Categories
HYENA Hyena-Fanfic

[แฟนฟิก] HYENA : เรื่องในคืนนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนะ | จองกึมจา x ยุนฮีแจ

“คืนนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนะ”

เสียงของกึมจาเบาราวกับกระซิบยามเอื้อนเอ่ยถ้อยคำนั้น แต่ก็ไม่เป็นปัญหากับเขา ระยะห่างแค่นี้ทำให้ได้ยินชัดเจนทุกข้อความ ลมหายใจของยุนฮีแจขาดไปห้วงหนึ่ง หัวใจเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาให้ได้

“ผมใจสั่นเป็นบ้า”

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำเอาเธอหน้าร้อนวูบ และยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่เมื่อเขาคว้าเอามือเธอที่แตะอยู่บนกรอบหน้าของเขาไปวางไว้ที่ตำแหน่งหัวใจ รับรู้ได้ถึงแรงกระทุ้งในอกแกร่งเป็นจังหวะรัวเร็ว ไม่ได้ต่างจากหัวใจของเธอเลยแม้แต่น้อย

ถึงปากจะพูดว่าไม่ได้สนใจเขา และพยายามกันเขาออกห่างตลอด แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศ ไหววูบไปกับความตรงไปตรงมาของเขาตลอด เหมือนฮีแจเองก็ได้ยินเสียงหัวใจของเธอเต้นแรงอยู่ในความเงียบงันเช่นกัน ริมฝีปากของเขาโค้งเป็นรอยยิ้ม

“เดี๋ยวผมจะทำให้มันเกิดขึ้นเอง” เขากระซิบพร่าชิดกับริมฝีปากของเธอ “แต่คุณจะว่าไม่เกิดขึ้นก็แล้วแต่นะ”

แล้วเขาก็โน้มลงมาจุมพิตปิดช่องว่างระหว่างกัน ริมฝีปากของเขาสัมผัสเธออย่างนุ่มนวลแผ่วเบา ก่อนจะเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์

มือของกึมจาที่วางอยู่บนหน้าอกของเขากลับกลายเป็นขยุมเสื้อนอกของเขาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ บอกไม่ถูกว่าอยากจะดึงเขาลงมา หรืออยากผลักไสออกไป โดยเฉพาะเมื่อยามเขาลากลิ้นร้อนไปตามเรียวปากของเธอ กระตุ้นให้เธอเผยอริมฝีปากให้เขาได้รุกล้ำเข้าไปบ้าง

ฮีแจละเลียดจุมพิตเธอราวกับมีเวลาทั้งชีวิตอยู่ตรงนี้ ความรู้สึกหนักอึ้งทั้งเรื่องพ่อทั้งเรื่องงานปลิดปลิวหายไปอย่างง่ายดายเพียงเธอเอื้อมมือมาหา สอดแทรกเรียวนิ้วเข้ามาลูบไล้ในเรือนผมของเขา

มีแค่เธอที่ทำได้ เธอคนเดียวที่จุดให้อารมณ์ร้อนรนเกิดขึ้นในตัวคนเย็นชาอย่างเขาได้ และก็เป็นเธอที่ปลุกปลอบเขาให้เย็นลงง่ายดาย ฮีแจประคองท้ายทอยของเธอไว้ จุมพิตลึกล้ำยิ่งขึ้นเมื่อเธอยอมเปิดริมฝีปากให้เขาเข้ามา

เขารักวิธีที่เธอจูบตอบเขา รักทุกวินาทีที่มีเธออยู่ในอ้อมแขน ยอมรับอย่างหมดเปลือกว่าตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ แม้เธอจะทรยศเขาอย่างร้ายกาจในครั้งนั้น แต่ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ ไม่ว่าเธอจะชื่ออะไร ก็ยังเป็นคนที่เขาให้อภัย และจะดึงดันอยู่กับเธอไปแบบนี้ แม้ใครจะมองว่าเขาช่างโง่งม

กึมจาเริ่มหายใจหนักเมื่อเขาจู่โจมลงมาแบบไม่เว้นช่วงให้เธอหายใจ ริมฝีปากของเขากดแนบชิด ลิ้นร้อนหยอกล้อกับเธอไม่จบไม่สิ้น ราวกับเขากำลังเพลิดเพลินกับจุมพิตนี้จนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว

เป็นเธอที่ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ทั้งหายใจไม่ทัน และไม่สามารถรับหัวใจที่เต้นรัวเร็วแบบนี้ได้แล้ว จนต้องทุบอกเขาเบา ๆ ประท้วงให้เขาหยุดความร้อนแรงนี้ลงก่อน ฮีแจค่อย ๆ ถอนจุมพิต อ้อยอิ่งผละออกมาด้วยความเสียดาย ดวงตาของเขาเป็นประกายระยับยามจับจ้องใบหน้าแดงก่ำของเธอ

เขาเองก็ไม่ต่างกัน โหนกแก้มระเรื่อด้วยความวาบไหวจากจุมพิตเมื่อครู่ กึมจามองเหมือนจะค้อนน้อย ๆ ให้กับร่องรอยความพึงพอใจที่เปิดเผยออกมาเสียหมดในสายตาของเขา ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม เอ่ยถามเขาทั้ง ๆ ที่ยังหอบหายใจแทบไม่ทัน

“รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”

ริมฝีปากของเธอที่ยังบวมช้ำ กับเสียงของเธอที่หอบหายใจกระเส่าแบบนี้ ทำเอาเขาอยากต่ออีกสักรอบ แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอบ้าง เขายิ้ม รับรู้ได้ถึงพลังในใจที่เริ่มกลับมา

“ผมไม่เหมือนคุณหรอกนะ ‘หลอกใช้’คนอื่นเขาแล้วจะรู้สึกดีขึ้น” เขาเฉไฉ

เธอยิ้มน้อย ๆ ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าเขาดีขึ้นจริง ๆ

“อ๋อเหรอ งั้นแสดงว่าฉันก็เสียจูบฟรีน่ะสิ”

เขาส่ายหน้า “จูบของคุณ ไม่ว่าจะมาจากคิมฮีซอน หรือจองกึมจา ก็….”

เขาทำท่านึกย้อนกลับไป “ไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่อยู่แล้วนี่”

“ยุนฮีแจ!”

เขาส่งยิ้มกวน ๆ ไปให้เธอ การยั่วเธอให้โมโหแบบนี้นี่สนุกชะมัด

“ไม่น่าจดจำตรงไหน” เธอถาม ตรงไปตรงมา รู้แหละว่าเขาแกล้งเธออยู่ แต่ก็อดไม่ได้

“ก็…ไม่รู้สิ” เขาตอบ สัมผัสได้ว่าความไม่ยอมแพ้ใครของเธอกำลังทำงานเต็มสปีด “ผมไม่เห็นเคยจะจำได้สักที”

เธอกัดริมฝีปากที่ยังเต้นไปด้วยสัมผัสและรสชาติของเขา จูบที่เขามอบให้เธอ ไม่ว่ามันจะหวานละมุนเหมือนตอนเธอให้แผ่นเสียงเขา หรือดุเดือดเหมือนในคืนนี้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่น่าจดจำเลย ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวเธอราวกับมีคนเปิดฉายซ้ำไปซ้ำมา…

เธอรู้สึกเสียเปรียบเล็กน้อยพอคิดว่าตัวเองเป็นฝ่าย ‘จดจำ’ อยู่คนเดียว

“คิดอะไรอยู่” เขาถาม

“เปล่า” เธอรีบตอบ

“งั้น…ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ผมต่อนะ”

“ก็ไหนบอกว่าไม่ช่วย ไม่น่าจดจำ”

“ก็จะได้ทำให้มันน่าจดจำไงล่ะ”

“พวกฉวยโอกาส”

“ถ้าฉวยแล้วมีคนเป็นห่วงแบบนี้ก็คงต้องฉวยบ่อย ๆ”

เธอแค่นหัวเราะกับปากคอเราะร้ายของเขา แทบไม่อยากเชื่อว่าเขาเคยผ่านช่วงเวลาที่จุกจนพูดไม่ออกมาแล้ว ยุนฮีแจเติบโตขึ้นมากจริง ๆ สินะ มาวันนี้ถึงได้ต่อกรกับเธอชนิดที่เอาเธอได้อยู่หมัด

“ยุน” เธอเรียก ดวงตาหลุบต่ำมองคอเสื้อเขา มือเลื่อนไปจัดเล่นอย่างใจลอย

เขามองเธอ แววตาอ่อนโยนลงตาม

“ไม่ว่าจะเรื่องพ่อคุณ หรือเรื่องซงพิลจุง” เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”

หัวใจของเขาเหมือนหยุดเต้น คนปากหนักอย่างเธอไม่เคยบอกรักเขาตรง ๆ แต่บางครั้ง เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่คือความพยายามสรรหาการบอกรักทางอ้อมของเธอหรือเปล่านะ แม้บางครั้งจะรู้สึกว่ายังไม่พอ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ามันเกินพอแล้ว

“ฉันไม่รู้หรอกว่าเราจะแพ้หรือชนะ” เธอรีบพูดต่อ “บางทีอาจเป็นเราที่ร่วงลงเหวก็ได้…แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องเชิดหน้าขึ้น แล้วเดินต่อไป นั่นแหละ คือชีวิต”

เธอชกอกเขาเบา ๆ แบบที่ชอบทำเวลาแก้เขิน เธอคงไม่รู้ตัวว่าอะไรเล็กน้อยแบบนี้แหละที่มัดใจเขาให้ติดกับเธอ เป็นเงื่อนตายที่แกะไม่ออกด้วย

“จองกึมจา” เขาเอ่ยเบา ๆ

“ขอบคุณนะ”

แล้วก็โน้มตัวลงประกบริมฝีปากเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้นุ่มนวล แผ่วเบา ราวกับมันกำลังเอ่ยด้วยตัวมันเองว่าขอบคุณ ‘ไม่น่าจดจำ’ งั้นหรือ เขาจำได้แม้กระทั่งกลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอ เวลาไปได้กลิ่นคล้าย ๆ กันที่ไหนก็เป็นต้องหันขวับ นึกถึงเธอทุกที…

เขาจำได้แม้กระทั่งรสหวานลิ้นของริมฝีปากนั้น หรือแม้กระทั่งตอนที่มันเจือรสฝาดหรือขมของไวน์หรือโซจู เขาจำทุก ๆ การตอบรับของเธอได้ จำได้ว่าถ้าเขาเปิดปากกว้างหน่อย เธอจะกัดริมฝีปากเขาเบา ๆ จำได้ว่าถ้าเขาปิดปากลงจูบ เธอจะอ้าริมฝีปากเพื่อเริ่มจูบต่อไป…

เขาจำทุกรายละเอียด ทุก ๆ คำพูดของเธอได้จนเขาแทบเป็นบ้า แค่ได้ยินชื่อเธอที่ไหน ภาพเหล่านั้นก็ปรากฏชัดขึ้นอีกแล้วในหัว

เธอดูงุนงงกับจูบนี้ แต่ก็ไม่ได้ผลักเขาออก พอเธอตอบรับ จึงได้รู้ว่า นี่คือจูบแบบที่เขาจูบเธอเป็นครั้งแรก ในห้องของเขา ต่อหน้าแผ่นเสียงโกอีมัน จูบแห่งการขอบคุณ ที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ เป็นจูบที่ทำให้เธอลังเลในตอนนั้น ว่าจะเดินต่อหรือถอยดี

มันแผ่วเบา นุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะมาบนริมฝีปาก แต่ก็ดึงดูดและวาบหวามใจ เหมือนเวลาขับรถเร็ว ๆ ลงสะพานแล้วรู้สึกท้องโหวงยังไงอย่างงั้น ไม่ดุเดือด แต่ทรงพลัง ไม่หนักหน่วง แต่มั่นคง นั่นแหละ จูบที่เขาเคยให้เธอ และกำลังให้เธอ

คราวนี้ เขาค่อย ๆ ผละออกเอง ตั้งใจว่าจะไม่ให้เธอหายใจไม่ทันอีก เขาอยากเห็นความรู้สึกในดวงตาของเธอให้ชัดเจน ไม่มีความหอบหายใจใด ๆ มาบดบัง และนั่นแหละ พลังใจที่สำคัญของเขา แววตานั้น เครื่องเตือนใจว่าเธอ ‘ไม่ได้เกลียด’ เขา แค่นี้ก็เพียงพอแล้วให้เขาเดินต่อในวันร้าย ๆ

“ผมขอบคุณ”

กว่าม่านในห้องทำงานทนายหุ้นส่วนยุนฮีแจจะเปิดออกอีกครั้งก็สักพัก เจ้าของห้องเดินมาส่งแขกกลับถึงห้องเธอ มองตามหลังจนเธอเดินเข้าห้องไป ทำเป็นไม่เห็นเลขาของเธอและเขาที่ส่งสายตาให้กันอย่างมีความหมายแอบแฝง

จำเลยทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าริมฝีปากของฝ่ายหญิงแดงแค่ไหน และมุมปากของฝ่ายชายเลอะลิปสติกสีเดียวกับบนริมฝีปากฝ่ายหญิงเด่นชัดเพียงใด หลักฐานชัดเจนแบบไม่ต้องใช้พยานขนาดนี้ อัยการหน้าห้องสองคนมีหรือจะไม่สังเกต ไม่ต้องสอบสวนก็ตัดสินได้เลย

“จีอึน” เขาเรียก เมื่อเห็นเลขาเธอทำปากยุบยิบ “บอกแล้วใช่มั้ยเรื่องดูละครมากไป”

จีอึนพยักหน้าน้อย ๆ ยกมือขึ้นทำท่าโอเค แล้วมองตามหลังคุณทนายยุนฮีแจไปจนเขากลับเข้าห้อง แต่ในใจเลขาคนเก่งอดคิดไม่ได้ว่า

ถ้าเสื้อจะยับขนาดนี้ ไม่ต้องดูละครก็เดาได้แหละว่าเกิดอะไร


จบแล้วว รวบรวมจาก 68 เธรด ตอนแรกก็ว่าไม่เยอะเท่าไหร่ รวมไปรวมมา เยอะมากก 😆

ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านกันมานะคะ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ เป็นด้อมที่น่ารักและสนุกสนานที่สุด ❤

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *