Categories
HYENA Hyena-Fanfic

[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ

พวกเขาเห็นพ่อลูกตระกูลซงอยู่หน้าตำหนักวังหลวงในขณะที่ยุนฮีแจกำลังคิดหาทางกลับมาหาเธอที่ตำหนักนี้โดยไม่ต้องรบกวนใครมากนัก ไม่อยากให้สายของซงพิลจุงรู้ด้วยว่าเขาความเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างไรบ้าง และไม่อยากให้เอิกเริกว่าเขาออกจากตำหนักกลางดึก

ส่วนมูยองก็ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา มีสีหน้าบอกบุญไม่รับที่ต้องมาเฝ้ากษัตริย์ของตัวเองทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ราวกับจะหนีออกจากตำหนักตัวเองก็ไม่ปาน

แล้วอยากไปหาพระมเหสีอะไรกลางดึกขนาดนี้ บอกให้ไปตั้งแต่ตอนกลางวันก็ไม่เชื่อ

นึกว่าตอนสาวใช้ตัวน้อยวิ่งหน้าตื่นมาเอาขวานจามสลักประตูจะทำให้ได้สติ แต่ไม่นานกลับเสด็จกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทรงงานเสียอย่างนั้น

แล้วตอนนี้ใช่เวลาไหมกระหม่อม มูยองคิดด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ เพื่อหานายทหารเวรยามมาสั่งการเสียหน่อยว่าพวกเขาจะออกไปจากที่นี่

แต่เขากลับเห็นแขกที่ไม่เคยได้รับเชิญที่หน้าตำหนัก คล้ายกำลังเจรจาอะไรสักอย่างกับองครักษ์ด่านหน้าสุดประตูใหญ่ มือของซงพิลจุงกำเงินไว้จำนวนหนึ่ง รับรู้ได้จากการมองว่าคงจะหวังติดสินบนให้เปิดประตู

ข้างหลังของซงพิลจุงคือบุตรสาวของเขา แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างอลังการเช่นเดียวกับที่เคยมาอันเชิญสาส์นปลอมคราวนั้น มูยองสะกิดให้ฝ่าบาทของเขาหันมามอง

ยุนฮีแจพิจารณาสถานการณ์ตรงหน้า คิดเช่นเดียวกับมูยองว่าสองพ่อลูกคงหวังได้เข้ามาข้างในเขตพระราชฐาน

เขาแทบอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ

ซงพิลจุงคิดว่าอย่างไรกันนะ แค่ได้ข่าวจากนายทหารว่าเขาแยกตำหนักกับจองกึมจาในคืนนี้ ก็จะส่งบุตรสาวเข้ามาแล้วหรือ คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เขาหันมองสตรีอื่นหรือไง

ไม่มีทางซะหรอก!

เขาอ้อมไปอีกทาง ลอบส่งสัญญาณให้นายทหารคนนั้นเห็น สั่งให้ปล่อยซงจองฮวาเข้าไปในเขตตำหนักพระราชวังได้ โดยมีมูยองยืนขมวดคิ้วอยู่ข้าง ๆ

“องค์ราชา หากมีใครรู้ เขาจะเอาไปพูดกันนะกระหม่อม”

เป็นหัวข้อสนทนาที่น่าสนใจเสียด้วย พระราชาและองค์ราชินีระหองระแหงกันจนถึงขั้นแยกตำหนักเพราะพระนางเข้ามาขวางในการสำเร็จโทษซงพิลจุง ในค่ำคืนนั้นเอง พระราชาได้ต้อนรับสนมซงจองฮวาเข้าเฝ้าในตำหนักส่วนพระองค์ คิดเป็นอื่นไม่ได้เลยจริง ๆ

นอกจากข่าวลือที่จะสั่นคลอนตำแหน่งราชินีแล้ว ยังทำให้ตีความได้ว่าองค์ราชา ‘โปรด’ สนมซงจองฮวาอีกด้วย หากเป็นเช่นนี้ เหล่าสนมชั้นสูงก็คงพร้อมจะหลีกทางให้ ด้วยรู้ดีว่านอกจากองค์ราชินีแล้ว ฝ่าบาทไม่เคยโปรดหรือเรียกให้ใครเข้ารับใช้มาก่อน แค่จะสนทนาด้วยยังยากด้วยซ้ำ

นี่สินะ จุดประสงค์การดึงดันส่งบุตรสาวเข้ามา ขอเพียงเข้าประตูหน้ามาได้ แล้วพรุ่งนี้แค่มีคนพบเห็นพระราชา และสนมซงออกมาจากตำหนักหลวงก็เพียงพอที่จะเกิดข่าวลือ

ยุนฮีแจยิ้มมุมปาก “เปิดให้แค่ประตูหน้านี่ ถ้าเข้าไปได้ก็ถือว่าบุกรุก จริงไหม?”

องครักษ์คิดตาม ปกติประตูหน้าเป็นด่านที่เข้าได้ยากที่สุดแล้วสำหรับที่นี่ แต่ข้างในก็ไม่ได้หละหลวม โดยเฉพาะเมื่อฝ่าบาทประทับอยู่ในตำหนักคืนนี้ด้วย

คงเป็นเหตุผลที่ซงพิลจุงเลือกส่งบุตรสาวแค่ที่หน้าประตู หากเป็นสตรีร่างเล็กอย่างนางก็ดูไม่มีพิษมีภัย ทั้งยังเป็นสนม ไม่รู้ฝ่าบาทเป็นฝ่ายเรียกหาด้วยหรือไม่ ก็คงไม่มีใครกล้าทำอะไรมาก อย่างมากก็แค่จับนางไว้ แล้วรอให้ฝ่าบาทมาพิจารณาเอาเองในตอนเช้า

แต่จะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม แค่ ‘อยู่ด้วยกันในตำหนักส่วนพระองค์’ ก็เพียงพอแล้ว

นับว่าน้อยนิดหากพระสนมซงจะแลกกับการเข้ามามีบทบาทและอำนาจในกลุ่มสนมจากข่าวลือ แต่ถ้ามองในทางกลับกัน ฝ่าบาทเป็นคนจงใจเปิดประตูให้นางเอง ก็ไม่ต่างจากจงใจปล่อยให้นางเข้าไปเพื่อจะจับเก็บไว้ในตำหนักหลวง

มูยองพยักหน้า เริ่มเข้าใจราง ๆ แล้วว่าองค์ราชาคิดอะไรอยู่

“ไม่ดีกว่า บอกข้างในให้เปิดห้องรับรองให้นางหน่อย” มูยองอ้าปากเตรียมจะขัดขวางทันที แต่ฝ่าบาทชิงพูดก่อนที่หัวหน้าองครักษ์จะเข้าใจผิดไปมากกว่านั้น

“แล้วลงสลักขัดประตูไว้จากด้านนอกด้วยนะ ห้ามมิให้เปิดหากข้าไม่ได้สั่งด้วยตัวเอง”

เกิดนางใช้มารยากับนายทหารของเขาจนไม่มีใครจับไว้เล่า สู้เอาแบบที่มั่นใจได้เลยดีกว่า

จะมาว่าเขากักขังไม่ได้นะ ก็นางเดินเข้ามาเองนี่

.

“ท่านนี่ร้ายเหมือนกันนะ” จองกึมจาวิจารณ์ออกมาเป็นคำแรกหลังจากทนฟังจนจบ

ยุนฮีแจระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แก้ตัวทั้งยังคงขำอยู่ “ข้าแค่ปกป้องพระมเหสีของตัวเอง ผิดตรงไหน”

คนเป็นพระมเหสีส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เพิ่งตระหนักได้ว่าเขาเองก็แสบไม่แพ้เธอเลย

ยุนฮีแจมีรอยยิ้มภาคภูมิใจ “แต่งกับเจ้าได้ ก็ต้องร้ายหน่อยแหละ”

เพราะล่วงรู้ได้ทัน คนตรงหน้าเธอจึงซ้อนแผนของซงพิลจุงไปอีกชั้นหนึ่ง หากอยากให้บุตรสาวอยู่ในตำหนักวังหลวงทั้งคืน เขาก็ช่วยแล้วไง

แต่อย่าได้หวังว่าจะมีข่าวลือพรรค์นั้นออกมา พรุ่งนี้เช้าเขานี่แหละจะเดินออกมาจากตำหนักพระราชินีให้ทุกคนได้รับรู้เองว่าเขาอยู่ที่นี่มาตลอด ส่วนซงจองฮวา เขาคงไม่ปล่อยออกมาง่าย ๆ หรอก ใช้นางเป็นหมากล่อซงพิลจุงฟังดูเข้าท่ากว่า

“เจ้าว่าพรุ่งนี้หากสายแล้วนางยังไม่ออกมาจากตำหนักข้า ซงพิลจุงจะพังตำหนักหลวงเข้าไปไหม”

“ก็เป็นไปได้นะ” จองกึมจาเริ่มคิดตามเขา “แต่ท่านต้องระวัง ยามโกรธคนเราทำอะไรก็ได้”

“ฉะนั้นต้องรอให้เขาบุกเข้าไปให้ได้ก่อน แล้วค่อยให้คนอื่นรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่”

พรุ่งนี้เสนาซงคงไม่ได้เจอหน้าเขา และคงเข้าใจไปเองว่าเขาอยู่ในตำหนักกับบุตรสาว กะเกณฑ์ไว้คร่าว ๆ ว่า หากซงพิลจุงอดทนรอต่อไม่ไหว ก็คงเป็นฝ่ายบุกเข้ามาหาสนมซงเองเพราะเป็นห่วงลูกสาว

หรือไม่หากเป็นพ่อที่สนเพียงแต่ตัวเอง สุดท้ายก็คงหาทางเข้าไปเพื่อเปิดเผยให้ใครต่อใครได้รับรู้ว่าเขาอยู่ในนั้นกับสนมซงเอง

ในตำหนักนั้นมีทหารของเขามากมาย ควบคุมสถานการณ์ได้ไม่ยาก อีกทั้งกองกำลังของตระกูลซงทั้งหมดก็ถูกริบกลับมาเป็นกองกำลังหลวงแล้วตั้งแต่ต้องโทษคราวนั้น หากซงพิลจุงบุกเข้าไปจริงก็คงล้อมจับได้ง่ายดาย

และวิธีนี้ก็ทำให้ตำหนักพระราชินีอยู่นอกสายตาเขาไปโดยปริยาย ด้วยคงเข้าใจว่าเขาขัดแย้งกับจองกึมจารุนแรง และสายของเสนาซงก็คงรายงานไปเรียบร้อยแล้วว่าพวกเขาแยกตำหนักกันอยู่

“ไม่มีใครเห็นท่านมาที่นี่ใช่ไหม?”

ยุนฮีแจส่ายหน้า “ข้ารู้ทางหนีทีไล่ในวังตัวเองดีอยู่แล้ว”

จองกึมจาถอนหายใจยาว ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่แผนของเขาก็ฟังดูน่าลองเสี่ยง ตัวแปรเดียวคงอยู่ที่ซงพิลจุง หากเขารู้ทันว่าฝ่าบาทไม่ได้อยู่ในตำหนักหลวง ทุกอย่างก็จบ

“ไม่ต้องกังวลหรอก” ยุนฮีแจแตะปลายนิ้วลงที่แก้มเนียน ลูบไล้แผ่วเบาคล้ายจะปลอบ “เจ้าปลอดภัยอย่างแน่นอน ลูกก็ด้วย”

จองกึมจาพริ้มตาลง สัมผัสนุ่มนวลแบบนี้ของเขาทำให้เธอสบายใจขึ้นได้อย่างประหลาด ร่างบางขยับไปซุกศีรษะอยู่กับอกเขา ในชีวิตเธอไม่เคยต้องพึ่งพาใคร ทำอะไรเองมาได้ตลอด แต่พอมีเขาก็เหมือนมีใครให้พักพิงยามเหนื่อย มีสิ่งที่ทำให้ชีวิตดูมีความหมาย

ยุนฮีแจก้มลงมองคนที่อิงอกเขาอยู่ คืนนี้เธอยังไม่ได้นอนเลย และคงเหนื่อยมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกัน

“เรื่องที่จะแต่งตั้งสนมซง เจ้าไม่โกรธข้าใช่ไหม” เขาถามออกมาขณะวางคางเกยไว้บนศีรษะเธอ กอดเธอไว้เต็มอ้อมแขน

“ข้าจะโกรธท่านเพราะอะไร ท่านไม่ได้แต่งตั้งนางเพราะอยากได้สนมนี่”

“เรื่องนั้นสบายใจได้ ข้ามีเจ้าคนเดียวก็เหนื่อยพอแล้ว เหนื่อยเพราะเรื่องยุ่งยาก แล้วก็เหนื่อยเพราะทำอย่างอื่นด้วย” ได้รับคำตอบเป็นกำปั้นหนัก ๆ ทุบลงที่อกแทนคำตอบรับ ยุนฮีแจหัวเราะออกมาเบา ๆ

เขาไม่เคยคิดมีใครมาแทนที่เธอ

ไม่คิดมีใครมาเทียบด้วยซ้ำ

“จะนอนแล้วเหรอ” เขาถามคนที่ตั้งท่าเหมือนจะพริ้มตาหลับแล้ว

“ง่วง” เธอตอบแค่นี้โดยไม่ลืมตามามอง

“งั้นจูบข้าก่อน” ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ลืมตาขึ้นมามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะหลับลงไปอีก

“อยากจูบข้าก็จูบเองสิ”

เธออนุญาตแล้วมีหรือคนอย่างเขาจะรอ

มือหนาประคองใบหน้าเธอไว้ อีกข้างเอื้อมไปประคองท้ายทอย ก่อนจะบรรจงประทับริมฝีปากลงไป ละเลียดจูบเธออย่างอ่อนโยน จนเธอเผลอเปิดทางให้เขาเข้ามาจุมพิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

มือที่ประคองที่ท้าทายเริ่มซุกซน ลูบไล้เข้าไปใต้ร่มผ้า สัมผัสไปตามแผ่นหลังเล็กขณะเพิ่มความร้อนแรงให้จุมพิตจนเธอหลอมละลาย ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากลงมาตามลำคอระหง ประทับแนบแน่นลงที่เนินอกขาวเนียน

“ไหน ๆ พรุ่งนี้เราคงได้รอจนกว่าจะมีข่าวบุกตำหนักหลวง คืนนี้นอนดึกหน่อยคงไม่เป็นไร” ยุนฮีแจกระซิบพร่าอยู่กับผิวเนียนของเธอ ก่อนจะนวดเฟ้นจนอีกฝ่ายไม่มีทางได้ขัดขืน แถมยังโดนเขาหลอกล่อให้ตอบสนองด้วยความเต็มใจเสียอีก

ก็ไหนว่าจะให้เธอเลือกว่าจะคิดเรื่องซงพิลจุง หรือจะทำอย่างอื่นจนไม่ได้นอน แล้วทำไมเขามาเลือกทั้งสองอย่างแบบนี้ได้เล่า!

.

แสงอาทิตย์ยามสายทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แต่ยังคงหลับตาพริ้มด้วยความง่วงงุน

“เจ้าตื่นแล้วหรือ” อ้อมแขนที่พาดมาจากด้านหลังของเธอกระชับแน่นขึ้น สัมผัสได้ถึงแผงอกร้อนผ่าวของเขาที่แนบอยู่กับแผ่นหลัง

จองกึมจาร้องอือไปแทนคำตอบ ยังคงเพลียจากเมื่อคืน

เขารักเธออย่างทะนุถนอมอย่างที่หมอหลวงแนะนำมาก็จริง แต่ผ่อนจังหวะเชื่องช้าจนเธอวาบไหวไปทั้งตัว ต้องหายใจหอบหนักยิ่งกว่าตอนที่เขาเร่งเร้าเข้ามาเสียอีก กว่าเขาจะพอใจก็เล่นเอาเธอเหนื่อยและปวดเมื่อยไปหมด

แล้วก็ต้องรู้สึกตัวตื่นเต็มตาขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ว่ามือร้อนผ่าวข้างหนึ่งเคลื่อนสูงขึ้นจากตำแหน่งเอว

“พอแล้ว.. ให้ข้าพักบ้าง” จองกึมจาพลิกตัวหนีสัมผัสปลุกเร้าจากเขา

“กี่ยามแล้วนี่?”

“ยังไม่สายเท่าไหร่ ทางตำหนักหลวงก็ยังเงียบอยู่” ยุนฮีแจตอบอย่างสงบ เขากำลังรอคอยอยู่เหมือนกัน

“ท่านคิดจะทำอย่างไรกับพวกเขา?”

“ข้าคงแต่งตั้งซงจองฮวาขึ้นเป็นสนมชั้นสูงในวันนี้เลย เพื่อกันนางให้อยู่แต่ในตำหนักสนม หากเจ้าไม่ขัดข้อง”

จองกึมจาพยักหน้ารับ เธอไม่มีอะไรจะขัดข้องอยู่แล้ว รู้ดีว่าเขาทำเพื่ออะไร “และคงขู่นางว่าจะเอาผิดเรื่องที่ติดสินบนทหารหน้าประตู คงทำให้นางอยู่อย่างสงบได้พักหนึ่ง”

“แล้วซงพิลจุง?”

“ถ้าเขาบุกตำหนักของข้าจริง ก็คงต้องโทษหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าทำอะไรลงไปบ้าง ข้าจะใช้ธรรมเนียมที่ว่า บุรุษที่มีโทษติดตัว ไม่สามารถเข้าเฝ้าพระสนมชั้นสูงได้ให้เป็นประโยชน์”

จองกึมจาพยักหน้า ข้อนี้เธอรู้ดี หากซงพิลจุงต้องโทษฐานบุกรุกพระตำหนัก ก็ย่อมมีโทษติดตัวอย่างน้อยก็ต้องโดนสักสองสามกระทง นั่นเท่ากับเป็นการแยกซงพิลจุงกับซงจองฮวาออกจากกันอย่างสมบูรณ์ บุตรสาวที่มักเล่นตามแผนของบิดาก็คงจะก่อเรื่องอะไรไม่ค่อยได้

และโทษอย่างเบาสุดที่ซงพิลจุงน่าจะได้รับ คือการถูกกักบริเวณห้ามมิให้ออกจากตำหนักของตนเอง และห้ามมิให้ติดต่อกับผู้อื่น คงจะทำให้เขาสร้างความวุ่นวายได้ยากขึ้นมาหน่อย

คิดได้ดังนั้น กำลังจะหันมาเอ่ยเห็นด้วยกับคนข้าง ๆ แต่เขากลับหายไปเสียแล้ว

แต่ก่อนจะทันได้เรียกหาว่าไปไหน สัมผัสใต้ผ้าห่มก็ทำเอาทุกคำพูดกลืนหายไปในลำคอ

เริ่มจากจุมพิตทักทายเจ้าแฝดแผ่วเบาที่หน้าท้อง ไล่เลียบขึ้นมาเรื่อย ๆ บรรจงขบเม้มทุกส่วนสัด ไม่นาน ร่างของเธอก็ถูกกลืนหายตามไปใต้ผ้าห่ม เหลือไว้เพียงเสียงหัวเราะ และเสียงที่ไม่ควรเล็ดลอดออกมาให้สาวใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าห้องได้ยินเป็นครั้งเป็นคราว

11 replies on “[แฟนฟิก] HYENA (2020) : Kingdom of HYENA จองกึมจา x ยุนฮีแจ”

hello, i already read your fanfic you really did a great job,i really enjoyed your fanfic, btw can i get the password for kingdom of hyena, thank you before

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *