Categories
HYENA Hyena-Fanfic

[แฟนฟิก] HYENA : เรื่องในคืนนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนะ | จองกึมจา x ยุนฮีแจ

แฟนฟิก HYENA (2020) เรื่องในคืนนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนะ เรื่องนี้ รวบรวมมาจากการต่อเธรดในทวิตกันขำ ๆ ของคุณเพลง (@Plengpoonyapa) กับมิยูเอง ซึ่งไปไงมาไงไม่รู้ กลายเป็นเรื่องเป็นราว เป็นฟิกขนาดกะทัดรัดเรื่องหนึ่งเลยค่ะ 😆

ต้นฉบับ (เข้าไปอาจจะงงนิดนึงเพราะเธรดยุ่งขั้นสุด) >> https://twitter.com/Plengpoonyapa/status/1263418277243453440

Summary: เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากฉากที่ทนายจองเข้าไปหาทนายยุนในห้องทำงาน หากตอนนั้นทนายยุนไม่ได้กำลังเครียดจนเกินไป 😏

I do not own HYENA and any of characters.

ฮีแจมองเธอ สีหน้าฉงน เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีแบบนั้น มือหนึ่งล้วงกระเป๋า มือหนึ่งถือปากกาจิ้มอยู่ที่ศีรษะ ตัวเล็กตัวน้อยใต้เสื้อผ้าหลวมโคร่งที่เธอชอบใส่ แล้วจู่ ๆ ก็ขยับป้ายชื่อบนโต๊ะเขาแล้วขึ้นนั่งเฉย

ตอนนั้นเธอพูดอะไรอยู่เขาแทบไม่ได้ฟัง ใครมันจะไปฟังทันเมื่อเจ้าตัวเล่นปลดเกราะ เผยมุมน่ารักสบาย ๆ มาเรียกยิ้มในใจเขาได้แบบนี้ คดีน่ะรอได้ ก็นิดหน่อยอะนะ แต่กึมจาของเขาในวันแบบนี้นี่สิ จะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ได้ยังไง

“เฮ้อ ก็นะ ถ้าคุณอยากจะให้ผมจัดการความรู้สึกตัวเองได้ คุณต้องลงจากโต๊ะผมก่อนเลย”

เขาส่งยิ้มยียวนกวนประสาท ไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้เธอจะจ้องกลับมาด้วยสายตาอันตราย แต่เธอคงต้องการความเห็นเขาจริง ๆ นั่นแหละ เพราะสักพักเธอก็ยิ้มตอบ

ยิ้มตาหยีแบบที่เธอชอบยิ้มเวลาจะบอกว่า ‘เดี๋ยวโดนแน่!’ แต่เขาไม่สนหรอกนะ เธอจะเอาเขาไปปล่อยบนกระเช้าอีกกี่ครั้ง เขาก็จะเดินเก็บเศษใจของเขากลับมาหาเธอจนเจอ

แล้วเธอก็ทำท่าจะลงจากโต๊ะจริง ๆ

ไม่ได้สิ ใครจะยอม “อ๊ะ เดี๋ยว ๆ” เขาจับข้อมือเธอไว้ “อย่าเพิ่งขยับ ผมเหมือนจะคิดอะไรได้แล้ว”

เหมือนเด็ก (ไม่) น้อยจะหลงกล ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้าง รอฟังคำตอบจากปากเขา

“อยู่นิ่ง ๆ นะ” ฮีแจเอ่ยต่อ ทำท่าจริงจัง เหมือนว่าถ้าเธอขยับแม้เพียงนิด ความคิดในหัวเขาจะแตกเป๊าะ แล้วหายไปทันที

พอเป็นเรื่องงานแล้วหลอกง่ายเสียจริง รู้แบบนี้มาทางนี้นานแล้ว

“ใช่ไหมหล่ะ?” กึมจาพยายามอยู่ให้นิ่งที่สุด เผื่อคนตรงหน้าจะได้ไม่ลืมสิ่งที่กำลังคิด แต่ก็ขยับไปหาเขานิดหน่อยด้วยความสนใจ ความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับคดีจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเอนเข้าไปใกล้อีกฝ่ายขนาดไหน “คุณก็คิดว่ามันต้องมีลับลมคมในบางอย่างเหมือนกันใช่ไหม?”

ผิดกับฮีแจที่มองใบหน้าเนียนห่างออกไปแค่คืบด้วยสายตาเป็นประกาย เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาลุกยืนขึ้น โน้มตัวเข้าหาเธออีก ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจ้องกลับมานิ่ง ฮีแจรู้สึกรักเวลานี้ที่สุด เวลาที่ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่เขาคนเดียว แค่นั้นก็ทำเอาเขาสั่นไหวในหัวใจไปหมดแล้ว

กึมจามัวแต่จดจ้องกับเขาจนลืมสังเกตด้วยซ้ำ เขายังไม่ได้ปล่อยมือที่เกาะกุมเธออยู่ออกเลย

“โอเค เราจะคุยเรื่องนี้ต่อก็ได้ แต่แปปนึงนะ” เขาเดินวนอ้อมโต๊ะทำงานมาหาเธอ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ปล่อยมือ ก่อนจะลากเธอออกมาจากตรงนั้น

พลันเหลือบไปเห็นข้างนอก จีอึนยืนอยู่หน้าห้องทำงานของกึมจาตรงข้ามกับห้องของเขา กำลังมองมาที่พวกเขาตาเป็นประกาย ฮีแจเอื้อมมือไปดึงให้ม่านบังตาปิดลงมาทันที ก่อนที่จะเลื่อนสายตากลับมามองเธอที่เอียงศีรษะมองเขา งุนงงกับการกระทำที่ดูไม่มีที่มาที่ไป และดูไม่เกี่ยวกับคดีสักนิดของเขา

“ปิดม่านทำไม” เธอถาม เริ่มตะขิดตะขวงใจ

“ก็ไม่มีสมาธิ” เขาตอบ ทำหน้าตาเคร่งเครียด

เธอหรี่ตาลง เริ่มพินิจพิเคราะห์ แล้วมองมาที่ข้อมือตัวเองที่ยังไม่ได้รับอิสระเสียที

“อ้า” ฮีแจรีบปล่อยมือแล้วลูบท้ายทอย แค่นหัวเราะเบา ๆ แบบคนลืมตัว

“ตกลงคุณคิดว่ายังไงกันแน่” เธอถอยมาพิงพนักเก้าอี้แทน กอดอกหลวม ๆ นิ้วควงปากกาเล่นไปมา

“มันก็..” เขาเดินตามมาใกล้ “น่าสงสัยจริง ๆ น่ะแหละ”

“ที่คุณบอก” เขาเริ่ม คิ้วขมวดลง แต่ในหัวไม่มีเรื่องคดีเลยสักนิด “ว่าตรวจพบยานอนหลับในเลือดฮาชานโฮกับซอจองฮวา ก็เป็นไปได้ว่าใครบางคนอาจเอาให้สองคนนั้นกิน”

ได้ผล ความสนใจของเธอกลับมาที่คำพูดของเขา มองข้ามการกระทำที่ปิดพิรุธไม่มิดของเขาไปหมดสิ้น

“ซึ่งใครคนนั้น…” เขาเดินเข้ามาใกล้อีก พอสบโอกาสก็ค่อย ๆ เท้ามือทั้งสองข้างลงบนพนักเก้าอี้ กว่าคนโดนหลอกจะรู้ตัว เธอก็อยู่กลางวงแขนเขาแล้ว จมูกจิ้มลิ้มนั้นห่างจากจมูกเป็นสันสูงของเขาเพียงนิด

“นี่!” เธอเริ่มโวยวาย แต่เขาจ้องกลับ ปั้นหน้าจริงจัง แล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างอ่อนโยนเพื่อให้เธอเงียบ แน่นอนว่าไม่ได้จ้วงเข้าปากเหมือนตอนที่เธอบอกให้เขาเงียบด้วยวิธีเดียวกันในห้องเก็บของ

“ชู่ววว” เขาทำปากขมุบขมิบเชิงว่า ‘เดี๋ยวเขาก็ลืมเรื่องที่จะพูดหรอก’ เธอมองกลับ สายตาบ่งบอกถึงความไม่ไว้ใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนมายิ้มหวาน หวานอย่างกับตอนที่เธอชอบยิ้มให้เขาเมื่อครั้งเป็นฮีซอน ทำเอาเขาหลุดเข้าภวังค์แบบถอนตัวไม่ขึ้น

“โอ๊ย!” รู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ความเจ็บแปลบแล่นจากนิ้วมาสู่สมอง เธอกัดนิ้วเขาแล้วอาศัยจังหวะตอนเขาตกใจพยายามหนี แต่หมาชิบะอย่างเธอจะไวกว่าหมาบ้านตัวใหญ่อย่างเขาแค่ไหนกันเชียว เขารีบวางมือกลับ คิดจะกักเธอไว้อีกครั้ง

แต่พอคนหนึ่งจะไป คนหนึ่งไม่ให้ไป เลยกลายเป็นว่าเธอชนเขาเข้าอย่างจัง เขารอวินาทีที่เธอเสียหลักแล้วจึงรวบตัวเธอมาไว้บนแผ่นอกได้พอดิบพอดี

“ยุนฮีแจ!”

เริ่มงอแงแล้วสินะ

แต่คนอย่างเขาสนใจที่ไหน คนตัวโตกว่าทำได้อย่างไรไม่รู้ พริบตาเดียวเธอก็โดนลากลงไปนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องกับเขา หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนั่งอยู่บนตักของเขา โดยมีวงแขนแกร่งล้อมรอบไว้อีกที

กึมจามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างออกไปแค่คืบเขม็ง “ยุนฮีแจ! ปล่อยฉัน!”

“ไม่เอาน่า ขอผมคิดเรื่องคดีแบบตั้งใจหน่อยสิ” น้ำเสียงของเขาทอดต่ำนุ่มนวลติดจะอ้อนอยู่หน่อย ๆ “นั่งแบบนี้ทำให้ความคิดผมพลุ่งพล่านเลย”

เธอตวัดสายตาใส่เขา คนอะไรฉวยโอกาสเก่งเหลือจะรับ แต่ครั้นจะไปต่อปากต่อคำกับเขาก็จะเสียเวลาเปล่า ๆ คดีนี้ยิ่งเคลียร์ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับพวกเขา และก็ดีกับพ่อของฮีแจด้วย “พูดมาสิ ถ้าฟังดูเข้าท่าฉันจะอยู่ตรงนี้ต่อก็ได้”

ไหน ๆ ก็จะต้องมารับฟังความเห็นเขา จะยอมให้นิด ๆ หน่อย ๆ เฉพาะครั้งนี้แล้วกัน งานจะได้เสร็จเร็ว เธอคิดแบบนั้น แม้ลึกลงไปข้างในจะนึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เธอไม่ได้รู้สึกอยากจะผลักไสอ้อมแขนนี้ออกไปแม้แต่น้อย กลับยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับตอนนี้ช่างใกล้เคียงกับคำว่าอบอุ่นด้วยซ้ำ

ฮีแจพยักหน้ารับคำ ท่าทางระริกระรี้จนเธอนึกหมั่นไส้ เขาพยายามจะหาอะไรมาพูดสักอย่าง ถึงแม้เรื่องคดีที่ว่าจะไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยก็ตามที

“คุณถามผมว่าไงนะตอนแรก?”

กึมจาถอนหายใจใส่เขา “ถามว่าคุณว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในอะไรมั้ย?”

“ผมว่ามีแน่”

กึมจาตาโตกับคำพูดของเขา “คุณว่าใคร?”

ฮีแจจ้องตากลมโตของเธอกลับ นึกตลกตัวเองที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคดีอยู่ในสมองเลย ยิ่งเธอกำลังอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่บนตักของเขา ในอ้อมกอดของเขา และใบหน้าเนียน ๆ ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

“เฮ้ออ ผมว่าตอนนี้ผมนี่แหละที่มีลับลมคมในที่สุด”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *