคิ้วสงสัย แค่ส่งสารขอประวิงเวลาคงไม่พอสำหรับคนอย่างซงพิลจุงสินะ

“เขาอยู่ข้างนอกนั่น กับสนมซงด้วย”

ซงพิลจุงขอเข้าเฝ้าเธอน่ะหรือ

จองกึมจาดึงตัวเองออกมาจากเรื่องน่ายินดีที่เพิ่งรับรู้เมื่อครู่ กระแสความคิดในหัวแล่นแตกแขนงความเป็นไปได้มากมาย ทะลวงความเหนื่อยล้าที่มีไปหาคำตอบ เขาจะปล่อยให้เธอได้พักสักนิดไม่ได้เลยจริง ๆ สินะ

เธอมองจีอึน กัดริมฝีปากล่างน้อย ๆ ใช้ความคิด

“หม่อมฉันยังไม่ให้เข้ามา เพราะเกรงเรื่องฝ่าบาท…” จีอึนกล่าวต่อ เธอก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รับรู้แผนการในครั้งนี้ด้วย แน่สิจะไม่รู้ได้อย่างไร เธอต้องคอยส่งพิราบสื่อสารให้ฝ่าบาททุกวัน คอยรายงานว่าพระมเหสียังอยู่ดี

กึมจาพยักหน้าน้อย ๆ ลอบถอนหายใจเบา ๆ แล้วจึงเอ่ยขึ้น

“จีอึน หาองครักษ์คนหนึ่งให้มาเดินไปมาอยู่ในห้องหนังสือ ให้แม่ทัพสองนายคุกเข่ารอเข้าเฝ้าอยู่หน้าห้อง ปิดประตูห้องหนังสือเสีย จากนั้นค่อยพาซงพิลจุงกับซงจองฮวาเข้ามา ให้เดินผ่านห้องหนังสือ แต่อย่าให้ใกล้เกินไปนัก พาพวกเขาไปที่ลานโบตั๋น ข้าจะรออยู่ที่นั่น”

จีอึนพยักหน้ารับคำสั่ง

“ทำตามนี้ อย่าให้พลาดแม้ขั้นเดียว” จีอึนโน้มตัวทำความเคารพ แล้วจากไป

จองกึมจาจึงรีบลุกขึ้น เตรียมจะไปรอรับการมาถึงของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ลานโบตั๋นกลางตำหนัก

แต่คงลุกเร็วไปนิด ขึ้นมายืนได้โลกก็ดำมืดและหมุนเคว้ง จนเธอต้องรีบเกาะชั้นหนังสือไว้ไม่ให้หงายหลังไปเสียก่อน อีกมือเลื่อนไปที่ท้องอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ หลับตาลงตั้งหลัก พอได้สักพักก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ลืมตาดูโลกที่กลับมาเป็นปกติ

“เด็กดีของแม่” แตะท้องเบา ๆ รู้สึกยังไม่คุ้นปากกับสถานะใหม่นี้ แต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับฮีแจกลับมาอยู่ใกล้ ๆ เธอ ก็ใช่สิ เลือดของเขาครึ่งหนึ่งไหลเวียนอยู่ในท้องเธออยู่ไม่ใช่หรือ

“อย่าซน ช่วยพ่อกับแม่ด้วย”

ทำไมจึงเป็นลานโบตั๋นน่ะหรือ

หนึ่งคือลานนี้อยู่ด้านในของเรือน จะไปถึงได้ต้องผ่านทางเดินหน้าห้องหนังสือ ที่เธอให้จีอึนเตรียมไว้ ก็เพื่อทำให้ดูเหมือนฝ่าบาททรงงานอยู่ในนั้น

สองคือเธอต้องการพลัง พลังใจจากเขา

ก่อนเขาจะจากไปในวันนั้น ยุนฮีแจสั่งคนให้หาต้นดอกโบตั๋นที่เธอชอบมาเป็นร้อย ๆ กระถาง และเขาก็เอาลงดินเองทั้งหมด รายล้อมศาลาใหญ่ที่เธอชอบมานั่งอ่านหนังสือ ริมสระบัวนี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็นลานโบตั๋นแทน

เสียงฝีเท้าของคนสามคนดังเข้ามาใกล้

ฝีเท้าแรกจีอึนเป็นแน่แท้ ส่วนอีกสองเธอก็จำได้ แม้ฝีเท้าเบา ๆ สุดท้ายจะเพิ่งเคยได้ยินเพียงครั้งเดียวก็ตาม เธอเงยหน้าขึ้นจากตำราบนโต๊ะ มองผู้มาใหม่ที่ไม่แม้แต่จะทำความเคารพตามธรรมเนียม

คิดว่าไพ่ใบนี้ของท่าน เหนือกว่าทุกคนจริง ๆ สินะซงพิลจุง

จีอึนมองพระมเหสีน้อย ๆ เป็นเชิงขออยู่ด้วย

ครั้งที่แล้วเธอแทบคลั่งตอนนั่งรออยู่นอกห้อง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ครั้งนี้ฝ่าบาทมีรับสั่งไว้อย่างจริงจัง หากท่านเสนาขอเข้าเฝ้าพระมเหสี ให้เลี่ยงไว้หากเลี่ยงได้ แต่หากต้องเข้าเฝ้าจริง ๆ จะเป็นตายยังไงก็ต้องอยู่ข้างพระมเหสี

จีอึนติดตามพระมเหสีมานานตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่รู้จักฝ่าบาทก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัยของพระมเหสีจอง เธอขอไว้ใจฝ่าบาทมากกว่าตัวพระมเหสีเอง

กึมจามองตอบเพื่ออนุญาต ซงพิลจุงมองตาม แต่ก็ไม่ติดอะไรที่คนตรงหน้าให้สาวใช้คนสนิทอยู่ด้วย

“เกือบสัปดาห์แล้ว ข้าคงต้องทำหน้าที่เสนาบดีเสียหน่อย เตือนให้ท่านรู้ว่ายังมีชาวบ้านตาดำ ๆ รอการช่วยเหลืออยู่ที่ฮวางวอน”

“ข้ารู้” กึมจาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงฟังดูไม่ใส่ใจ

“อย่าบอกนะว่า…” ซงพิลจุงพูดต่อ “ท่านยังไม่ได้คุยกับฝ่าบาทเรื่องนี้”

เธอไม่ตอบ เพียงแต่จ้องกลับนิ่ง ๆ

“พระมเหสีจะเห็นแก่ตัวได้เพียงนี้เชียวหรือ” เขาว่า “เอาความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง เหยียบย่ำชีวิตของประชาชน นี่น่ะหรือ พระมเหสีผู้เป็นที่รัก”

อีจีอึนเม้มปากแน่น

ครั้งที่แล้วมาอย่าบอกนะว่าเป็นแบบนี้เหมือนกัน อย่าเรียกว่าไม่เห็นหัวเลย เรียกว่ามาตบหน้าพระมเหสีเธอถึงตำหนักเลยจะดีกว่า

“อ้อ ข้าลืมไป อย่างไรเสีย ก็ไม่ได้เป็นลูกสาวขุนน้ำขุนนางใหญ่โต หรือขัตติยวงศ์ตั้งแต่แรก ไหนเลยจะมีใจเป็นห่วงบ้านเมือง ไต่เต้ามาได้ถึงเพียงนี้ คงไม่ยอมลงง่าย ๆ หรอกกระมัง”

พอสิ้นคำบิดาก็ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะของผู้เป็นลูกสาวเบา ๆ อยู่ด้านหลัง กึมจายิ้มอ่อน ฟังจนเบื่อแล้วเรื่องกำพืดของเธอ

“แต่อย่างน้อยก็ควรเป็นห่วงฝ่าบาทไม่ใช่หรือ” เขาเอ่ยต่อ “หากบ้านเมืองสั่นคลอน เกิดสงครามเพราะชายแดนไม่สงบ ใครจะไปรู้…ถ้าไม่มีฝ่าบาท แล้วท่านจะเหลืออะไร”

ราวกับมีพายุถาโถมแววตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูสงบนิ่งเมื่อครู่ คลื่นความเกรี้ยวโกรธสาดซัด กล้าดียังไงพูดถึงการสวรรคต

“หรือข้าอาจมองผิดไป บางที…ท่านอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้” เขาลดเสียงลงเล็กน้อยก่อนจะว่าต่อ

“เป็นเรื่องถนัดของคนอย่างท่านอยู่แล้วนี่ เป็นสายให้กษัตริย์คนใหม่เสีย แล้วก็ใช้มารยาหลอกล่อตบแต่งเป็นมเหสีไปอีกสักครั้งก็ไม่เห็นจะเสียหาย ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่แค่กษัตริย์คนเดียว จริงมั้ย”

มือบางบนตักกำกระโปรงแน่นเสียจนเส้นเลือดขึ้นสีเด่นชัด จองกึมจาบอกตัวเองในใจว่าเขากำลังเล่นสงครามประสาท อย่าไปเล่นตามเขา ส่วนจีอึนน่ะเหรอ พร้อมกระโดดเข้าใส่คนพูดมานานแล้ว ติดแค่ตรงไม่อยากทำอะไรที่พระมเหสียังไม่ได้สั่ง

“ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะถือว่านี่คือคำตอบของท่าน” ซงพิลจุงหยุดไปนิดหนึ่ง สรรหาคำดี ๆ ขึ้นมาได้จึงพูดต่อ

“จะมาว่าข้าไม่ได้นะ หากเลือดของหญิงหม้ายและเด็กน้อยไม่รู้ประสีประสาเปื้อนมือท่าน…อ้อ เลือดของฝ่าบาทก็อาจจะตามมาด้วย”

“ซงพิลจุง!”

เสียงที่เคยหวานแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกรงกลัว เธอพยายามข่มอารมณ์ จะด่าว่าเธอยังไงก็ได้ แต่อย่าลามไปถึงความปลอดภัยของฮีแจ อย่าได้บังอาจเด็ดขาด

ซงพิลจุงยิ้ม ไม่สะทกสะท้านใด ๆ ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ เตรียมตัวจะจากไปเมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว

“กอดฝ่าบาทไว้ให้แน่น ๆ นะพะย่ะค่ะ” เขาแสร้งทำพูดสุภาพ “บุตรสาวข้ายังสาว เป็นเพียงสนมชั้นน้อย อย่างไรก็ยังไม่มีตำหนิ จะแต่งออกอีกสักครั้งก็ใช่ยาก แต่ท่าน…” สายตาของเขามองไล่ไปบนเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจดเท้า “…คงต้องนอนทอดกายให้หลายคนสักหน่อยกว่าจะเจอคนที่หลงกลท่านอีก”

เขายิ้มส่งท้ายอย่างมีเลศนัย “ข้าจะเอาช่วยให้สะพานเสร็จทัน ท่านจะได้ไม่ต้องลำบาก” จากนั้นก็เรียกลูกสาวให้ลุกขึ้น แต่ซงจองฮวาไม่ได้ลุกตามผู้เป็นพ่อไป เธอเขยิบเข้าไปใกล้พระมเหสีจนจีอึนต้องวิ่งเข้าไปบังพระมเหสีไว้ หญิงสาววัยแรกรุ่นหัวเราะเสียงหวานใสดุจระฆัง

“อย่าตกใจเลยเพคะ” เธอพูด แม้จะไม่เห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าคมของคนตรงหน้าเลยสักนิดก็ตาม “ครั้งที่แล้วหม่อมฉันทำถ้วยชาแตก ยังไม่ทันได้ขอพระราชทานอภัย มาครั้งนี้…”

มือขาวเรียวเอื้อมหยิบกาน้ำชาจากเตาถ่านเล็ก ๆ ข้างโต๊ะ ขึ้นมา แล้วโดยไม่คาดคิด ก็เทชาร้อน ๆ ราดลงบนตำราที่กางอยู่บนโต๊ะ ไหลหยดลงมาเลอะมือและกระโปรงของพระมเหสี

“พระสนม!”

อีจีอึนเสียงแข็ง พยายามดึงพระมเหสีหลบ แต่คนในอ้อมกอดเธอกลับนั่งนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน ซงจองฮวายิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนค้ำหัวคนตรงหน้า และเขวี้ยงกาน้ำชาลงบนพื้นข้าง ๆ อย่างแรง เศษกระเบื้องกระเด็นทั่วกระโปรงคนนั่งอยู่ ชิ้นหนึ่งประเด็นไปบาดหลังมือพระมเหสีจนเลือดซิบ

“องครักษ์!”

อีจีอึนตะโกนเรียก แต่พอองครักษ์กลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามา สองพ่อลูกก็หมุนตัว เดินจากไป จีอึนรีบพยักเพยิดให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ไกล ๆ ตามประกบไปส่งออกนอกตำหนัก ดูให้แน่ใจว่าทั้งสองไม่ได้ก่อปัญหาใดอีก ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้า

“พระมเหสี” เรียกเบา ๆ พลางจับมือเรียวแดงที่กำแน่นเสียจนเลือดหยดออกมาจากแผล ดีที่ชาไม่ร้อนมากนักจนถึงกับลวก เพราะเพิ่งตั้งเตาไม่นาน จีอึนหันไปสั่งสาวใช้อีกคน “เตรียมเครื่องทำแผล!”

11 replies on “[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ”

hello, i already read your fanfic you really did a great job,i really enjoyed your fanfic, btw can i get the password for kingdom of hyena, thank you before

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *