Categories
HYENA Hyena-Fanfic

[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ

ลานประหาร…

ไม่ใช่ที่สำหรับคนท้องแน่นอน!

เธอดึงดันจะมาให้ได้ ทำเอาเขาหงุดหงิดชะมัด ไม่รู้ว่าทำไม แต่ตั้งแต่รู้ว่าเธอกำลังจะมีลูก ไม่สิ…ลูก ๆ เขาก็หงุดหงิดง่ายเสียเหลือเกิน อะไรนิดอะไรหน่อยก็อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทั้งอยากกินของจุบจิบอยู่ตลอดเวลา สรุปแล้ว เป็นเขาหรือเธอกันแน่นะที่อุ้มท้องอยู่

วันนี้อากาศเย็นลงมาก ทั้งยังครึ้มฟ้าฝน เขาไม่อยากให้เธอออกจากตำหนักเลย แต่เธอไม่ยอม ยืนกรานจะมาให้ได้

รู้แหละว่ามเหสีของเขาเป็นคนเช่นไร ใครกล้ามาหาเรื่อง ถ้าเธอคิดจะกัดตอบ

อย่าหวังว่าเธอจะปล่อยจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง เขาถึงได้กลัวนักหนาว่าถ้าสักวันคนที่เป็นอะไรไปคือคนกัดเสียเอง

เขาจะทำยังไง แต่ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ยังไม่เห็นเหยื่อไหนที่ไม่ตายคามือเธอสักคน ได้แผลก็ได้อยู่บ้าง แต่ฝ่ายแพ้น่ะเป็นฝ่ายถูกกัดเสมอ

พอห้ามไม่ได้ก็ได้แต่ห่อร่างเธอด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์จนเธอนั่งตัวกลมอยู่ข้าง ๆ เขาบนยกพื้นนี่ ลมหายใจอ่อน ๆ นั้นมีควันบาง ๆ พวยพุ่งออกมา ใบหน้าเล็กนั้นขาวแต่ไม่ซีดแล้ว แก้มสีชมพูระเรื่อเริ่มมีน้ำมีนวลมาบ้าง

เมื่อวานเขาเฝ้าขุนเธอทั้งวัน ไม่ให้เธอแตะต้องอะไรนอกจากของที่กินได้และมีประโยชน์ พอกินเสร็จก็จับเธอมากอดไว้ไม่ให้ลุกไปไหนทำอะไร ให้นอนอย่างเดียว ในอ้อมกอดเขาเธอไม่ฝันร้าย ค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง แต่เรื่องจับเธอกินยานี่สิ ยากยิ่งกว่าป้อนยาเด็กอีก

หรือบางทีอาจจะเหมือนกัน รอเขาได้ป้อนยาลูกก่อนจึงจะบอกได้ว่าป้อนใครยากกว่ากันกันแน่

ไม่นาน ทหารก็นำตัวนักโทษมาที่ลาน สภาพของซงพิลจุง แม้จะดูน่าอเนจอนาถอยู่ในชุดนักโทษสีขาว แต่เขาก็ดูสงบ ไม่มีความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกใด ๆ ราวกับเขาทำใจได้แล้วว่าวันนี้เป็นวันตาย

จองกึมจาเพียงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก้มลงจิบชาหอมในมือ เมื่อวานจีอึนลองผสมดอกโบตั๋นเข้ามาด้วย กลายเป็นชาหอมดอกโบตั๋นที่ทำให้เธอรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น และคลื่นไส้น้อยลง เธอจึงนั่งจิบแทบจะทั้งวัน

เมื่อซงพิลจุงเดินมาถึงกลางลาน ผู้คุมก็จับเขานั่งคุกเข่าลงหน้าตั่งไม้เล็ก ๆ ที่วางชามสีขาวไว้ใบหนึ่ง ในชามเป็นของเหลวสีดำน้ำตาลขุ่น อาวุธที่คนเบื้องหน้าจะใช้ประหารเขาในวันนี้ นับว่ามีเมตตาเสียจริง ที่ยังเลือกใช้ยาพิษ ไม่ได้ฟันคอริบเรือน

เขาจ้องมองใบหน้าสงบนิ่งที่ปิดความกรุ่นโกรธไว้ไม่มิดของฝ่าบาท และเคลื่อนไปมองพระมเหสีที่ประทับอยู่ข้าง ๆ เธอมองตอบ แล้วส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้ เห็นเธอกัดใครมาก็นักต่อนัก วันนี้มาโดนเสียเอง จึงได้รู้ว่าคนอย่างเธอเล่นแรงเพียงใด

รอข้าเดี๋ยว จองกึมจา รอข้าเดี๋ยว

พิธีเป็นไปอย่างเรียบง่าย หลังพระอาจารย์คิมชางอุคอ่านพระราชโองการเสร็จ ผู้คุมก็เดินเข้ามาใกล้นักโทษ กดดันให้รู้ว่าได้เวลาดื่มยาแล้ว แต่ซงพิลจุงกลับไม่ยกถ้วยขึ้น

“นักโทษ! ดื่ม!”

แล้วจู่ ๆ เขาก็หัวเราะ หัวเราะออกมาเสียเสียงดังทั่วลาน ทุกคนเงียบกริบ บางคนคิดไปว่าท่านเสนาคงสติวิปลาสไปแล้ว ต่อเมื่อหยุดหัวเราะ จึงมองมาที่องค์ราชา

“ฝ่าบาท” จองกึมจาเลิกคิ้วขึ้น เริ่มกัดริมฝีปากน้อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว “เกรงว่าฝ่าบาทคงต้องฉีกพระราชโองการนี้ทิ้งแล้วกระมัง”

“นักโทษ!” ผู้คุมเรียกเสียงแข็ง

ซงพิลจุงยิ้มเยาะ นึกย้อนไปถึงเมื่อคืนตอนแม่ทัพมาลอบเข้าเยี่ยม

แต่ท่านเสนา เพิ่งมีพระราชโองการออกมาไม่นานนี้ สั่งประหารท่านในวันพรุ่ง”

ป้ายอาญาสิทธิ์”

อะไรนะ” แม่ทัพมาถามขึ้น

ฝ่าบาทองค์ก่อนเคยพระราชทานป้ายอาญาสิทธิ์ให้จองกึมจา เมื่อครั้งที่นางทำความดีความชอบใหญ่หลวงเรื่องล้วงข่าวยุนฮีแจ ผู้ที่ถือป้ายนั้นจะได้รับการละเว้นโทษหนึ่งครั้งแม้แต่โทษประหาร” ท่านเสนารำลึกความหลัง

ข้าเป็นคนรับป้ายนั้นมา แต่ไม่ได้บอกใคร จวบจนวันที่ฝ่าบาทองค์ก่อนสิ้น ก็ไม่มีใครรู้ว่าป้ายนั้นเป็นของนาง”

ท่านจะ…”

ใช่ ถ้าไม่มีใครรู้ว่าป้ายนั้นเป็นของนาง ป้ายนั้นก็เป็นของข้า” เขาสรุปสั้น ๆ อย่างไม่ยี่หระ

“ยุนฮีแจหรือใครหน้าไหนก็ประหารข้าไม่ได้ ถ้ายังเห็นว่าตำแหน่งกษัตริย์มีความสำคัญอยู่”

หากเขากล้าขัดป้ายอาญาสิทธิ์…” ซงพิลจุงเอ่ยต่อ

เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่นั้น อาจเด่นชัด ประจักษ์แก่คนทุกคนว่าใครผิดใครถูก แต่หัวเมืองต่าง ๆ นอกเมืองหลวงหรือจะเข้าใจกระจ่างแจ้ง หากข่าวแพร่สะพัดไปว่าองค์ราชาไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมโบราณ ไม่คงไว้ซึ่งเกียรติและอำนาจของกษัตริย์องค์ก่อน ๆ ย่อมต้องมีความเคลือบแคลงสงสัยในสถานะสูงสุดของสถาบันกษัตริย์ และอาจถึงขั้นมีบางเมืองไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะตระกูลใหญ่ที่ครอบครองป้ายอาญาสิทธิ์เช่นกัน เท่ากับว่า หากยุนฮีแจขัดธรรมเนียม กล้าประหารข้าจริง เขาก็กำลังตัดสะบั้นสายสัมพันธ์กับเมืองมากมายใต้อำนาจ และกลุ่มตระกูลใหญ่อีกนับไม่ถ้วน บัลลังก์และบ้านเมืองจะเหลืออะไร”

แม่ทัพมาพยักหน้าเข้าใจ แต่ยังคงมีอีกหนึ่งคำถามคาใจ

หากท่านมีป้ายนี้อยู่แล้ว ไม่สู้บอกไปเสียเลยแต่แรกว่านางเคยเป็นไส้ศึก ถึงตอนนั้น แม้นางจะลากท่านลงมาเกลือกกลั้วด้วย ท่านก็ใช้ป้ายนี้เอาตัวรอดเสียก็สิ้นเรื่อง” ซงพิลจุงหัวเราะน้อย ๆ

จองกึมจา…ก็เหมือนเสือใหญ่ กว่าจะฆ่าให้ตายได้ ต้องใช้ธนูสักกี่ดอก ทั้งหนังและเขี้ยวเล็บจะสะบักสะบอมเกินกว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ ไม่สู้มัดไว้ แล้วถอดเล็บถอดเขี้ยวทีละน้อย ถลกหนังสด ๆ จนนางตายไปเอง เท่านี้ ไม่ต้องลงแรงทำอะไร ก็ได้ทั้งชีวิตได้ทั้งหนังของนางมาแล้วไม่ใช่หรือ”

ใช่ เมื่อแรกเขาหวังใจจะยืมมือของเธอดึงจองฮวาขึ้นเป็นสนมเอก แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เธอกำลังสร้างหุ่นกระบอกของเขาอยู่

หุ่นกระบอกที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว

“เรื่องนางเป็นไส้ศึก เมื่อคิดจะใช้ลูกของนางเป็นหุ่นกระบอก ก็ต้องทิ้งไพ่ใบนี้ไปเสีย จะทำให้หุ่นกระบอกทั้งสองของข้ามีตำหนิไม่ได้”

และป้ายอาญาสิทธิ์นี่แหละ คือไพ่ใบสุดท้ายที่จะยื้อชีวิตเขาไว้ ให้รอคอยวันที่เด็กสองคนนั้นจะลืมตาดูโลก ซงพิลจุงคิดพลางจ้องเขม็งไปที่พระครรภ์อ่อน

“ข้าขออัญเชิญป้ายอาญาสิทธิ์!” อดีตเสนาประกาศก้องกลางลานประหาร ต่อหน้าขุนนาง ผู้คุม และเจ้าแผ่นดินทั้งสอง

และราวกับตระเตรียมกันไว้พร้อมแล้ว แม่ทัพมาซอคกูเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฝ่าบาทและพระมเหสี ก่อนจะคุกเข่าลงทำความเคารพ และเปิดกล่องผ้าสีแดงเลือดในมือออก เผยให้เห็นป้ายอาญาสิทธิ์ที่ขัดเงาจนขึ้นประกายอยู่ในนั้น

“ฝ่าบาท” ซงพิลจุงเอ่ยเรียก “ป้ายนี้ไม่ได้มีไว้มอบอำนาจให้ข้า แต่เป็นคำสัญญาของฝ่าบาทองค์ก่อนว่าข้าจะได้รับการละเว้นโทษหนึ่งครั้ง แม้แต่โทษตาย”

ยุนฮีแจจ้องมองของในกล่อง คลายหมัดที่กำแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ออกช้า ๆ เขาหยิบป้ายนั้นขึ้นมาอ่านสลัก

จริงดังที่นักโทษประหารว่า ป้ายนี้ให้สิทธิ์ละเว้นโทษไว้ มองอย่างไรก็เป็นป้ายอาญาสิทธิ์ของจริง ทั้งตัวกล่อง ทั้งการแกะสลัก ทั้งตราประทับ

ซงพิลจุง ท่านนี่มัน…!

แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ยุนฮีแจคว้ากล่องผ้าหมับแล้วทุ่มลงกับพื้นพร้อมป้ายอาญาสิทธิ์ จนตัวป้ายกระเด็นหักเป็นสองท่อน ก่อนจะหันไปชักดาบออกจากฝักดาบขององครักษ์มูยองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วปรี่ลงลานไปหานักโทษด้วยตนเอง

ซงพิลจุงยิ้มรับ

เอาเลยยุนฮีแจ ดาบนี้ดื่มเลือดข้าเมื่อไหร่ มันก็จะดื่มเลือดท่านต่อในไม่ช้า

เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ เงื้อมมือขึ้นเมื่อมาถึงหน้าอดีตเสนาชั่ว ดวงตามืดหม่นมองไม่เห็นอะไรอีกนอกจากความตายของคนตรงหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วจนไม่มีใครทักท้วงทัน

แล้วเขาก็เหวี่ยงดาบลงเต็มแรง

แกร๊ง!

ไม่ใช่เสียงดาบตัดเนื้อ แต่เป็นเสียงดาบตัดดาบ สายตาที่เคยพร่ามัวเริ่มกลับมามองเห็นอีกครั้ง ร่างทั้งร่างของเขาหอบจนตัวโยนด้วยความโกรธเมื่อเห็นปลายดาบอีกเล่มที่เข้ามารับดาบของเขาไม่ให้สังหารนักโทษตรงหน้า

เขายกดาบขึ้นหวังจะประมือกับคนที่เข้ามาขวาง

แกร๊ง!

เขาลงดาบไปเต็มแรงด้วยคิดว่าคนรับเป็นแม่ทัพมาซอคกู แต่พอครั้งนี้ ได้มองหน้าเจ้าของดาบอีกฝั่ง ถึงกับต้องลดดาบลงปักพื้น ยันตัวเองไว้ไม่ให้ทรุดลง

เขาเกือบทำร้ายเธอ อีกแค่นิดเดียวเขาเกือบจะทำร้ายเธอเสียแล้ว ในช่วงเวลาคับขันที่ทุกคนอยู่ในความตื่นตระหนกเมื่อเห็นฝ่าบาทชักดาบและวิ่งตรงไปที่นักโทษ ไม่มีใครขยับตัว

ไม่มีใคร…ยกเว้นเธอ

เธอมองดูเขาสักพักแล้วตั้งแต่ทุ่มป้ายอาญาสิทธิ์ลงพื้น กลัวว่าเขาจะทำอะไรเกินเลยเพียงเพราะความโกรธแค้น แล้วก็จริงอย่างที่คิด พอเขาหันมาคว้าอาวุธ เธอก็หันไปคว้าดาบอีกเล่มมาจากนายทหารข้าง ๆ เช่นกัน ก่อนจะวิ่งรี่ตรงไปรับดาบของเขาไม่ให้มันบั่นคอซงพิลจุงหลุดจากบ่า

เธอรู้ว่ายุนฮีแจตกอยู่ใต้อำนาจของโทสะ แต่เขาจะปิดตา ไม่ยอมมองสิ่งที่จะตามมาไม่ได้ ป้ายนี้มีตระกูลใหญ่ถืออีกกี่ตระกูลทั่วแผ่นดิน หากเขาไม่เห็นความสำคัญ จะมีกี่เมืองที่พร้อมจัดทัพมุ่งตีเมืองหลวง ไหนจะเรื่องสถานะกษัตริย์อีก

จริงอยู่ที่กษัตริย์องค์ก่อนทรราชย์ แต่ตอนพระราชทานป้ายนี้อย่างไรเสียก็ยังเป็นกษัตริย์ หากไม่เห็นหัวเจ้าของตำแหน่งคนก่อน ใครจะมาเห็นหัวผู้สืบทอดตำแหน่ง

เธอส่ายหน้าให้เขา จ้องมองดวงตาเข้มของเขา สีหน้าของเธอหนักแน่น ว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาประหารชายตรงหน้า สบสายตากันอยู่พักหนึ่ง เขาจึงเบือนหน้าหนี กำดาบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เงื้อมดาบขึ้นอีกครั้ง เปล่งเสียงดังก้อง แล้วฟันเข้าเต็มแรง ฉึก

คมดาบตัดลงบนเสาไม้ เหนือศีรษะของซงพิลจุงไปเพียงนิด

“ทหาร!” ยุนฮีแจตะโกนก้อง ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหมดเรี่ยวแรง

“ปล่อยตัวนักโทษ”

แล้วเขาก็เดินออกไปจากลาน โดยไม่แม้แต่จะหันมองเธอ

11 replies on “[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ”

hello, i already read your fanfic you really did a great job,i really enjoyed your fanfic, btw can i get the password for kingdom of hyena, thank you before

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *